ประวัติ ไมคอน คาร์โดโซ่ บราซิลหัวใจไทย ลงเล่นชุดใหญ่บาเยิร์น มิวนิค

Share on Line Share on Facebook Share on X
ประวัติ ไมคอน คาร์โดโซ่ บราซิลหัวใจไทย ลงเล่นชุดใหญ่บาเยิร์น มิวนิค

ไมคอน คาร์โดโซ่ คือชื่อที่ทำให้แฟนฟุตบอลชาวไทยกลับมาตื่นเต้นอีกครั้ง หลังจากที่เขาได้โอกาสประเดิมสนามในนามทีมชุดใหญ่ของบาเยิร์น มิวนิค บนเวทีบุนเดสลีกา เยอรมัน เป็นที่เรียบร้อย 


แม้ว่าเขาจะไม่ได้มีสายเลือดไทยอยู่ในตัว แต่จุดเชื่อมโยงกับความเป็นไทยคือการที่ได้เติบโตและใช้ชีวิตวัยเด็กบนแผ่นดินขวานทอง นั่นก็เพียงพอให้เราภูมิใจในตัวเด็กหนุ่มคนนี้ที่กำลังไปได้สวยในเส้นทางลูกหนัง


สื่อกีฬายักษ์ใหญ่ของยุโรปและสื่อหลักของสโมสรต่างหยิบเรื่องราวของเจ้าหนูรายนี้มาเปิดเผย เพราะนี่ไม่ใช่แค่การเดบิวต์ของเด็กดาวรุ่งธรรมดาที่เห็นได้ทั่วไป แต่เส้นทางชีวิตของเขามีเรื่องราวต่างๆที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการเป็นลูกชายของนักเตะบราซิล ที่มาเติบโตและใช้ชีวิตในประเทศไทย


เราจึงขอใช้โอกาสนี้พาทุกท่านไปย้อนรอยเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพของเขากันดูว่ากว่าที่จะก้าวผ่านอุปสรรค์ต่างๆทั้งในและนอกสนาม การใช้ชีวิตในต่างแดน และใช้ฝีเท้านำทางสู่ความฝันกับการลงเล่นบนลีกสูงสุดของเยอรมัน

สรุปข่าว

ไมคอน คาร์โดโซ่ ดาวรุ่งเชื้อสายบราซิลที่เติบโตในประเทศไทย สร้างความตื่นเต้นให้แฟนบอลไทย หลังได้ประเดิมสนามทีมชุดใหญ่ของ บาเยิร์น มิวนิค ในศึก บุนเดสลีกา เขาเกิดที่บราซิล เป็นลูกชายของอดีตแข้งไทยลีก ดั๊กลาส คาร์โดโซ่ และเติบโตใช้ชีวิตวัยเด็กในไทย จนพูดภาษาไทยคล่อง ก่อนเริ่มเส้นทางลูกหนังกับอะคาเดมีในไทย และเข้าร่วมโครงการเยาวชนของบาเยิร์น ด้วยผลงานโดดเด่นในทีมเยาวชน เขาถูกดันขึ้นซ้อมกับทีมชุดใหญ่ภายใต้การคุมทีมของ แว็งซองต์ กอมปานี ก่อนจะได้โอกาสลงเล่นครั้งแรกเมื่อมีนาคม 2026 ถือเป็นก้าวสำคัญของแข้ง “บราซิลหัวใจไทย” บนเวทียุโรป

ไมคอน คาร์โดโซ่ คือชื่อที่ทำให้แฟนฟุตบอลชาวไทยกลับมาตื่นเต้นอีกครั้ง หลังจากที่เขาได้โอกาสประเดิมสนามในนามทีมชุดใหญ่ของบาเยิร์น มิวนิค บนเวทีบุนเดสลีกา เยอรมัน เป็นที่เรียบร้อย 


แม้ว่าเขาจะไม่ได้มีสายเลือดไทยอยู่ในตัว แต่จุดเชื่อมโยงกับความเป็นไทยคือการที่ได้เติบโตและใช้ชีวิตวัยเด็กบนแผ่นดินขวานทอง นั่นก็เพียงพอให้เราภูมิใจในตัวเด็กหนุ่มคนนี้ที่กำลังไปได้สวยในเส้นทางลูกหนัง


