ประวัติ อัลบาโร่ อาร์เบลัว จากนักเตะสู่โค้ชเรอัล มาดริด

Share on Line Share on Facebook Share on X
ประวัติ อัลบาโร่ อาร์เบลัว จากนักเตะสู่โค้ชเรอัล มาดริด

จากอดีตนักเตะก้าวขึ้นสู่การเป็นโค้ชนับเป็นเรื่องปกติของวงการฟุตบอล อันที่จริงก็เกิดขึ้นกับทุกชนิดกีฬา ซึ่งในปัจจุบันหลายสโมสรก็กำลังใช้โมเดลนี้ และกำลังไปได้สวยกับผลงานภาพรวม


ย้อนกลับไปในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาล 2025-26 เรอัล มาดริด ทีมยักษ์ใหญ่ของโลกฟุตบอลมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือ จาก คาร์โล อันเชล็อตติ มาเป็น ชาบี อลอนโซ่ อดีตนักเตะของสโมสรที่กลับมาในฐานะกุนซือ


แต่จนแล้วจนรอดการแข่งขันผ่านไปไม่ถึงครึ่งฤดูกาล ทั้งสองก็มีอันต้องแยกทางกันไป สุดท้าย เรอัล มาดริด ก็ตัดสินใจแต่งตั้ง อัลบาโร่ อาร์เบลัว ที่ก็เป็นอดีตนักเตะของทีมเช่นกันเข้ามาสานต่องานจนจบฤดูกาล 


เราจึงขอใช้โอกาสนี้พาทุกท่านไปเปิดประวัติเส้นทางลูกหนังของอดีตแบ็กที่ลีลาการเล่นอาจจะไม่ได้หวือหวา แต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ วินัยในการเล่น และที่สำคัญคือความสม่ำเสมอ และร่างกายที่พร้อมให้โค้ชเลือกใช้งานตลอดเวลา


ประวัติ อัลบาโร่ อาร์เบลัว


อัลบาโร่ อาร์เบลัว โกกา เกิดเมื่อวันที่ 17 มกราคม ค.ศ. 1983 ณ  เมืองซาลามันกา ในแคว้นกัสติยาและเลออน จากนั้นเมื่ออายุได้ 4 ขวบ ครอบครัวของเขาย้ายไปอยู่ที่ซาราโกซา ทำให้ อาร์เบลัว ได้โอกาสฝึกฟุตบอลกับทีมท้องถิ่นอย่าง เรอัล ซาราโกซา


เขาใช้เวลาเรียนรู้ศาสตร์ลูกหนังและพัฒนาตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งได้รับโอกาสครั้งสำคัญกับการย้ายไปร่วมทีมเยาวชนของเรอัล มาดริด ตอนที่อายุได้ 18 ปี 


สรุปข่าว

อัลบาโร่ อาร์เบลัว เกิดปี 1983 เริ่มต้นจากทีมเยาวชนเรอัล มาดริด ไต่เต้าขึ้นชุดใหญ่ก่อนย้ายไปเดปอร์ติโบ และสร้างชื่อกับลิเวอร์พูลในปี 2007 โดยมีบทบาทเด่นในแชมเปียนส์ลีก ปี 2009 เขาย้ายกลับเรอัล มาดริด กลายเป็นกำลังหลักแนวรับ คว้าแชมป์หลายรายการ ก่อนปิดฉากอาชีพกับเวสต์แฮมในปี 2016 ส่วนในทีมชาติสเปน เขาเป็นส่วนหนึ่งของยุคทองคว้าแชมป์ยูโร 2 สมัย และฟุตบอลโลก 1 สมัย หลังแขวนสตั๊ด อาร์เบลัวผันตัวเป็นโค้ชในระบบเยาวชนมาดริด ไต่เต้าคุมคาสติยา และได้ขึ้นคุมทีมชุดใหญ่ในปี 2026 โดยผลงานช่วงแรกถือว่าน่าพอใจ เส้นทางของเขาสะท้อนความสำเร็จจากความสม่ำเสมอและวินัย ทั้งในบทบาทนักเตะและกุนซือ

