คาวานาฟ เผยแผนเด็ด! ใช้มวยไทยยำใหญ่ โมเรโน

Share on Line Share on Facebook Share on X
คาวานาฟ เผยแผนเด็ด!  ใช้มวยไทยยำใหญ่ โมเรโน

โลนเนอร์ คาวานาฟ นักสู้ลูกครึ่งไอริช-จีนวัย 26 ปี เจ้าของสถิติชนะ 10 แพ้ 1 กล่าวแนะนำตัวกับแฟนๆ UFCThailand พร้อมกับเปิดใจถึงความรู้สึก หลังทำผลงานอันยอดเยี่ยมด้วยการเอาชนะคะแนนอดีตแชมป์อย่าง แบรนดอน โมเรโน ในศึก UFC เม็กซิโก เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ว่า

“ผมเป็นลูกครึ่งไอริชกับจีน แม่ของผมมาจากฮ่องกง เป็นคนจีนเต็มตัว ส่วนพ่อของผมเป็นชาวไอริช นั่นคือพื้นฐานของผม ความรู้สึกตอนนี้อธิบายค่อนข้างยาก มันเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกชัดเจนคือความขอบคุณ ผมรู้สึกซาบซึ้งมากจริง ๆ ตอนนี้ผมเพิ่งเดินทางกลับมาที่สหราชอาณาจักร และกำลังพักผ่อนเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวสักพัก”

คาวานาฟ ตอบคำถามผู้สื่อข่าว ถึงความคิดในหัว ยามอยู่ในสังเวียน พร้อมพูดถึงความมั่นใจส่วนตัวว่าจะได้รับการชูมือในไฟต์กับ โมเรโน โดยเผยว่า “ตอนดวลกับ แบรนดอน โมเรโน มีอะไรผ่านเข้ามาในหัวผมหลายอย่างมาก อย่างแรกเลยคือการเห็นทีมงานทุกคนสนับสนุนผม มันทำให้ผมรู้สึกดีและมีความมั่นใจมาก ในหัวของผม ตอนที่ผมเดินออกไปและเห็นทีมงานอยู่ตรงนั้น มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมาก ผมอยากทำให้ตัวเองภาคภูมิใจ และผมก็อยากทำให้พ่อกับแม่ภูมิใจในตัวผมด้วย นั่นคือสิ่งที่ผมคิดตอนกำลังเดินขึ้นเวที” 


 


สรุปข่าว

โลนเนอร์ คาวานาฟ เผยว่าการใช้ลูกเตะคาล์ฟคิกจากพื้นฐานมวยไทยเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เอาชนะ แบรนดอน โมเรโน ในศึกยูเอฟซี เม็กซิโก พร้อมยืนยันเป้าหมายระยะยาวคือการพัฒนาฝีมือเพื่อก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์รุ่นฟลายเวตในอนาคต

โลนเนอร์ คาวานาฟ นักสู้ลูกครึ่งไอริช-จีนวัย 26 ปี เจ้าของสถิติชนะ 10 แพ้ 1 กล่าวแนะนำตัวกับแฟนๆ UFCThailand พร้อมกับเปิดใจถึงความรู้สึก หลังทำผลงานอันยอดเยี่ยมด้วยการเอาชนะคะแนนอดีตแชมป์อย่าง แบรนดอน โมเรโน ในศึก UFC เม็กซิโก เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ว่า

“ผมเป็นลูกครึ่งไอริชกับจีน แม่ของผมมาจากฮ่องกง เป็นคนจีนเต็มตัว ส่วนพ่อของผมเป็นชาวไอริช นั่นคือพื้นฐานของผม ความรู้สึกตอนนี้อธิบายค่อนข้างยาก มันเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกชัดเจนคือความขอบคุณ ผมรู้สึกซาบซึ้งมากจริง ๆ ตอนนี้ผมเพิ่งเดินทางกลับมาที่สหราชอาณาจักร และกำลังพักผ่อนเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวสักพัก”