สื่อกีฬายักษ์ใหญ่ของยุโรปและสื่อหลักของสโมสรต่างหยิบเรื่องราวของเจ้าหนูรายนี้มาเปิดเผย เพราะนี่ไม่ใช่แค่การเดบิวต์ของเด็กดาวรุ่งธรรมดาที่เห็นได้ทั่วไป แต่เส้นทางชีวิตของเขามีเรื่องราวต่างๆที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการเป็นลูกชายของนักเตะบราซิล ที่มาเติบโตและใช้ชีวิตในประเทศไทย


เราจึงขอใช้โอกาสนี้พาทุกท่านไปย้อนรอยเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพของเขากันดูว่ากว่าที่จะก้าวผ่านอุปสรรค์ต่างๆทั้งในและนอกสนาม การใช้ชีวิตในต่างแดน และใช้ฝีเท้านำทางสู่ความฝันกับการลงเล่นบนลีกสูงสุดของเยอรมัน

ประวัติ ไมคอน คาร์โดโซ่

ไมคอน คาร์โดโซ่ เกิดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ. 2008 ที่เมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล มีเชื้อสายโปรตุเกส เป็นลูกชายของ ดั๊กลาส คาร์โดโซ่ นักฟุตบอลที่ค้าแข้งและใช้ชีวิตในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน เขามีน้องสาวฝาแฝดที่ชื่อ ยาสมิน คาร์โดโซ่ ที่บอกเลยว่าฝีเท้าก็ไม่ธรรมดาเช่นกันเพราะปัจจุบันสังกัดทีมฟลาเมงโก้ ในลีกบราซิล


ย้อนกลับไปในรุ่นพ่อ นี่คือนักฟุตบอลบราซิลที่ประสบความสำเร็จกับการค้าแข้งในไทยลีก เขามาโชว์ลีลาเพลงแข้งในยุคที่ฟุตบอลไทยกำลังบูม ผ่านการลงเล่นให้กับหลากหลายสโมสร โดยมีจุดเริ่มต้นกับการย้ายมาร่วมทีมบุรีรัมย์ พีอีเอ ในปี 2010


ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ลูกชายของเขาอายุได้ 2 ขวบ ทำให้เจ้าหนู ไมค่อน เติบโตและใช้ชีวิตในวัยเด็กท่ามกลางสิ่งแวดล้อมความเป็นไทย เพื่อน โรงเรียน ภาษา อาหาร ธรรมชาติ ทุกอย่างที่เขาจะได้เรียนรู้ในวัยกำลังจำความก็ไม่ต่างจากเด็กไทยคนหนึ่ง 


หนูน้อย ไมค่อน มักจะติดสอยห้อยตามคุณพ่อไปปรากฎตัวทั้งในสนามซ้อมและวันแข่งขันอยู่เป็นประจำ ภาพที่แฟนฟุตบอลไทยเห็นจนชินตาคือสองพี่น้องชาย-หญิงกำลังวิ่งไล่เตะฟุตบอลเล่นกันในสนามหลังจบเกมการแข่งขันไทยลีก โดยมีคุณพ่อเฝ้าดูอยู่ไม่ห่าง 


วันเวลาผ่านไปจากการย้ายมาไทยครั้งแรกในปี 2010 หลังจากนั้น ดั๊กลาส ไม่เคยย้ายไปใช้ชีวิตที่ประเทศไหนอีกเลย เขาอยู่โยงค้าแข้งในไทยลีกอย่างยาวนาน 


จบภารกิจกับ บุรีรัมย์ฯ ก็ย้ายไป ราชบุรีฯ ต่อด้วย สระบุรีฯ, พีทีที ระยอง, บางกอก เอฟซี จนมีช่วงที่ประกาศแขวนสตั๊ดก็ยังคงทำงานเป็นหนึ่งในทีมสตาฟฟ์โค้ชของราชบุรี เอฟซี ก่อนจะกลับมาเล่นฟุตบอลอาชีพอีกครั้งและก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมกับราชนาวี และ ชัยนาท ในวัยเข้าใกล้ 40 กะรัต


นับเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี กับการที่เขาและครอบครัวใช้ชีวิตในประเทศไทย โดยเฉพาะกับจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ลูกๆของเขากำลังเรียนรู้และมีพัฒนาการ


ไมค่อน พูดภาษาไทยที่มีสำเนียงเหน่อราชบุรีเป็นเอกลักษณ์และมีเสน่ห์ มีเพื่อนรอบตัวเป็นคนไทย เข้าเรียนที่โรงเรียนไทย ซึมซับวัฒนธรรมไทยจากประสบการณ์ตรงตั้งแต่เด็ก คือพูดง่ายๆถ้าตัดเรื่องสัญชาติ นี่คือเด็กไทยแบบ 100 เปอร์เซ็นต์


