นาโปลี ร่วงตกรอบ ชปล. ไร้เงาทีมจาก เซเรีย อา ในท็อป 8 ปัญหาที่ทีมอิตาเลี่ยนกำลังเผชิญ

Share on Line Share on Facebook Share on X
นาโปลี ร่วงตกรอบ ชปล. ไร้เงาทีมจาก เซเรีย อา ในท็อป 8 ปัญหาที่ทีมอิตาเลี่ยนกำลังเผชิญ




นาโปลี เป็นแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา การร่วงตกรอบลีกเฟส ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จึงเป็นสัญญาณของความสิ้นหวังสำหรับทีมจาก กัลโช่ เซเรีย อา ยิ่งมองตารางคะแนนท็อป 8 ที่ไม่มีทีมสัญชาติอิตาเลี่ยนแม้แต่ทีมเดียวก็ทำให้เกิดคำถามมากมายตามมา (อีกแล้วว่า สิ้นสุดยุคสมัยของชาติที่เคยเป็นทั้งแชมป์ฟุตบอลโลกและแข็งแกร่งมากที่สุดของยุโรปจริงหรือ


ปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ และสภาพการเงินที่ซื้อขายไม่ได้ดั่งใจ


ก่อนเริ่มเกมส่งท้ายลีกเฟส เมื่อคืน 28 มกราคมที่ผ่านมา ที่เนเปิ้ลส์ ไม่มีใครในโลกนี้ไม่รู้ปัญหาที่ทีมของ คอนเต้ กำลังเผชิญ กระทั่งกุนซือผู้มากด้วยประสบการณ์ยังกล่าวว่า “การมีผู้เล่นตัดสินเกมสำคัญสำหรับเรา ผู้เล่นคนนั้นคือ ดาวิด เนเรส เขาเพิ่งเข้าผ่าตัดข้อเท้าสัปดาห์นี้” และมีผู้เล่นที่ขาดหายไปร่วมทั้งหมด 13 ราย ทั้งตัวจริงและตัวสำรอง นอกจากนี้ คอนเต้ ยังไม่เขินที่จะบอกว่า “ถ้าฤดูกาลมันเพิ่งเริ่มตอนนี้ ฃทุกคนคงฟันธงว่าเราจะอยู่อันดับ 8 หรือ 10 นั่นสะท้อนว่าสถานการณ์ตอนนี้มันยากลำบากขนาดไหน” 


นาโปลี ไม่แตกต่างจากทีมอิตาลีทีมอื่นๆ ที่ต้องเผชิญปัญหาการเงิน ซื้อก่อนขายไม่ได้ และต้องพิจารณาสภาพการเงินอย่างถี่ถ้วน เมื่อปล่อยตัว ลอเรนโซ่ ลุกก้า ให้ ร็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และ โนอา แลง ไป กาลาตาซาราย ก็คิดว่าจะยืม ค็อบบี้ ไมนู มาเสริมเพราะทั้ง บิลลี่ กิวมอร์ และ ฟร้องค์ อองกิสซ่า บาดเจ็บ แต่การปลด รูเบน อโมริม ทำให้การปล่อยตัวนักเตะไม่เกิดขึ้น ส่วน โจวาเน่ รอลงทะเบียนเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ แต่มันก็ไม่ทันแล้ว


ที่ คูร์วา บี แสตนด์ของเหล่าอุลตร้าชูป้ายหมายเลข 12 ก่อนเกมกับ เชลซี เพื่อข่มขวัญคู่แข่งว่า อย่างน้อยก็ยังมีกองหนุน แม้จุดโทษของ เอนโซ่ ทำให้เสียความมั่นใจตั้งแต่ต้น แต่เมื่อตีเสมอ และแซงนำจาก ราสมุส ฮอยลุนด์ ก่อนปิดครึ่งแรกก็ทำให้ใจชื้นขึ้นมามาก อย่างน้อยน่าจะได้เข้าเพลย์ออฟ จนกระทั่ง ชูเอา เปโดร ตีเสมอก็ต้องทำอะไรบางอย่าง 


