
ย้อนกลับไปในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลคงไม่มีใครคาดคิดว่าสโมสรอินเตอร์ มิลาน ที่มีการเปลี่ยนแปลงกุนซือจาก ซิโมเน อินซากี้ มาเป็น คริสเตียน คิวู จะสามารถครองตำแหน่งจ่าฝูงได้หลังการแข่งขันผ่านไปครึ่งฤดูกาล
เพราะด้วยผลงานความสำเร็จที่กุนซือคนเก่าฝากเอาไว้ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่คุมทัพ ไม่ว่าจะเป็น แชมป์ลีก 1 สมัย รวมถึงกวาดบอลถ้วยในประเทศ ไหนจะพาทีมเข้าชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้ถึง 2 ครั้ง ในรอบ 3 ฤดูกาล ถือว่าเป็นผลงานในระดับสูงที่คนจะเข้ามาสานต่อต้องแบกรับกับความกดดันมหาศาล
แต่ไม่ใช่กับ คริสเตียน คิวู เพราะถึงแม้ว่าในช่วงออกสตาร์ทจะยังตั้งหลักไม่ได้ แต่นี่คือสโมสรที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี และอยู่ร่วมสร้างความสำเร็จในฐานะนักเตะมาอย่างยาวนาน เพราะฉะนั้นบรรยากาศที่ทุกคนเรียกว่าความกดดัน เขาสามารถรับมือกับมันได้เป็นอย่างดี
พอทุกอย่างเข้าที่ อินเตอร์ มิลาน ก็ติดปีกโบยบินด้วยการโกยคะแนนอย่างต่อเนื่อง ทะยานขึ้นไปรั้งจ่าฝูงของตารางได้อย่างแข็งแกร่ง เราจึงขอใช้โอกาสนี้พาทุกท่านไปติดตามประวัติเส้นทางลูกหนังของกุนซือชาวโรมาเนียผู้นี้ว่าเขาจะผ่านเรื่องราวอะไรมาบ้าง
ประวัติ คริสเตียน คิวู
คริสเตียน ยูจีน คิววู เกิดเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ค.ศ. 1980 ณ เมืองเรสซิต้า ประเทศโรมาเนีย โดยเริ่มเล่นฟุตบอลในทีมเยาวชนของสโมสรในบ้านเกิดอย่าง ซีเอสเอ็ม เรซิตา ในตำแหน่งกองหนัง ก่อนจะค่อยๆไต่เต้าขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ด้วยวัย 17 ปี
คริสเตียน คิวู ย้ายร่วมทีม อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม
หลังจากนั้นเขาย้ายไปเล่นให้กับทีมมหาวิทยาลัยคราอิโอวา และตัดสินใจเดินทางข้ามประเทศไปอยู่กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ทีมดังในลีกเนเธอร์แลนด์ และค้าแข้งที่นี่ในระหว่างปี 1999-2003
คิววู สร้างผลงานที่โดดเด่น และกลายเป็นหัวใจสำคัญของสโมสรในบทบาทแบ็กขวา แถมยังมีอาวุธลับคือลูกยิงฟรีคิกที่แม่นยำ ทำให้เขาเริ่มเป็นที่จับจ้องของบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรป
สรุปข่าว
ย้อนกลับไปในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลคงไม่มีใครคาดคิดว่าสโมสรอินเตอร์ มิลาน ที่มีการเปลี่ยนแปลงกุนซือจาก ซิโมเน อินซากี้ มาเป็น คริสเตียน คิวู จะสามารถครองตำแหน่งจ่าฝูงได้หลังการแข่งขันผ่านไปครึ่งฤดูกาล
