
ศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เดินทางเข้าสู่ช่วงครึ่งฤดูกาลหลังเป็นที่เรียบร้อย ณ เวลานี้ทุกทีมลงสนามไปแล้ว 21 นัดเท่ากันหมด
ย้อนกลับไปในช่วงครึ่งทางแรกของการแข่งขัน บรรดาทีมหัวตารางต่างขับเคี่ยวกันอย่างสนุก ผลัดกันขึ้นมาดื่มด่ำบรรยากาศในฐานะของการเป็นจ่าฝูงมากหน้าหลายตา
ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมือนฝันของ อาแอส โรม่า ความแข็งแกร่งของแชมป์เก่าอย่าง นาโปลี หรือการติดลมบนของเอซี มิลาน จนกระทั่งผ่านครึ่งทางกลายเป็นทีมอย่าง อินเตอร์ มิลาน ที่ยกระดับการเล่นจนครองตำแหน่งจ่าฝูงจนถึง ณ ตอนนี้
นับเป็นอีก 1 ฤดูกาลที่การแย่งชิงสคูเด็ตโต้เป็นไปอย่างเข้มข้นชนิดที่ต้องลุ้นกันตลอดแทบทุกสัปดาห์ว่าทีมไหนจะพลาดทำแต้มหลุดมือ และทีมไหนจะฉกฉวยโอกาสของตัวเองได้ดีกว่ากัน
ภาพรวมในตารางคะแนนเริ่มแบ่งชั้นกันชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทีมในโซนลุ้นแชมป์ กลุ่มลุ้นพื้นที่ไปเล่นฟุตบอลยุโรป กลุ่มกลางตาราง และโซนท้ายตาราง
แต่ที่เราจะโฟกัสกันในที่นี้คือ 4 สโมสรลุ้นแชมป์ อันประกอบไปด้วย อินเตอร์ มิลาน, เอซี มิลาน, นาโปลี และ อาแอส โรม่า ว่าแต่ละทีมจะมีจุดเด่นอย่างไรถึงได้มายืนหยัดในจุดนี้
สรุปข่าว
ศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เดินทางเข้าสู่ช่วงครึ่งฤดูกาลหลังเป็นที่เรียบร้อย ณ เวลานี้ทุกทีมลงสนามไปแล้ว 21 นัดเท่ากันหมด
ย้อนกลับไปในช่วงครึ่งทางแรกของการแข่งขัน บรรดาทีมหัวตารางต่างขับเคี่ยวกันอย่างสนุก ผลัดกันขึ้นมาดื่มด่ำบรรยากาศในฐานะของการเป็นจ่าฝูงมากหน้าหลายตา
ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมือนฝันของ อาแอส โรม่า ความแข็งแกร่งของแชมป์เก่าอย่าง นาโปลี หรือการติดลมบนของเอซี มิลาน จนกระทั่งผ่านครึ่งทางกลายเป็นทีมอย่าง อินเตอร์ มิลาน ที่ยกระดับการเล่นจนครองตำแหน่งจ่าฝูงจนถึง ณ ตอนนี้
นับเป็นอีก 1 ฤดูกาลที่การแย่งชิงสคูเด็ตโต้เป็นไปอย่างเข้มข้นชนิดที่ต้องลุ้นกันตลอดแทบทุกสัปดาห์ว่าทีมไหนจะพลาดทำแต้มหลุดมือ และทีมไหนจะฉกฉวยโอกาสของตัวเองได้ดีกว่ากัน
ภาพรวมในตารางคะแนนเริ่มแบ่งชั้นกันชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทีมในโซนลุ้นแชมป์ กลุ่มลุ้นพื้นที่ไปเล่นฟุตบอลยุโรป กลุ่มกลางตาราง และโซนท้ายตาราง
แต่ที่เราจะโฟกัสกันในที่นี้คือ 4 สโมสรลุ้นแชมป์ อันประกอบไปด้วย อินเตอร์ มิลาน, เอซี มิลาน, นาโปลี และ อาแอส โรม่า ว่าแต่ละทีมจะมีจุดเด่นอย่างไรถึงได้มายืนหยัดในจุดนี้
อินเตอร์ มิลาน จ่าฝูง มี 49 คะแนน
เริ่มกันที่ทัพ "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน ภายใต้การคุมทัพของ คริสเตียน คิวู เข้ามารับไม้ต่อจาก ซิโมเน่ อินซากี้ อดีตกุนซือคนเก่าที่ย้ายไปทำทีมอัลฮิลาล ในลีกซาอุดีอาระเบีย พาทีมออกสตาร์ทแบบกระท่อนกระแท่น เพราะการเริ่มต้นคุมทีมนั้นเต็มไปด้วยความกดดันและความคาดหวังจากแฟนๆ
และสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือการถูกนำไปเปรียบเทียบกับโค้ชคนเก่าที่ฝากผลงานชิ้นโบว์แดงตลอด 4 ปีที่คุมทัพ ไม่ว่าจะเป็นการคว้าแชมป์ลีก 1 สมัย และกวาดบอลถ้วยในประเทศ ไหนจะพาทีมเข้าชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้ถึง 2 ครั้ง ในรอบ 3 ฤดูกาล
แม้ว่า คริสเตียน คิวู จะเคยประสบความสำเร็จในสมัยเป็นนักเตะให้กับอินเตอร์ฯ แต่ในบทบาทของการเป็นโค้ชมันคนละเรื่องกัน เขาต้องใช้เวลาและความอดทดอย่างสูงเพื่อที่จะได้รับการยอมรับ
เมื่อทุกอย่างลงตัวเขาก็พาอินเตอร์ มิลาน กลับคืนสู่ฟอร์มเก่ง เดินหน้าโกยแต้มแบบต่อเนื่องด้วยขุมกำลังที่แข็งแกร่ง เกมรุกนำทัพโดย เลาตาโร มาร์ติเนซ ที่ช่วงแรกอาจจะดูฝืดๆแต่พอปลดล็อกได้ ประตูจากเขาก็เกิดขึ้นรัวๆ แถมยังมีเกมรุกริมเส้นอันจัดจ้านของ ดิมาร์โก้ แดนกลางที่คอยขับเคลื่อนกันอย่างลงตัวของทั้ง ซีลินสกี้ และ บาเรลล่า
เท่านั้นยังไม่พอชุดสองที่จะคอยเติมลงมาช่วยในยามคับขันก็จัดว่าเด็ด ทั้ง บอนนี่, ฟรัตเตซี่, หรือในรายของ เอสโปซิโต้ ที่คอยสลับกับ มาร์กุส ตูราม ลงมาสร้างผลงาน ด้วยขุมกำลังที่มีจึงส่งให้พวกเขานำเป็นจ่าฝูงอยู่ในเวลานี้ และมีโอกาสที่จะกลับมาทวงตำแหน่งแชมป์กลับไป
เอซี มิลาน รองจ่าฝูง มี 46 คะแนน
ต่อกันที่ทัพ "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน หลังจากที่ปีศาจตนนี้ตื่นจากหลับไหล กลับมาคว้าสคูเด็ตโต้ได้ในรอบ 11 ปี เมื่อฤดูกาล 2021-22 ภายใต้การคุมทัพของ สเตฟาโน ปิโอลี จากนั้นก็เริ่มติดใจในความหอมหวานของตำแหน่งแชมป์อีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆยกระดับทีม และมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือหลายครั้งจนถึงการเข้ามาของ มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี
ก่อนออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ มิลาน แต่งตั้ง อัลเลกรี เข้ามาคุมทีมเป็นครั้งที่สอง ด้วยสัญญา 2+1 ปี จากนั้นเขาก็ผสมผสานความสดกับความเก๋าของนักเตะออกมาได้อย่างลงตัว ค่อยๆก่อร่างสร้างทีมของตัวเองจนกลายเป็นขุมกำลังที่แข็งแกร่ง
แม้ว่าจะเริ่มต้นนัดแรกของซีซั่นด้วยความพ่ายแพ้คาบ้านให้กับ เครโมเนเซ่ แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินหน้าโกยแต้มแบบเป็นกอบเป็นกำด้วยผลงานที่ไม่แพ้ใครอีกเลยกับการแข่งขันในลีก ทั้งๆที่มีหลายๆนัดที่เกือบจะปราชัย แต่สุดท้ายก็รอดตายในช่วงนาทีบาปได้ทุกครั้ง คือเกมไหนเล่นดีก็มี 3 แต้มตามเป้า วันไหนเล่นแย่ก็ยังเอาตัวรอดเก็บผลเสมอออกไปได้ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติของทีมที่จะมีลุ้นแชมป์
นักเตะอย่าง คริสเตียน พูลิซิช กลับมามีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์อีกครั้ง แม้จะมีช่วงเจ็บไป 1 ครั้ง แต่ก็กลับมาได้ไว ทำให้ได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง ฟอร์มจึงกลับมา บวกกับการสนับสนุนที่ดีของ อเล็กซิส ซาเลอมาเกอร์ส การกลับมาเต็มถังของ เลเอา ที่เจ็บในช่วงเริ่มซีซั่น แดนกลางก็ได้ความนิ่งของทั้ง โมดริช และ ราบิโอต์ คอยสอดประสานกัน ทำให้ทีมลงตัวสุดๆ