จากอดีตนักเตะก้าวขึ้นสู่การเป็นโค้ชนับเป็นเรื่องปกติของวงการฟุตบอล อันที่จริงก็เกิดขึ้นกับทุกชนิดกีฬา ซึ่งในปัจจุบันหลายสโมสรก็กำลังใช้โมเดลนี้ และกำลังไปได้สวยกับผลงานภาพรวม


ย้อนกลับไปในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาล 2025-26 เรอัล มาดริด ทีมยักษ์ใหญ่ของโลกฟุตบอลมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือ จาก คาร์โล อันเชล็อตติ มาเป็น ชาบี อลอนโซ่ อดีตนักเตะของสโมสรที่กลับมาในฐานะกุนซือ


แต่จนแล้วจนรอดการแข่งขันผ่านไปไม่ถึงครึ่งฤดูกาล ทั้งสองก็มีอันต้องแยกทางกันไป สุดท้าย เรอัล มาดริด ก็ตัดสินใจแต่งตั้ง อัลบาโร่ อาร์เบลัว ที่ก็เป็นอดีตนักเตะของทีมเช่นกันเข้ามาสานต่องานจนจบฤดูกาล 


เราจึงขอใช้โอกาสนี้พาทุกท่านไปเปิดประวัติเส้นทางลูกหนังของอดีตแบ็กที่ลีลาการเล่นอาจจะไม่ได้หวือหวา แต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ วินัยในการเล่น และที่สำคัญคือความสม่ำเสมอ และร่างกายที่พร้อมให้โค้ชเลือกใช้งานตลอดเวลา


ประวัติ อัลบาโร่ อาร์เบลัว


อัลบาโร่ อาร์เบลัว โกกา เกิดเมื่อวันที่ 17 มกราคม ค.ศ. 1983 ณ  เมืองซาลามันกา ในแคว้นกัสติยาและเลออน จากนั้นเมื่ออายุได้ 4 ขวบ ครอบครัวของเขาย้ายไปอยู่ที่ซาราโกซา ทำให้ อาร์เบลัว ได้โอกาสฝึกฟุตบอลกับทีมท้องถิ่นอย่าง เรอัล ซาราโกซา


เขาใช้เวลาเรียนรู้ศาสตร์ลูกหนังและพัฒนาตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งได้รับโอกาสครั้งสำคัญกับการย้ายไปร่วมทีมเยาวชนของเรอัล มาดริด ตอนที่อายุได้ 18 ปี 


อัลบาโร่ อาร์เบลัว ร่วมทีมเยาวชนของเรอัล มาดริด


การย้ายไปอยู่กับทีมยักษ์ใหญ่ของประเทศทำให้เขาเจอความท้าทายครั้งสำคัญ เพราะรอบข้างเต็มไปด้วยผู้เล่นฝีเท้าดี ทำให้เขาต้องพยายามยกระดับตัวเองให้ได้หากหวังมีอนาคตที่สดใส


อาร์เบลัว เริ่มต้นกับการเล่นในทีมชุดC ขยับขึ้นสู่ทีมชุดB ในลีกรอง ก่อนจะได้โอกาสก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่และสัมผัสเกมลาลีกา สเปน ครั้งแรกในเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2004


ด้วยอายุที่ยังน้อย ลำพังจะไปเบียดแย่งตำแหน่งกับรุ่นพี่ในทีมที่เต็มไปด้วยซุปตาร์ถือเป็นเรื่องยาก ทำให้เขาต้องย้ายออกไปหาประสบการณ์กับทีมเดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า โดยเซ็นสัญญากันในวันที่ 24 กรกฎาคม 2006 ซึ่ง เรอัล มาดริด ใส่เงื่อนไขจะได้รับส่วนแบ่ง 50 เปอร์เซ็นต์ หากนักเตะถูกขายออกไปในระยะเวลา 3 ปีจากนี้