เพราะด้วยผลงานความสำเร็จที่กุนซือคนเก่าฝากเอาไว้ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่คุมทัพ ไม่ว่าจะเป็น แชมป์ลีก 1 สมัย รวมถึงกวาดบอลถ้วยในประเทศ ไหนจะพาทีมเข้าชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้ถึง 2 ครั้ง ในรอบ 3 ฤดูกาล ถือว่าเป็นผลงานในระดับสูงที่คนจะเข้ามาสานต่อต้องแบกรับกับความกดดันมหาศาล
แต่ไม่ใช่กับ คริสเตียน คิวู เพราะถึงแม้ว่าในช่วงออกสตาร์ทจะยังตั้งหลักไม่ได้ แต่นี่คือสโมสรที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี และอยู่ร่วมสร้างความสำเร็จในฐานะนักเตะมาอย่างยาวนาน เพราะฉะนั้นบรรยากาศที่ทุกคนเรียกว่าความกดดัน เขาสามารถรับมือกับมันได้เป็นอย่างดี
พอทุกอย่างเข้าที่ อินเตอร์ มิลาน ก็ติดปีกโบยบินด้วยการโกยคะแนนอย่างต่อเนื่อง ทะยานขึ้นไปรั้งจ่าฝูงของตารางได้อย่างแข็งแกร่ง เราจึงขอใช้โอกาสนี้พาทุกท่านไปติดตามประวัติเส้นทางลูกหนังของกุนซือชาวโรมาเนียผู้นี้ว่าเขาจะผ่านเรื่องราวอะไรมาบ้าง
ประวัติ คริสเตียน คิวู
คริสเตียน ยูจีน คิววู เกิดเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ค.ศ. 1980 ณ เมืองเรสซิต้า ประเทศโรมาเนีย โดยเริ่มเล่นฟุตบอลในทีมเยาวชนของสโมสรในบ้านเกิดอย่าง ซีเอสเอ็ม เรซิตา ในตำแหน่งกองหนัง ก่อนจะค่อยๆไต่เต้าขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ด้วยวัย 17 ปี
คริสเตียน คิวู ย้ายร่วมทีม อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม
หลังจากนั้นเขาย้ายไปเล่นให้กับทีมมหาวิทยาลัยคราอิโอวา และตัดสินใจเดินทางข้ามประเทศไปอยู่กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ทีมดังในลีกเนเธอร์แลนด์ และค้าแข้งที่นี่ในระหว่างปี 1999-2003
คิววู สร้างผลงานที่โดดเด่น และกลายเป็นหัวใจสำคัญของสโมสรในบทบาทแบ็กขวา แถมยังมีอาวุธลับคือลูกยิงฟรีคิกที่แม่นยำ ทำให้เขาเริ่มเป็นที่จับจ้องของบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรป
ภายใต้การคุมทัพของ โรนัลด์ คูมัน เขาได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนกัปตันของทีมที่เต็มไปด้วยเด็กดาวรุ่งในวัยคึกคะนองที่รอวันแจ้งเกิด ไม่ว่าจะเป็น ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท, เวสลีย์ สไนเดอร์, จอห์นนี่ ไฮติงกา, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, สตีเวน พีนาร์ รวมถึง แม็กซ์เวลล์
ผลงานทีมพลังหนุ่มยุคนั้นของอาแจ็กซ์ เกือบไปได้ไกลถึงรอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2002-03 แต่โดน เอซี มิลาน คุมกำเนิดเอาไว้ในรอบ 8 ทีม ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 3-2
คริสเตียน คิวู ย้ายร่วมทีม อาแอส โรม่า
คิวู ฝากสถิติลงเล่นไปมากกว่า 100 นัด ในเนเธอร์แลนด์ ก่อนที่เป้าหมายต่อไปของเขาคือลีกในระดับที่สูงขึ้น อาแอส โรม่า ภายใต้การคุมทัพของ ฟาบิโอ คาเปลโล ตัดสินใจทุ่มเงินมหาศาลในเวลานั้นกว่า 18 ล้านยูโร คว้าตัว คิวู มาร่วมทีมในปี 2003 ท่ามกลางประเด็นดราม่าที่ทีมกำลังเป็นหนี้จำนวนมาก แต่ไปคว้าตัวนักเตะใหม่มาในราคาเช่นนี้