เหลือบมองม้านั่งสำรอง ก็ชวนให้ทอดถอนใจ เพราะไม่มีตัวเปลี่ยนเกมเลย ต้องเข็นเอา โรเมลู ลูคาคู ที่เพิ่งลงเล่นเกมแรกของซีซั่นในช่วงสุดสัปดาห์ลงมา เกมนั้นลูคาคู เป็นแค่สำรอง แต่ทางเลือกก็มีไม่มาก และยังไม่ทันที่ ลูคาคู จะสัมผัสบอล ชูเอา เปโดร ก็ยิงประตูขึ้นนำ ทำให้ภาพเก่าของ 7 เกมก่อนหน้าฉายซ้ำว่าอะไรทำให้นาโปลีมาอยู่ตรงนี้ 


นาโปลี เล่นอย่างระมัดระวัง ขันเกมรับตามสไตล์ทีมอิตาเลี่ยน แต่เมื่อขาดทั้ง อองกิสซ่า และ เควิน เดอ บรอยน์ การสร้างสรรค์เกมที่คิดไว้ก็หายวับไป และความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าของ อเลสซานโดร บอนจอร์โน่ ทั้งกับ เอฟซี โคเปนเฮเกนและกับ เชลซี ทำให้นาโปลียากลำบากเมื่อมาเจอกับอาการบาดเจ็บของนักเตะคนสำคัญมากมาย


การใช้จ่ายที่แตกต่างของทีมจากอังกฤษและอิตาลี


ฟีฟ่า โกลบอล ทรานสเฟอร์ รีพอร์ต 2025 ที่สรุปใจความออกมาในเดือนมกราคมปี 2026 มีสิ่งที่น่าสนใจอยู่ อย่าง


อย่างแรก ท็อป 5 การซื้อขายที่แพงที่สุดในโลก ทั้ง 5 อันดับแรกเป็นการซื้อของทีมจาก พรีเมียร์ลีก 
ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น – ลิเวอร์พูล

อูโก้ เอกิติเก้ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต – ลิเวอร์พูล
เบนจามิน เซสโก้ อาร์เบ ไลป์ซิก – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
นิค วอลเตอมาเด สตุ๊ทการ์ท – นิวคาสเซิ่ล
มาร์ติน ซูบิเมนดี้ เรอัล โซเซียดาด – อาร์เซน่อล 


อย่างที่สอง สโมสรยุโรปที่โปรยเงินซื้อนักเตะมากที่สุด 3 สโมสรแรกอยู่ในอังกฤษ และ 8 จาก 10 สโมสรเป็นทีมอังกฤษ ไม่มี เรอัล มาดริด
 
1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้
2. ลิเวอร์พูล
3. เชลซี
4. ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น
5. อาร์เบ ไลป์ซิก
6. ซันเดอร์แลนด์
7. วูล์ฟแฮมป์ตัน
 8. 
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

9. อาร์เซน่อล

10. น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์


เรอัล มาดริด มาในอันดับ 13 ขณะที่ บาร์เซโลน่า ไม่อยู่ใน 20 อันดับแรก ส่วนทีมท็อป 20 อิตาลีติดโผทีมเดียวคือ เอซี มิลาน ซึ่ง มิลาน ไม่ได้มาเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นนี้ 
 
แม้การใช้เงินอาจไม่ใช่ทั้งหมด แต่ก็ต้องยอมรับว่า การมีทีมจากอังกฤษถึง 5 ทีมติดท็อป 8 แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีกเฟส สะท้อนทั้งอำนาจที่มาจากค่าสัมประสิทธิ์ของปีก่อน และเม็ดเงินที่ทุ่มเทลงไป รวมถึงความสูสีของการต่อสู้ในตาราง พรีเมียร์ลีก อย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อยอดทีมต้องวิ่งหนีทีมระดับกลางที่มุ่งมั่นวิ่งตามอย่างไม่ลดละ เมื่อข้อมูลหลังผ่าน 23 เกม พรีเมียร์ลีก มี อาร์เซน่อล เป็นจ่าฝูง แอสตัน วิลล่า กล้าๆ มาในอันดับ 3 และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับ 4 ไล่ลงมาถึง อันดับ 11 ซันเดอร์แลนด์ บวกลบต่างกันเพียง 5 คะแนน 





สรุปข่าว

“นาโปลี” เป็นถึงแชมป์ “เซเรีย อา” สมัยล่าสุด แต่กลับร่วงตกรอบลีกเฟส “ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก” และไม่มีทีมใดจากอิตาลีจบในท็อป 8 นี่คือปัญหาที่ทีมสัญชาติอิตาเลี่ยนกำลังเผชิญ ทั้งเรื่องการเงินและแท็คติก