คาวานาฟ ตอบคำถามผู้สื่อข่าว ถึงความคิดในหัว ยามอยู่ในสังเวียน พร้อมพูดถึงความมั่นใจส่วนตัวว่าจะได้รับการชูมือในไฟต์กับ โมเรโน โดยเผยว่า “ตอนดวลกับ แบรนดอน โมเรโน มีอะไรผ่านเข้ามาในหัวผมหลายอย่างมาก อย่างแรกเลยคือการเห็นทีมงานทุกคนสนับสนุนผม มันทำให้ผมรู้สึกดีและมีความมั่นใจมาก ในหัวของผม ตอนที่ผมเดินออกไปและเห็นทีมงานอยู่ตรงนั้น มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมาก ผมอยากทำให้ตัวเองภาคภูมิใจ และผมก็อยากทำให้พ่อกับแม่ภูมิใจในตัวผมด้วย นั่นคือสิ่งที่ผมคิดตอนกำลังเดินขึ้นเวที” 


 


“หลังจบยกสุดท้าย ผมรู้สึกมั่นใจ แต่ก็ไม่อยากมั่นใจมากเกินไป ผมเลยถามโค้ชของผมตลอดว่า คุณคิดว่าผมทำดีพอไหม สุดท้ายแล้วเราก็ต้องรอจนกว่าจะมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการ ดังนั้นผมรู้สึกมั่นใจ แต่ก็ยังอยากให้แน่ใจว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่ควรจะเป็น”

ขณะเดียวกัน หนึ่งในอาวุธสำคัญที่ทำให้ คาวานาฟ สร้างปัญหาให้กับอดีตแชมป์จากแดนจังโกก็คือ การเตะคาล์ฟคิก ที่ได้รับอิทธิพลมาจากการฝึกซ้อมวยไทย โดยนักสู้ลูกครึ่งไอริช-จีนวัย 26 ปี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “บางครั้งเตะคาล์ฟคิกแค่ 1-2 ครั้งอาจยังไม่เห็นผล แต่พอเตะไปสักพักมันจะเริ่มเจ็บสะสม โดยเฉพาะกับนักสู้ที่เน้นการออกหมัดมากๆ มันจะช่วยชะลอจังหวะของพวกเขาและลดพลังหมัดลงได้ ผมคิดว่ามันเป็นอาวุธที่ดีมาก และตอนนี้คาล์ฟคิกก็เริ่มถูกนำมาใช้ในมวยไทยมากขึ้นด้วย”

“โค้ชด้านการยืนสู้ของผม 2 คน มาจากพื้นฐานมวยไทย พวกเขาคือ ค็อตตอน ลูว์ และ ไมเคิล ฟาม ซึ่งเคยขึ้นชกในรายการใหญ่ๆมาแล้ว การฝึกซ้อมกับพวกเขา ทำให้สไตล์ของผมมีความหลากหลายมาก ผมชอบดูมวยไทยมาก รวมถึงมวยไทยในยุคเก่าๆด้วย ดังนั้นสไตล์การยืนสู้ของผมจึงได้รับอิทธิพลมาจากมวยไทย“


โลนเนอร์ คาวานาฟ พุ่งขึ้นไปอยู่อันดับ 6 ของรุ่นฟลายเวต หลังเอาชนะ แบรนดอน โมเรโน จนทำให้เจ้าตัวได้รับเสียงชื่นชมมากมาย โดย คาวานาฟ ได้มองถึงโอกาสสำหรับการไล่ตามความฝัน นั่นก็คือการคว้าแชมป์ โดยเปิดใจว่า 

“ตอนที่ผมได้ยินเรื่องนั้นครั้งแรก ผมรู้สึกดีใจมาก โดยเฉพาะเมื่อมีนักสู้ที่ผมชื่นชมพูดถึงผม สำหรับผมแล้ว มันเป็นเหมือนความฝันที่เป็นจริง และมันทำให้ผมมีแรงผลักดันมากขึ้นในการพัฒนาตัวเองต่อไปเป้าหมายของผมคือการเป็นแชมป์ ผมอยากทำทุกอย่างเพื่อไปให้ถึงจุดนั้น แน่นอนว่าคู่ชกบางคนก็เก่งมาก อย่างไฟต์กับ ชาร์ลส จอห์นสัน ก็แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งจริงๆ”

ที่มาข้อมูล : UFC Thailand

ที่มารูปภาพ : UFC Thailand