- เส้นทางนักฟุตบอลของ ไมคอน คาร์โดโซ่


แน่นอนว่าโค้ชฟุตบอลคนแรกของเขาคือคุณพ่อ ที่คอยถ่ายทอดศาสตร์ลูกหนังให้กับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนโดยตรง และการที่ได้ชื่อว่ามีคุณพ่อเป็นนักเตะบราซิลที่เล่นเกมรุก นอกจากทักษะพื้นฐาน แป-เดาะ-เคาะ-ส่ง เขายังได้เรียนรู้เทคนิคความสามารถเฉพาะตัวในแบบฉบับบราซิลขนาดแท้ควบคู่กันไป


ถ้าใครที่ได้โอกาสติดตามฟุตบอลไทยลีก และเคยเห็นลีลาของ คาร์โดโซ่ ผู้พ่อ ก็คงจะเห็นเงาของเขาอยู่ในตัวลูกชายคนนี้ ทั้งจังหวะความเร็วในการลากเลื้อย วิสัยทัศน์ในการจ่ายบอล การเอาตัวรอดในพื้นที่แคบๆด้วยลีลาอันแพรวพราว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเล่นด้วยความเข้าใจเกมและเล่นเพื่อทีม 


ส่วนเรื่องนอกสนาม ดั๊กลาส คือนักเตะที่เต็มไปด้วยระเบียบวินัย ไม่เคยมีเรื่องราวเสียหาย ขณะที่นิสัยส่วนตัวไม่ว่าจะไปอยู่สโมสรไหนแฟนบอลต่างก็รักและเอ็นดูในความอ่อนน้อมถ่อมตน ใช้ชีวิตติดดิน เข้าถึงง่าย เขาจึงเลี้ยงดูลูกๆอยู่บนความเรียบง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ


ไมค่อน เริ่มเข้าสู่ระบบอะคาเดมี่ของสโมสรราชบุรี เอฟซี ทีมที่พ่อของเขาทำงาน ในขณะเดียวกันแฟนฟุตบอลไทยก็เริ่มรู้จักและเห็นลีลาความสามารถของเด็กคนนี้ในวงกว้างมากขึ้นจากคลิปที่คุณพ่อได้ถ่ายเอาไว้แล้วนำมาโพสต์ลงโซเชียลด้วยความภาคภูมิใจในตัวลูกชาย 


ในคลิปเราจะเห็นเด็กชายตัวเล็กๆที่มีลีลาพริ้วไหว กระชากลากเลื้อยฝ่าวงล้อมแหวก 4 แหวก 5 หนีทั้งเพื่อนและรุ่นพี่ในสนามเข้าไปยิงประตูเป็นเรื่องปกติ 


ก้าวสำคัญก้าวต่อไปของเจ้าหนูรายนี้คือการเข้าสู่ STB Academy (สปอร์ตไทย-บาวาเรีย) โครงการสานฝันที่จะปั้นเด็กไทยสู่การเป็นนักเตะอาชีพ ที่เป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการกับสโมสรบาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่ของศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน 


การได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านลูกหนังครบครัน ทำให้เขาได้โอกาสพัฒนาฝีเท้าตัวเองอย่างเต็มพิกัด แววความสามารถของ ไมค่อน เริ่มเฉิดฉายเกินกว่าเด็กทั่วไป 


แต่ที่นอกเหนือกว่าฝีเท้า ซึ่งสำคัญไม่แพ้กันคือทัศนคติ ในวัยเด็ก ไมค่อน กล้าพูดความฝันของตัวเองได้อย่างเต็มปากว่าต้องการเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่ได้ค้าแข้งในแผ่นดินยุโรป ซึ่งคำว่า "ต้องการ" มันต่างกับคำว่า "อยากเป็น" อย่างสิ้นเชิง เพราะความอยากมันไม่แน่นอน วันหนึ่งคุณอาจจะอยากเป็นนั่น อยากเป็นนี่ แต่พอเวลาผ่านไปคุณอาจจะไม่ได้อยากในสิ่งเดิมอีกแล้ว แต่กับหนูน้อยรายนี้มันเป็นความต้องการที่เขาคิดว่าต้องทำให้ได้สักวัน