นาโปลี เป็นแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา การร่วงตกรอบลีกเฟส ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จึงเป็นสัญญาณของความสิ้นหวังสำหรับทีมจาก กัลโช่ เซเรีย อา ยิ่งมองตารางคะแนนท็อป 8 ที่ไม่มีทีมสัญชาติอิตาเลี่ยนแม้แต่ทีมเดียวก็ทำให้เกิดคำถามมากมายตามมา (อีกแล้วว่า สิ้นสุดยุคสมัยของชาติที่เคยเป็นทั้งแชมป์ฟุตบอลโลกและแข็งแกร่งมากที่สุดของยุโรปจริงหรือ


ปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ และสภาพการเงินที่ซื้อขายไม่ได้ดั่งใจ


ก่อนเริ่มเกมส่งท้ายลีกเฟส เมื่อคืน 28 มกราคมที่ผ่านมา ที่เนเปิ้ลส์ ไม่มีใครในโลกนี้ไม่รู้ปัญหาที่ทีมของ คอนเต้ กำลังเผชิญ กระทั่งกุนซือผู้มากด้วยประสบการณ์ยังกล่าวว่า “การมีผู้เล่นตัดสินเกมสำคัญสำหรับเรา ผู้เล่นคนนั้นคือ ดาวิด เนเรส เขาเพิ่งเข้าผ่าตัดข้อเท้าสัปดาห์นี้” และมีผู้เล่นที่ขาดหายไปร่วมทั้งหมด 13 ราย ทั้งตัวจริงและตัวสำรอง นอกจากนี้ คอนเต้ ยังไม่เขินที่จะบอกว่า “ถ้าฤดูกาลมันเพิ่งเริ่มตอนนี้ ฃทุกคนคงฟันธงว่าเราจะอยู่อันดับ 8 หรือ 10 นั่นสะท้อนว่าสถานการณ์ตอนนี้มันยากลำบากขนาดไหน” 


นาโปลี ไม่แตกต่างจากทีมอิตาลีทีมอื่นๆ ที่ต้องเผชิญปัญหาการเงิน ซื้อก่อนขายไม่ได้ และต้องพิจารณาสภาพการเงินอย่างถี่ถ้วน เมื่อปล่อยตัว ลอเรนโซ่ ลุกก้า ให้ ร็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และ โนอา แลง ไป กาลาตาซาราย ก็คิดว่าจะยืม ค็อบบี้ ไมนู มาเสริมเพราะทั้ง บิลลี่ กิวมอร์ และ ฟร้องค์ อองกิสซ่า บาดเจ็บ แต่การปลด รูเบน อโมริม ทำให้การปล่อยตัวนักเตะไม่เกิดขึ้น ส่วน โจวาเน่ รอลงทะเบียนเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ แต่มันก็ไม่ทันแล้ว


ที่ คูร์วา บี แสตนด์ของเหล่าอุลตร้าชูป้ายหมายเลข 12 ก่อนเกมกับ เชลซี เพื่อข่มขวัญคู่แข่งว่า อย่างน้อยก็ยังมีกองหนุน แม้จุดโทษของ เอนโซ่ ทำให้เสียความมั่นใจตั้งแต่ต้น แต่เมื่อตีเสมอ และแซงนำจาก ราสมุส ฮอยลุนด์ ก่อนปิดครึ่งแรกก็ทำให้ใจชื้นขึ้นมามาก อย่างน้อยน่าจะได้เข้าเพลย์ออฟ จนกระทั่ง ชูเอา เปโดร ตีเสมอก็ต้องทำอะไรบางอย่าง 


เหลือบมองม้านั่งสำรอง ก็ชวนให้ทอดถอนใจ เพราะไม่มีตัวเปลี่ยนเกมเลย ต้องเข็นเอา โรเมลู ลูคาคู ที่เพิ่งลงเล่นเกมแรกของซีซั่นในช่วงสุดสัปดาห์ลงมา เกมนั้นลูคาคู เป็นแค่สำรอง แต่ทางเลือกก็มีไม่มาก และยังไม่ทันที่ ลูคาคู จะสัมผัสบอล ชูเอา เปโดร ก็ยิงประตูขึ้นนำ ทำให้ภาพเก่าของ 7 เกมก่อนหน้าฉายซ้ำว่าอะไรทำให้นาโปลีมาอยู่ตรงนี้ 