อาร์เบลัว ย้ายร่วมทีมลิเวอร์พูล


อาร์เบลัว เริ่มต้นกับต้นสังกัดใหม่ได้อย่างเร้าใจด้วยการยึดตัวจริงได้ทันที เขาลงสนามไป 21 นัด ในช่วงเวลาแค่ 6 เดือน ก่อนที่ฟอร์มจะไปเข้าตา ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือชาวสเปนที่คุมทีมลิเวอร์พูล ในช่วงเวลานั้น คว้าตัวไปร่วมทีมในช่วงตลาดหน้าหนาว และเซ็นสัญญากันในวันที่ 31 มกราคม 2007


เขาได้โอกาสลงสนามในพรีเมียรลีก นัดแรกวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2007 โดยลงมาแทนที่ เจอร์เมน เพนแนนท์ ในช่วงท้ายเกมที่ลิเวอร์พูล แพ้ นิวคาสเซิล 1-2


ผลงานที่สร้างความประทับใจกับสาวก "หงส์แดง" กับการลงเล่นเป็นตัวจริงครั้งแรกเกิดขึ้นในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่ต้นสังกัดเจอกับ บาร์เซโลน่า ในยุคที่มีทั้ง โรนัลดินโญ่, ชาบี เฮอร์นานเดซ รวมถึง ลิโอเนล เมสซี ในวัยที่กำลังห้าว 


แนวรับลิเวอร์พูล สามารถช่วยกันหยุดยั้งเกมรุกอันดุดันของบาร์ซ่าลงได้ และบุกไปเอาชนะด้วยสกอร์ 2-1 ก่อนที่จะพ่ายเกมเลก2 ในบ้านด้วยสกอร์ 0-1 แต่ก็ยังเพียงพอกับการเข้ารอบด้วยกฏประตูทีมเยือน


อาร์เบลัว ย้ายกลับสู่ เรอัล มาดริด


29 กรกฎาคม 2009 สโมสรเรอัล มาดริด ประกาศคว้าตัว อาร์เบลัว กลับมาสู่ทีม หลังบรรลุข้อตกลงกับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 5 ล้านปอนด์ โดยเซ็นสัญญากันนานถึง 5 ปีเต็ม 


การกลับมาสู่ถิ่นราชันชุดขาวครั้งนี้ เขามาพร้อมกับความมั่นใจและโอกาสที่เปิดกว้างมากขึ้น เขาได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอทั้งฝั่งซ้าย และมีช่วงเวลากับการเล่นแบ็กขวา แทนที่ของ เซร์คิโอ รามอส ที่ถูก โช่เซ่ มูรินโญ่ กุนซือของทีมในตอนนั้นจับไปยืนเซ็นเตอร์ตัวกลาง ก่อนจะได้รับความไว้วางใจต่อสัญญาออกไปจนถึงเดือนมิถุนายน ปี 2016 


อย่างไรก็ตามในฤดูกาล 2015-16 อาร์เบลัว ต้องตกเป็นตัวสำรอง โดยลงเล่นไปเพียงแค่ 9 นัดรวมทุกรายการ ทำให้สุดท้ายเป็นอันต้องแยกย้ายกันในที่สุด โดยตลอดเวลาในเรอัล มาดริด เขาประสบความสำเร็จมากมายกับการคว้าแชมป์ ไม่ว่าจะเป็น แชมป์ลาลีกา 1 สมัย แชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 1 สมัย แชมป์โคปาเดลเรย์ 2 สมัย แชมป์ สแปนิช ซูเปอร์คัพ 1 สมัย


อาร์เบลัว ย้ายร่วมทีมเวสต์แฮม


31 สิงหาคม 2016 เวสต์แฮม บรรลุข้อตกลงในการคว้าตัว อาร์เบลัว มาร่วมทีม โดยเซ็นสัญญากันเพียง 1 ฤดูกาล ซึ่งเขาก็ได้ลงเล่นไปเพียงแค่ 4 นัด ในเกมอย่างเป็นทางการ ก่อนจะหมดสัญญาและตัดสินใจประกาศแขวนสตั๊ดในวัย 34 ปี ยุติเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพที่ยาวนานกว่า 15 ปี