แถมในช่วงตลาดซื้อ-ขายเดือนมกราคม พวกเขาก็ยังเสริมทัพได้อย่างถูกจุด เพราะทีมมีปัญหากับการขาดกองหน้าตัวเป้า พวกเขาก็จัดการไปดึง นิคลาส ฟูลล์ครูก จากเวสต์แฮม เข้ามาร่วมทีม เพียงแค่เกมแรกเขาก็เข้ามาเติมเต็มในส่วนที่ทีมขาดไปได้อย่างไร้รอยต่อ เข้าขากับ พูลิซิช ราวกับเล่นด้วยกันมานาน นับเป็นครึ่งฤดูกาลหลังที่น่าติดตามมากๆ
นาโปลี อันดับ3 ของตาราง มี 43 คะแนน
ถึงคิวของแชมป์เก่า นาโปลี ภายใต้การคุมทัพโดย อันโตนิโอ คอนเต้ ที่ต้องคอยแก้ปัญหาทุกนัดนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล อันที่จริงจะว่าไปปัญหาของพวกเขาเกิดก่อนที่ฤดูกาลจะเริ่มต้นขึ้นด้วยซ้ำกับการเสีย ลูกากู จากอาการบาดเจ็บ ทำให้ต้องเดือดร้อนไปยืมตัว ราสมุส ฮอยลุนด์ เข้ามาปักในแดนหน้าแทน ไหนจะไม่มี สตานิสลาฟ โลบอตก้า ที่ร่างกายยังไม่พร้อมออกสตาร์ท
เล่นไปเล่นมาเดี๋ยวกองหลังหาย กองกลางอย่าง เดอ บรอยน์ ที่เพิ่งได้มาก็มีอันต้องพักยาว แนวรุกค่อยๆขาดไปเรียงตัว เป็นซีซั่นที่เชื่อเหลือเกินว่าถ้าไม่ใช่เพราะกุนซืออย่าง คอนเต้ เป็นคนคุมทีม บางที นาโปลี อาจจะไม่ได้มายืนอยู่ในกลุ่มลุ้นแชมป์กับเขาก็เป็นได้ ด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นมันทำให้งานที่เตรียมเอาไว้ตลอดช่วงปรีซีซั่นต้องมาล้างกันใหม่เกือบทั้งหมด
โชคดีของนาโปลีคือการมี อันโตนิโอ คอนเต้ คอยบัญชาการ เขาทำให้นาโปลีเล่นแบบไม่ต้องหวือหวา แต่เต็มไปด้วยคุณภาพ หากเทียบความดุดันจากฤดูกาลก่อนที่เป็นแชมป์บอกได้เลยว่าขาดหายไปเยอะ แต่ด้วยปัญหาของทีมทำให้ไม่มีทางเลือกอื่น
หลายๆนัดเราจะเห็นรูปเกมของนาโปลีไม่ได้เป็นฝ่ายครองบอลบุกขึงคู่แข่ง แต่อาศัยเล่นบนความแน่นอน รอคู่แข่งผิดพลาดแล้วสบโอกาสลงโทษทันที หรือพูดง่ายๆคือเล่นอย่างรู้ตัวเอง เพื่อรอวันที่ทุกคนในทีมกลับมาพร้อม ถึงค่อยไปว่ากันใหม่ที่เรื่องของความดุดันในเกม
การเอาตัวรอดไปแต่ละนัดของนาโปลี นี่ก็เป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติของทีมที่จะลุ้นแชมป์ เพราะคุณไม่จำเป็นจะต้องเล่นสวยงามตลอดทุกนัดในฤดูกาลที่ยาวนาน และเต็มไปด้วยปัญหา ขอแค่ความสม่ำเสมอ อย่าเกิดข้อผิดพลาดง่ายๆ และใช้โอกาสไม่เปลือง เก็บ 3 แต้มได้ตามมาตรฐานของทีม ก็จะทำให้สามารถมาอยู่ในจุดนี้ได้
อาแอส โรม่า อันดับ4 ของตาราง มี 42 คะแนน
ปิดท้ายกันด้วยทีมที่สร้างเซอร์ไพรส์มากที่สุดของฤดูกาลนี้อย่าง "หมาป่าแห่งกรุงโรม" อาแอส โรม่า ภายใต้การคุมทัพของ จาน ปิเอโร่ กาสเปรินี่ ที่แม้จะเพิ่งเปิดตัวคุมทีมเป็นซีซั่นแรก แต่ก็สามารถสร้างความเร้าใจให้กับแฟนๆกับผลงานการออกสตาร์ทได้อย่างร้อนแรง โกยคะแนนต่อเนื่องถึงขนาดที่เคยขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงมาแล้ว
แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่อย่างน้อยๆก็ได้นำพาความหวังที่อยากจะเห็นหมาป่าตัวนี้ตื่นจากหลับไหลกลับมาสู่แฟนๆอีกครั้ง การมาของ กาสเปรินี่ ทำให้นักเตะเล่นได้อย่างมีชีวิตชีวาและเป็นระบบแบบแผน ที่สำคัญคือสามารถหวังผลการแข่งขันได้ในทุกๆเกม