นาโปลี เล่นอย่างระมัดระวัง ขันเกมรับตามสไตล์ทีมอิตาเลี่ยน แต่เมื่อขาดทั้ง อองกิสซ่า และ เควิน เดอ บรอยน์ การสร้างสรรค์เกมที่คิดไว้ก็หายวับไป และความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าของ อเลสซานโดร บอนจอร์โน่ ทั้งกับ เอฟซี โคเปนเฮเกนและกับ เชลซี ทำให้นาโปลียากลำบากเมื่อมาเจอกับอาการบาดเจ็บของนักเตะคนสำคัญมากมาย


การใช้จ่ายที่แตกต่างของทีมจากอังกฤษและอิตาลี


ฟีฟ่า โกลบอล ทรานสเฟอร์ รีพอร์ต 2025 ที่สรุปใจความออกมาในเดือนมกราคมปี 2026 มีสิ่งที่น่าสนใจอยู่ อย่าง


อย่างแรก ท็อป 5 การซื้อขายที่แพงที่สุดในโลก ทั้ง 5 อันดับแรกเป็นการซื้อของทีมจาก พรีเมียร์ลีก 
ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น – ลิเวอร์พูล

อูโก้ เอกิติเก้ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต – ลิเวอร์พูล
เบนจามิน เซสโก้ อาร์เบ ไลป์ซิก – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
นิค วอลเตอมาเด สตุ๊ทการ์ท – นิวคาสเซิ่ล
มาร์ติน ซูบิเมนดี้ เรอัล โซเซียดาด – อาร์เซน่อล 


อย่างที่สอง สโมสรยุโรปที่โปรยเงินซื้อนักเตะมากที่สุด 3 สโมสรแรกอยู่ในอังกฤษ และ 8 จาก 10 สโมสรเป็นทีมอังกฤษ ไม่มี เรอัล มาดริด
 
1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้
2. ลิเวอร์พูล
3. เชลซี
4. ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น
5. อาร์เบ ไลป์ซิก
6. ซันเดอร์แลนด์
7. วูล์ฟแฮมป์ตัน
 8. 
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

9. อาร์เซน่อล

10. น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์


เรอัล มาดริด มาในอันดับ 13 ขณะที่ บาร์เซโลน่า ไม่อยู่ใน 20 อันดับแรก ส่วนทีมท็อป 20 อิตาลีติดโผทีมเดียวคือ เอซี มิลาน ซึ่ง มิลาน ไม่ได้มาเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นนี้ 
 
แม้การใช้เงินอาจไม่ใช่ทั้งหมด แต่ก็ต้องยอมรับว่า การมีทีมจากอังกฤษถึง 5 ทีมติดท็อป 8 แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีกเฟส สะท้อนทั้งอำนาจที่มาจากค่าสัมประสิทธิ์ของปีก่อน และเม็ดเงินที่ทุ่มเทลงไป รวมถึงความสูสีของการต่อสู้ในตาราง พรีเมียร์ลีก อย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อยอดทีมต้องวิ่งหนีทีมระดับกลางที่มุ่งมั่นวิ่งตามอย่างไม่ลดละ เมื่อข้อมูลหลังผ่าน 23 เกม พรีเมียร์ลีก มี อาร์เซน่อล เป็นจ่าฝูง แอสตัน วิลล่า กล้าๆ มาในอันดับ 3 และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับ 4 ไล่ลงมาถึง อันดับ 11 ซันเดอร์แลนด์ บวกลบต่างกันเพียง 5 คะแนน 






คอนเต้ เก่งจริงไหม?