เมื่อคนเป็นพ่อรับรู้ความฝันของลูกชาย สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ถ่ายทอดประสบการณ์นักฟุตบอลอาชีพโดยตรง ปลูกฝังความมีวินัยทั้งในและนอกสนาม เพราะจากประสบการณ์ตรงของคนเป็นพ่อย่อมรู้ดีว่าเส้นทางสู่ฝันนั้นมันไม่ง่าย


ในสมัยเป็นนักเตะ ดั๊กลาส เคยไปสู่จุดสูงสุดของตัวเองด้วยการเล่นภายใต้สังกัดสโมสรเอลเช่ ที่โลดแล่นในลีกรองของสเปน เมื่อปี 2007 แต่กับการเล่นบน 5 ลีกใหญ่ของยุโรป เขายังเอื้อมไม่ถึง จึงรู้ว่าความฝันนั้นมันยากเพียงใด สิ่งเดียวที่เขาพอจะปูทางให้ได้คือถ่ายทอดประสบการณ์ตรงส่งต่อความฝันให้กับลูกชาย


จุดเปลี่ยนสำคัญของ ไมค่อน มาถึงในปี 2024 เมื่อฝีเท้าอันโดดเด่นของเขาไปเข้าตา เคลาส์ เอาเกนทาเลอร์ ประธาน บาเยิร์น โกลบอล อะคาเดมี มอบโอกาสครั้งสำคัญกับการไปร่วมทีมเยาวชนบาเยิร์น มิวนิค ชุดที่จะรวมเอานักเตะเยาวชนฝีเท้าดีที่คัดจากทั่วทุกมุมโลกมาต่อยอดผลงาน ลุยทัวร์นาเมนต์ World Squad 2024 


ไมค่อน ได้โอกาสเข้าร่วมทีมWorld Squad ของบาเยิร์น มิวนิค ในช่วง 4 สัปดาห์สุดท้ายของทัวร์นาเมนต์ และโชคชะตาก็นำพาโอกาสลงสนามให้มาถึง จากสถานการณ์นักเตะตัวรุกในทีมคนอื่นๆบาดเจ็บ ทำให้หนุ่มน้อยจากอะคาเดมี่ในประเทศไทยได้สัมผัสเกมถึง 3 นัด ที่เยอรมัน 1 นัด และสนามที่สหรัฐอเมริกา อีก 1 นัด 


แน่นอนว่า ไมค่อน ไม่ปล่อยโอกาสทองให้หลุดลอยไป เขาทิ้งความตื่นเต้น ความกดดัน ความคาดหวังเอาไว้นอกสนาม ก่อนจะปล่อยใจเป็นอิสระแล้วลงไปเล่นด้วยความรู้สึกเหมือนตอนวัยเด็ก ที่ขอแค่ได้สนุกกับลูกฟุตบอลก็เพียงพอ 


3 เกมของเขาสร้างความประทับใจให้กับทีมสตาฟฟ์โค้ชของบาเยิร์น มิวนิค ไมค่อน เปลี่ยนโอกาสทองเป็นการต่อยอดสู่การเข้าร่วมทีมเยาวชน U17 ของสโมสรบาเยิร์น มิวนิค และนำมาสู่การเซ็นสัญญาเป็นนักเตะเยาวชนของสโมสรอย่างเป็นทางการ


-  ไมค่อน คาร์โดโซ่ เซ็นสัญญาร่วมทีมเยาวชนบาเยิร์น มิวนิค


รอย มาคาย อดีตกองหน้าทีมชาติเนเธอร์แลนด์ที่ทำหน้าที่เป็นเฮดโค้ช FC Bayern World Squad หนึ่งในคนที่เห็นแววและผลักดันสู่ระบบเยาวชนของทีมแม่ ออกปากว่านี่คือนักเตะที่มีเทคนิคยอดเยี่ยม ครบเครื่อง แม้จะไม่ได้มีรูปร่างสูง แต่แลกมาด้วยความคล่อง และความแข็งแกร่งในตัวเอง เล่นได้ทั้งสองเท้า ที่สำคัญเป็นนักเตะที่มีวินัยสูง ไม่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว พร้อมเปิดรับความรู้ใหม่ตลอดเวลา


ไมค่อน พัฒนาฝีเท้าตัวเองอย่างก้าวกระโดด แม้จะมีช่วงที่บาดเจ็บหัวไหล่จนต้องหยุดพักไป แต่เขาก็กลับมาด้วยความมุ่งมั่น จนได้ขยับขึ้นสู่ทีมชุด U19 และเริ่มฉายแววออกมากับการเล่นให้ทีมสำรอง จนฝีเท้าไปเข้าตากุนซือทีมชุดใหญ่อย่าง แว็งซองต์ กอมปานี ให้โอกาสมาร่วมฝึกซ้อมกับรุ่นพี่เป็นประจำ