ช่วงเวลาที่อยู่ในสีเสื้อหมาป่าแห่งกรุงโรม เขาเจอปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงานทำให้ลงเล่นไม่เต็มที่ ก่อนจะฝากผลงานตลอด 4 ฤดูกาลด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ โคปปา อิตาเลีย ส่งท้ายในปีอำลา ฤดูกาล 2006-07
คริสเตียน คิวู ย้ายร่วมทีมอินเตอร์ มิลาน ปี 2007
คริสเตียน คิวู ได้รับความสนใจจากบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ในลาลีกา สเปน ทั้ง เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า แต่สุดท้ายกลายเป็น อินเตอร์ มิลาน คู่แข่งร่วมลีกของโรม่า คว้าตัวไปร่วมทีม ด้วยค่าตัว 16 ล้านยูโร โดยหักจากการแลกตัวกับ มาร์โก อันเดรออลลี กองหลังที่สลับขั้วย้ายไป โรม่า ที่มูลค่า 3 ล้านยูโร
เพียงแค่ฤดูกาลแรก คิวู ก็สามารถคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี มาครองได้สำเร็จ หลังจากนั้นทีมมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือจาก โรแบร์โต มันชีนี มาเป็น โชเซ่ มูรินโญ่
การมาของ โชเซ่ มูรินโญ่ ทำให้แนวรับของ อินเตอร์ มิลาน แข็งแกร่งดั่งหินผา มีทั้ง วอลเตอร์ ซามูเอล และ ลูซิโอ เป็นปราการหลังตัวกลาง ในขณะที่ คิวู จะถูกถ่างออกมาเล่นเป็นแบ็กซ้าย เมื่อบวกกับความเก๋าของ ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ ในแผนการเล่นที่แน่นหนา ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งเกินต้านทาน
วันที่ 6 มกราคม ปี 2010 คิวู โชคร้ายได้รับบาดเจ็บหนักจากจังหวะที่ศีรษะไปปะทะกับ เซอร์จิโอ เปลิสซิเยร์ กองหน้าของคิเอโว จนทำให้เขาถูกหามออกจากสนามและนำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนจะต้องเข้ารับการผ่าตัดนานกว่า 2 ชั่วโมง จากอาการกะโหลกศีรษะแตก
การเจ็บหนักครั้งนั้นเป็นใครก็คิดว่าน่าจะทำให้เขาปิดเทอมทั้งฤดูกาล แต่แล้วเขากลับมาลงสนามได้อีกครั้งในวันที่ 24 มีนาคม พร้อมกับลุคใหม่ที่สวมอุปกรณ์ป้องกันศีรษะเอาไว้
การกลับมาของ คิวู ไม่ใช่แค่มาเล่นๆ เพราะเขามีส่วนช่วยเติมเต็มสิ่งที่ทีมขาดหายไป ก่อนจะได้รับความไว้ใจให้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมนัดชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ที่พวกเขาสร้างตำนานด้วยการเล่นเกมรับอันแข็งแกร่ง แล้วสวนกลับคมๆ ก่อนจะโค่น บาเยิร์น มิวนิค ไปด้วยสกอร์ 2-0
จบฤดูกาล 2009-10 คิวู เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างประวัติศาสตร์คว้าทริปเปิ้ลแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ของอินเตอร์ มิลาน ก่อนจะปักหลักอยู่กับทีมจนแขวนสตั๊ดในวันที่ 31 มีนาคม 2014