ผู้คนยังตั้งคำถามถึงความสามารถของ คอนเต้ อีกครั้ง ตั้งแต่พา ยูเวนตุส เป็นแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา แต่ร่วงตกรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2013/14 แม้หล่นไปเล่น ยูโรปา ลีก ก็ไปได้ถึงรอบรองชนะเลิศ และสุดท้ายลาออก จากนั้นไปเป็นขวัญใจ เชลซี พาทีมกลับมาคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก 2016/17 และแชมป์ เอฟเอ คัพ 2018 แต่จบอันดับ ในลีก โดนไล่ออก


กลับมาที่อิตาลีในปี 2019 คอนเต้ ฟื้นฟู อินเตอร์ มิลานที่จบอันดับ 10 ในซีซั่นก่อนหน้า เกือบคว้าแชมป์ เซเรีย อา ตามหลัง ยูเวนตุส อย่างเชือดเฉือนเพียงคะแนนเดียว และเข้าชิง ยูโรปา ลีก ไปแพ้ราชาบอลถ้วย เซบีญ่า ทุกอย่างน่าจะเป็นไปด้วยดี ซีซั่นถัดมา สคูเด็ตโต้ ที่รอคอยก็อยู่ในมือ จะได้เล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้งแต่ก็แยกทางกันตอนปิดฤดูกาลเพราะขัดแย้งกับบอร์ดบริหารเรื่องการซื้อขายนักเตะ เป็นตัวตนอันชัดเจนตลอดมาว่า ยอมหักไม่ยอมงอ 


ส่วนที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ จบไม่สวย และไม่ทันจะจบฤดูกาล 2022/23 ด้วยซ้ำ หลังจากร่วง แชมเปี้ยนส์ ลีก และ เอฟเอ คัพ ส่วนผลงานในลีกอันดับ 4 ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ซึ่งหากย้อนกลับไปตอนนั้น ความผิดก็อาจไม่ได้อยู่ที่ คอนเต้ เพียงคนเดียว 


สายตาของ คอนเต้ ต่อทีมในอิตาลีและทีมต่างๆ ในยุโรป


ประสบการณ์อันหลากหลายในสองลีกระดับสูงของยุโรปทำให้ อันโตนิโอ คอนเต้ ให้ความเห็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับสโมสรในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ว่าทำไมถึงไปได้ไม่ไกลในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อเปรียบเทียบกับทีมจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยเฉพาะในฤดูกาล 2025/26 ที่ติดท็อป 8 มากถึง 5 ทีม หลังจบรอบลีกเฟส เมื่อคืน 28 มกราคมที่ผ่านมา 


ซีซั่นที่แล้ว เมื่อเปลี่ยนระบบเป็นลีกเฟส อินเตอร์ มิลาน เป็นทีมเดียวที่ติดท็อป 8 ขณะที่สโมสรอื่นจากอิตาลีต้องดิ้นรนในเพลย์ออฟ ส่วนในฤดูกาลนี้ไม่มีทีมจาก เซเรีย อา ติดท็อป 8 เลย อินเตอร์ มิลาน เป็นอันดับ 10 ยูเวนตุส อยู่อันดับ 13 และ อตาลันต้า เป็นอันดับ 15 ส่วนนาโปลีร่วงตกรอบ 


คอนเต้ กล่าวหลังจากเปิดบ้านพ่าย เชลซี คาถิ่น 3-2 เมื่อคืน 28 มกราคม จมอยู่อันดับ 30 ในตารางคะแนนว่า “ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก คุณจะพบคู่แข่งที่เล่นโอเพ่นเพลย์และฟุตบอลเกมรุกได้บ่อย ดังนั้นมันเป็นเรื่องของความมุ่งมั่นและการดวลตัวต่อตัว เซเรีย อา ใช้แท็คติกมากกว่า หลายทีมเล่นแบบนิ่งๆ จนกว่าจะเจอทางปลดล็อก ในยุโรปมีการดวลตัวต่อตัวมากกว่า ต้องเล่นเกมป้องกันพื้นที่มากขึ้น”


ถึงจะพูดอย่างนั้น ในโมเดิร์นฟุตบอล คุณจะจอดรถบัสไม่ได้ ผมอยากให้ทีมเล่นด้วยจังหวะที่เร็วกว่านี้ และดุดันกว่านี้ แม้เราขาดผู้เล่นถึง 13 คน ก็ต้องกล้าเล่นและดุดัน เพราะเล่นแบบนั้นเราถึงได้ สคูเด็ตโต้ และ ซูเปอร์โคปปา มันคือการมุ่งไปข้างหน้า ผมคิดว่าถ้ามีผู้เล่นในมือมากกว่านี้ เราจะปรับปรุงทีมให้ดีขึ้นได้” คอนเต้ กล่าว

ที่มาข้อมูล : FIFA

ที่มารูปภาพ : AFP

sticky-bar-top