ในขณะที่การเรียน ไมค่อน ก็ไม่ทิ้ง แม้ช่วงเวลาที่ได้รับโอกาสในเส้นทางลูกหนังจะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อกับการเรียนในระดับชั้นมัธยมที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย แต่ด้วยความที่โรงเรียนมีหลักสูตรที่จัดเตรียมไว้สำหรับนักเรียนที่มีข้อจำกัดเรื่องของเวลา ไม่ว่าจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ หรือนักกีฬาทีมชาติ ที่ส่วนใหญ่ต้องมุ่งมั่นกับการฝึกซ้อม 


หลักสูตรนี้น่าสนใจตรงที่นักเรียนสามารถเลือกเวลาเรียนที่ตอบโจทย์กับตารางการฝึกซ้อม ผ่านคลิปที่สอนโดยอาจารย์ของสถาบัน รวมถึงการทำข้อสอบผ่านการสัมภาษณ์ผ่านวิดีโอคอล เพื่อเน้นไปที่ความเข้าใจในตำราของตัวนักเรียน มากกว่ามานั่งฝนดินสอ2B ลงบนแผ่นกระดาษ หลักสูตรนี้จะเจาะลึกทีละวิชาเพื่อลดความเครียดให้กับนักเรียนที่ต้องแบกรับทั้งวิชาการและการแข่งขันกีฬา


เมื่อมีเวลาว่างจากสโมสร ไมค่อน จะเดินทางกลับมาที่ประเทศไทยทันที เหมือนเป็นการกลับมาเยี่ยมครอบครัวและเพื่อนๆที่เติบโตมาด้วยกัน เดินสายออกรายการที่เขาเคยไปบอกเล่าความฝันตั้งแต่ในวัยเด็ก เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเองเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กไทยรุ่นหลังได้เดินตามรอย


- ไมค่อน คาร์โดโซ่ ลงเล่นทีมชุดใหญ่บาเยิร์น มิวนิค ครั้งแรก


6 มีนาคม 2026 คือวันที่เจ้าหนูไมค่อน ทำความฝันของตัวเองได้สำเร็จ เมื่อเขาถูกส่งลงสนามในนามทีมชุดใหญ่ของบาเยิร์น มิวนิค บนเวทีบุนเดสลีกา เยอรมัน เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยถูกเปลี่ยนตัวไปแทนที่ หลุยส์ ดิอาซ ในนาที 60 ของเกมที่เปิดบ้านเอาชนะ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 4-1 


การลงสนามครั้งนี้เกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากที่สโมสรต่อสัญญากับเขาออกไปจนถึงปี 2027 เขาลงไปวาดลวดลายในสนามอย่างเป็นธรรมชาติ แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความตื่นเต้น มีจังหวะเลี้ยงหลบคู่แข่งและเรียกฟาวล์ให้ทีมได้ในระยะอันตราย


มองยังไงอนาคตของเจ้าหนูรายนี้ก็ดูสดใสในเส้นทางลูกหนังยุโรป แม้จะเป็นเพียงแค่ก้าวแรกกับการไล่ตามความฝัน แต่ก็นับเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่และสั่นสะเทือนมาถึงแผ่นดินไทยที่เขาเติบโตขึ้นมา 


ยิ่งเมื่อได้เห็นข้อความจากแฟนบอลไทย ที่บอกเล่าเรื่องราวผ่านสายตาตัวเอง กับการที่เคยเห็นเด็กน้อยปั่นจักรยานเล่นในหมู่บ้านวันนั้น กลายเป็นเด็กหนุ่มที่ลงสนามให้กับทีมยักษ์ใหญ่ของโลกฟุตบอลอย่างบาเยิร์น มิวนิค


แน่นอนว่าเรื่องราวนักฟุตบอลอาชีพของเขา จะเป็นตำนานที่ถูกเล่าขานต่อไปให้กับเด็กไทยรุ่นหลังได้ฟังและเก็บไว้เป็นแรงบันดาลใจ เพื่อที่สักวันหนึ่งเราอาจจะได้ภูมิใจในตัวเด็กน้อยคนหนึ่งที่มีสายเลือดไทยแท้ๆไปวาดลวดลายบน 5 ลีกใหญ่ของยุโรป 


ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : AFP