คริสเตียน คิวู เริ่มต้นงานโค้ช
หลังเลิกเล่นฟุตบอล เขายังคงมีใจรักในวงการลูกหนัง ก่อนจะได้โอกาสทำหน้าที่โค้ชให้กับทีมเยาวชนของอินเตอร์ มิลาน ในปี 2018 ซึ่งในระหว่างนั้นก็ได้สินใจเข้าอบรม UEFA Pro Licence และจบหลักสูตรการเป็นโค้ชในเดือนกรกฎาคม ปี 2021
คิวู คุมทีมปาร์ม่า
คิวู ยังคงทำทีมเยาวชนต่อไป โดยไล่ระดับตั้งแต่ชุด U14 ขยับไปจนถึงทีมชุด U19 ในช่วงปี 2021-2024 จากนั้นในระหว่างฤดูกาล 2024-25 เขาได้รับการติดต่อให้ไปรับเผือกร้อน กับการคุมทีมปาร์ม่า แทนที่ ฟาบิโอ เพคเคีย ที่พาทีมจมดิ่งในโซนอันตรายสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น แต่สุดท้าย คิวู ก็สร้างชื่อด้วยการพาทีมอยู่รอดบนลีกสูงสุดต่อไปได้อย่างเหลือเชื่อ
คิวู คุมทีมอินเตอร์ มิลานc
ระยะเวลาเพียงแค่ 4 เดือนในถิ่นปาร์ม่า แม้ในบทบาทกุนซือจะถือว่ายังมีประสบการณ์น้อยนิด แต่เขาใช้ทุกประสบการณ์ที่มีในฐานะนักเตะที่เคยผ่านการถ่ายทอดโดยตรงจากบรรดาสุดยอดกุนซือมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นกับอาแจ็กซ์ฯ ที่มี โรนัลด์ คูมัน ก่อนจะได้ซึมซับศาสตร์ลูกหนังจากกุนซือระดับอาจารย์ในอิตาลีมากมาย ทั้ง ฟาบิโอ คาเปลโล, ลูเซียโน สปัลเล็ตติ, เซซาเร่ ปรันเดลลี่, โรแบร์โต มันชีนี, โชเซ่ มูรินโญ่, ราฟาเอล เบนิเตช รวมถึง จาน ปิเอโร่ กาสเปรินี่
นับตั้งแต่รับงานคุมทีมปาร์ม่า ผ่านไปไม่ถึง 1 ปีเต็ม คริสเตียน คิวู กำลังสร้างตำนานบทใหม่กับการพา อินเตอร์ มิลาน รั้งตำแหน่งจ่าฝูงของตารางกัลโช่ฯ ถึงขนาดที่ ฟาบิโอ คาเปลโล ออกปากชื่นชมว่า คิวู กำลังจะทำในสิ่งที่เขาเคยทำได้ในยุค 90 ที่ที่พา เอซี มิลาน ครองความยิ่งใหญ่
จากนักเตะที่ผ่านการบาดเจ็บหนักถึงขั้นกะโหลกศีรษะแตก ก่อนจะกลับมาสร้างตำนานพา อินเตอร์ มิลาน คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ เวลานี้เขากำลังจะจารึกอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ในบทบาทกุนซือ
น่าสนใจว่าบทสรุปสุดท้ายของฤดูกาลที่เหลืออยู่ คิวู จะสามารถพาทีมประสบความสำเร็จได้อย่างที่หวังหรือไม่ แฟนๆสามารถร่วมลุ้นและติดตามถ่ายทอดสดฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ได้ในทุกสัปดาห์ ผ่านทางแอปพลิเคชัน ทรูวิชั่นส์ นาว
ดูบอลสดครบทั้งลีก และถ้วยยุโรปชั้นนำ อาทิ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก / ยูฟ่า ยูโรปา ลีก / ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก / ลาลีกา / บุนเดสลีกา / เซเรีย อา และอีกมากมายกว่า 2,000 แมตช์ ตลอดฤดูกาล 2025/26
สมัครและดูได้แล้ววันนี้ Now Football 199 บาท/เดือน (1 จอ ดูได้ทุกอุปกรณ์) คลิก : https://truevisions-now.onelink.me/RQwi/1gqduzd4