อาร์เบลัว กับบทบาทในทีมชาติสเปน


ในนามทีมชาติ อาร์เบลัว ก็ถือเป็นตัวเลือกชั้นดีของทีมด้วยคุณสมบัติที่เล่นได้หลากหลาย เขาถูกเรียกตัวติดทีมชาติสเปนชุดใหญ่ครั้งแรกในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2008 และแน่นอนว่าเข้าอยู่ในทัพ "กระทิงดุ" ชุดที่วิ่งชนความสำเร็จแบบไม่มีอะไรมาขว้างกั้น


2 แชมป์ยูโร กับ 1 แชมป์โลกในนามทีมชาติ นับเป็นจุดสูงสุดในความสำเร็จของนักฟุตบอลคนหนึ่ง และเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าจดจำของเขาในเส้นทางลูกหนัง แม้ตลอดอาชีพอาจจะไม่ได้หวือหวา แต่ก็เต็มไปด้วยมาตรฐานที่สูงและมีส่วนสำคัญกับทุกความสำเร็จที่ทีมทำได้


เส้นทางโค้ชของ อาร์เบลัว


หลังแขวนสตั๊ดเขาหันมาเอาดีด้านงานสายโค้ช ก่อนจะได้โอกาสกลับสู่ทัพ "ราชันชุดขาว" ในฐานะเฮดโค้ชทีมเยาวชนชุด U14 จากนั้นอีก 2 ปีต่อมาเขาขยับไปคุมทีมเยาวชนชุดA ของสโมสร และต่อด้วยการคุมทีมคาสติยา(เรอัล มาดริดบี) ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2025 แทนที่ ราอูล กอนซาเลซ ตำนานกองหน้าของสโมสร


วันเวลาผ่านไปไม่นาน 12 มกราคม 2026 เขาได้รับการแต่งตั้งให้ก้าวขึ้นไปคุมทีมชุดใหญ่ของสโมสร แทนที่ ชาบี อลอนโซ่ แม้จะประเดิมงานด้วยความพ่ายแพ้กับการบุกไปโดน อัลบาเซเต้ ทีมจากดิวิชั่นสอง ชนะด้วยสกอร์ 3-2 ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึกโคปา เดล เรย์


แต่หลังจากนั้นเขาพาทีมเดินหน้าโกยแต้มอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีเกมที่พลาดท่าบุกไปพ่าย เบนฟิก้า 2-4 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบลีกเฟส เดือดร้อนต้องไปเล่นในรอบเพลย์ออฟ แต่ภาพรวมก็ถือว่ามีผลงานที่น่าพอใจ กับตัวเลขคุมทีม 7 นัด ชนะ 5 แพ้ 2 


น่าสนใจว่าในช่วงเวลาที่เหลือของ อาร์เบลัว กับการคุมเรอัล มาดริด เขาจะพาทีมจบซีซั่นได้ที่ตรงไหน จะสามารถเป็นไปตามเป้าได้หรือไม่ กับช่องว่างที่ตามหลังบาร์เซโลน่า คู่อริสำคัญเพียงแค่ 1 คะแนน (ผ่านแมตช์เดย์ 23)


แต่ไม่ว่าสุดท้ายจะจบฤดูกาลอย่างไร การมาของเขาก็เป็นการย้ำเตือนว่าตลอดเส้นทางลูกหนังอาจจะไม่ได้หวือหวา ทั้งในฐานะนักเตะ และการเริ่มต้นกุนซือ แต่ก็จัดได้ว่าหนึ่งบุคคลที่ประสบความสำเร็จในวงการฟุตบอล


🔥ดูบอลสดครบทั้งลีก และถ้วยยุโรปชั้นนำ อาทิ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก / ยูฟ่า ยูโรปา ลีก / ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก / ลาลีกา / บุนเดสลีกา / เซเรีย อา และอีกมากมายกว่า 2,000 แมตช์ ตลอดฤดูกาล 2025/26


📲สมัครและดูได้แล้ววันนี้ Now Football 199 บาท/เดือน (1 จอ ดูได้ทุกอุปกรณ์) คลิก : https://truevisions-now.onelink.me/RQwi/w5xp4muy

ที่มาข้อมูล : real madrid,Wikipedia

ที่มารูปภาพ : AFP

sticky-bar-top