
ก้าวสำคัญของการสร้างสุขภาวะที่ดีเกิดขึ้นที่จังหวัดลพบุรี ในงานเทศกาลปลูกดี กินดี วิถีเกษตรธรรมชาติ ครั้งที่ 13 เมื่อมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งใหญ่ระหว่าง สสส. มูลนิธิ MOA ไทย กลุ่มโรงเรียนเพชรท่าวุ้ง และเทศบาลตำบลท่าศาลา เพื่อผลักดันโครงการขยายและพัฒนากลไกการจัดการระบบอาหารสุขภาวะด้วยวิธีเกษตรธรรมชาติ
มุ่งเน้นการสร้างพลเมืองอาหารที่เข้มแข็งและยกระดับความมั่นคงทางอาหารในระดับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน พัฒนาคุณภาพชีวิต โดยมีนักกีฬาเป็นเป้าหมายแรก โดยนางประภาศรี บุญวิเศษ กรรมการกองทุน สสส. ได้เน้นย้ำถึงวิกฤตโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือ NCDs ที่กำลังคุกคามคนไทยกว่า 27 ล้านคน ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม การขับเคลื่อนในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการวางรากฐานสำคัญในการเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการสำหรับทุกช่วงวัย ขณะที่ทางด้านมูลนิธิ MOA ไทย และสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. ได้เผยผลสำเร็จในการพัฒนาเกษตรกรเข้าสู่มาตรฐานเกษตรธรรมชาติแล้วกว่า 100 แปลง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 500 ไร่ พร้อมบูรณาการองค์ความรู้เข้าสู่สถานศึกษาเพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้บริโภคเข้าหากันโดยตรง ตั้งแต่แปลงปลูกไปจนถึงโต๊ะอาหาร เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีของชาวลพบุรีอย่างเป็นรูปธรรม
สรุปข่าว
ก้าวสำคัญของการสร้างสุขภาวะที่ดีเกิดขึ้นที่จังหวัดลพบุรี ในงานเทศกาลปลูกดี กินดี วิถีเกษตรธรรมชาติ ครั้งที่ 13 เมื่อมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งใหญ่ระหว่าง สสส. มูลนิธิ MOA ไทย กลุ่มโรงเรียนเพชรท่าวุ้ง และเทศบาลตำบลท่าศาลา เพื่อผลักดันโครงการขยายและพัฒนากลไกการจัดการระบบอาหารสุขภาวะด้วยวิธีเกษตรธรรมชาติ
มุ่งเน้นการสร้างพลเมืองอาหารที่เข้มแข็งและยกระดับความมั่นคงทางอาหารในระดับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน พัฒนาคุณภาพชีวิต โดยมีนักกีฬาเป็นเป้าหมายแรก โดยนางประภาศรี บุญวิเศษ กรรมการกองทุน สสส. ได้เน้นย้ำถึงวิกฤตโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือ NCDs ที่กำลังคุกคามคนไทยกว่า 27 ล้านคน ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม การขับเคลื่อนในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการวางรากฐานสำคัญในการเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการสำหรับทุกช่วงวัย ขณะที่ทางด้านมูลนิธิ MOA ไทย และสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. ได้เผยผลสำเร็จในการพัฒนาเกษตรกรเข้าสู่มาตรฐานเกษตรธรรมชาติแล้วกว่า 100 แปลง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 500 ไร่ พร้อมบูรณาการองค์ความรู้เข้าสู่สถานศึกษาเพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้บริโภคเข้าหากันโดยตรง ตั้งแต่แปลงปลูกไปจนถึงโต๊ะอาหาร เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีของชาวลพบุรีอย่างเป็นรูปธรรม