ปัญหาเดียวของโรม่า คือเรื่องประสบการณ์ความนิ่งในยามเจอกับทีมกลุ่มหัวตารางด้วยกัน ทั้ง อินเตอร์ มิลาน, เอซี มิลาน, นาโปลี รวมถึง ยูเวนตุส ผลงานเจอกันในเลกแรก โรม่า เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ทั้งสิ้น ทำให้ยังมีช่องว่างตรงนี้ที่คอยขวางกั้นอยู่
สิ่งที่ทำให้ โรม่า ยังยืนหยัดในจุดนี้ได้คือการเก็บแต้มจากทีมในโซนต่ำกว่า พวกเขามักจะไม่ค่อยพลาด ด้วยขุมกำลังนักเตะที่มีตัวเก๋าอย่าง เปาโล ดิบาล่า กับ ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่ นำทัพ
แดนกลางที่ดุดันอย่าง มานู โคเน่ กับ ไบรอัน คริสตันเต้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวรับอันแข็งแกร่งที่มี จานลูก้า มันชินี่, เอวาน เอ็นดิกกา รวมถึง มาริโอ เอร์โมโซ่ คอยปัดกวาด ก่อนจะถึงนายทวารจอมหนึบอย่าง มิเล สวิลาร์ ที่โชว์ฟอร์มได้สมราคากับรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมของศึกกัลโช่ เซเรีย อา เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ถึงตรงนี้ โรม่า เป็นทีมที่เสียประตูไปแค่ 12 ลูก น้อยที่สุดของลีก
แถมในช่วงตลาดรอบสองทีมยังเสริมทัพด้วยการคว้าตัว ดอนเยลล์ มาเลน เข้ามาเป็นตัวเป้า เติมเต็มในส่วนที่ทีมขาดได้อย่างน่าสนใจ และเพียงแค่การประเดิมนัดแรกเขาก็สร้างความแตกต่างชัดเจน กับการประสานงานได้อย่างเข้าขารู้ใจกับ เปาโล ดิบาล่า และมีชื่อยิงประตูได้ทันที
4 สโมสรที่ได้กล่าวมาต่างก็มีคุณสมบัติที่ดีต่อการลุ้นแชมป์ทั้งสิ้น จากนี้ยังมีโปรแกรมเหลือให้ลงสนามอีกถึง 17 นัด หนทางยังคงอีกยาวไกล และด้วยช่องว่างระยะห่างในตารางคะแนน จะมาด่วนสรุปก็จะดูเร็วเกินไป สิ่งสำคัญจากนี้คือความนิ่งของนักเตะว่าจะสามารถรับมือกับแรงกดดันได้ดีขนาดไหน
ทุกเกมที่ลงเล่นต่างล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้นกับอันดับในตาราง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนัดที่จะต้องเจอกันเอง หากทีมไหนพลาดท่าทำแต้มหลุดมือ ก็จะยิ่งปิดโอกาสของตัวเองลงไป
การแข่งขันฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ฤดูกาลนี้จึงเป็นอะไรที่น่าติดตามรับชมเป็นอย่างยิ่ง นี่ยังไม่รวมการหนีตายของบรรดาทีมในโซนท้ายตารางที่กำลังเดือดปุดๆ โดยเฉพาะการฟื้นกลับมาของ ฟิออเรนติน่า ที่ใครเห็นผลงานก็คงจะกาชื่อว่าตกชั้นไปค่อนข้างแน่ แต่สุดท้ายกลับมาลุ้นอยู่รอดได้แบบเหลือจะเชื่อ
แฟนบอลที่อยากจะสัมผัสความมันในแบบฉบับของฟุตบอลอิตาลี สามารถรับชมถ่ายทอดสดได้ทางแอปพลิเคชัน ทรูวิชั่นส์ นาว แล้วมาลุ้นไปด้วยกันว่าสุดท้ายแล้วทีมใดจะเข้าป้ายด้วยการคว้าสคูเด็ตโต้ไปครอง
ดูบอลสดครบทั้งลีก และถ้วยยุโรปชั้นนำ อาทิ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก / ยูฟ่า ยูโรปา ลีก / ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก / ลาลีกา / บุนเดสลีกา / เซเรีย อา / แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ และอีกมากมายกว่า 2,000 แมตช์ ตลอดฤดูกาล 2025/26
📲สมัครและดูได้แล้ววันนี้ Now Football 199 บาท/เดือน (1 จอ ดูได้ทุกอุปกรณ์) คลิก : https://truevisions-now.onelink.me/RQwi/1rsb84q1

