ประวัติ เสกสรรค์ ราตรี กองกลางสายเลือดใหม่ทีมชาติไทย

Share on Line Share on Facebook Share on X
ประวัติ เสกสรรค์ ราตรี กองกลางสายเลือดใหม่ทีมชาติไทย

ในช่วงเวลาที่ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ อยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่ายสายเลือดใหม่ ทั้งตัวกุนซือภายใต้การคุมทัพของ แอนโธนี่ ฮัดสัน รวมถึงบรรดาตัวผู้เล่นที่ผสมผสานแข้งตัวเก๋าๆเข้ากับดาวรุ่งที่จะขึ้นมาแทนรุ่นพี่ในอนาคตอันใกล้ 


ภายหลังการประกาศรายชื่อขุนพล "ช้างศึก" ชุดลุยศึกเอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก ในเกมสำคัญที่จะพบกับ เติร์กเมนิสถาน เราคงได้เห็นภาพโครงสร้างของทีมชาติไทยกันแล้วว่าจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร


สิ่งที่น่าสนใจคือการหลอมรวมระหว่างบรรดานักเตะรุ่นพี่ ที่ผ่านประสบการณ์ในนามทีมชาติมาอย่างโชกโชน ไม่ว่าจะเป็น ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีราทร บุญมาทัน รวมถึง ธีรศิลป์ แดงดา ที่เข้ามาสมทบแทน ยศกร บูรพา รุ่นน้องที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ 


ผนึกกำลังกับบรรดานักเตะที่กำลังอยู่ในช่วงพีคของอาชีพ และเติมเต็มด้วยดาวรุ่งแห่งอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือ เสกสรรค์ ราตรี ห้องเครื่องที่ถูกคาดหมายว่าจะเป็นกระดูกสันหลังหลักคนต่อไปของทัพช้างศึก


ด้วยประสบการณ์ที่แม้จะยังน้อยในนามทีมชาติไทยชุดใหญ่ แต่เขาเองก็ถือว่าได้ผ่านจุดเริ่มต้นกับการสัมผัสเวทีระดับนานาชาติมาบ้างแล้ว และเริ่มสะสมประสบการณ์ให้ดูเนียนตาไปกับรุ่นพี่หลายๆคน 


สรุปข่าว

เสกสรรค์ ราตรี กองกลางดาวรุ่งของ ทีมชาติไทย เกิดวันที่ 14 มีนาคม 2003 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็ก ก่อนพัฒนาฝีเท้ากับโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี และถูกคัดเลือกเข้าโครงการ Fox Hunt รุ่นที่ 4 ของ เลสเตอร์ ซิตี้ แม้โครงการต้องยุติจากสถานการณ์โควิด-19 ปี 2022 เขาย้ายร่วมทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และค่อยๆ สะสมประสบการณ์ ก่อนถูกปล่อยยืมไป ระยอง เอฟซี ฤดูกาล 2025-26 ซึ่งเจ้าตัวทำผลงานโดดเด่น ลงเล่น 23 นัด ยิง 8 ประตู ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมทำให้ เสกสรรค์ ถูกเรียกติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรกในปี 2024 ภายใต้การคุมทีมของ มาซาทาดะ อิชิอิ และกลับมาติดทีมอีกครั้งในยุค แอนโธนี ฮัดสัน เพื่อลุยศึก เอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก โดยถูกมองว่าเป็นกองกลางอนาคตใหม่และกำลังสำคัญของทัพ "ช้างศึก"

ในช่วงเวลาที่ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ อยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่ายสายเลือดใหม่ ทั้งตัวกุนซือภายใต้การคุมทัพของ แอนโธนี่ ฮัดสัน รวมถึงบรรดาตัวผู้เล่นที่ผสมผสานแข้งตัวเก๋าๆเข้ากับดาวรุ่งที่จะขึ้นมาแทนรุ่นพี่ในอนาคตอันใกล้ 


ภายหลังการประกาศรายชื่อขุนพล "ช้างศึก" ชุดลุยศึกเอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก ในเกมสำคัญที่จะพบกับ เติร์กเมนิสถาน เราคงได้เห็นภาพโครงสร้างของทีมชาติไทยกันแล้วว่าจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร


สิ่งที่น่าสนใจคือการหลอมรวมระหว่างบรรดานักเตะรุ่นพี่ ที่ผ่านประสบการณ์ในนามทีมชาติมาอย่างโชกโชน ไม่ว่าจะเป็น ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีราทร บุญมาทัน รวมถึง ธีรศิลป์ แดงดา ที่เข้ามาสมทบแทน ยศกร บูรพา รุ่นน้องที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ 


ผนึกกำลังกับบรรดานักเตะที่กำลังอยู่ในช่วงพีคของอาชีพ และเติมเต็มด้วยดาวรุ่งแห่งอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือ เสกสรรค์ ราตรี ห้องเครื่องที่ถูกคาดหมายว่าจะเป็นกระดูกสันหลังหลักคนต่อไปของทัพช้างศึก


ด้วยประสบการณ์ที่แม้จะยังน้อยในนามทีมชาติไทยชุดใหญ่ แต่เขาเองก็ถือว่าได้ผ่านจุดเริ่มต้นกับการสัมผัสเวทีระดับนานาชาติมาบ้างแล้ว และเริ่มสะสมประสบการณ์ให้ดูเนียนตาไปกับรุ่นพี่หลายๆคน 


แถมผลงานที่กำลังไปได้สวยกับการลงสนามในสีเสื้อระยอง เอฟซี ทำให้การติดทีมชาติของเขาในครั้งนี้ถูกจับตามองว่าจะได้โอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงเลยหรือไม่ เราจึงขอใช้โอกาสนี้พาทุกท่านไปทำความรู้จักกับแข้งรายนี้กันให้มากขึ้น


ประวัติ เสกสรรค์ ราตรี


"กอล์ฟ" เสกสรรค์ ราตรี เกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 2003 ณ อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เขาเติบโตมาในครอบครัวที่ประกอบอาชีพค้าขาย และผ่านเรื่องราวที่คุณพ่อกับคุณแม่แยกทางกัน แต่ถึงกระนั้นพวกท่านก็ยังคงทำหน้าที่พ่อ-แม่ให้กับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเป็นอย่างดี โดยที่เจ้าตัวอาศัยอยู่กับพ่อและคุณยายเป็นหลัก


เสกสรรค์ เริ่มหลงรักกีฬาฟุตบอลและฝึกทักษะพื้นฐานตั้งแต่ตอนเรียนชั้นอนุบาล ก่อนจะเริ่มจริงจังขึ้นในระดับชั้นประถม ที่โรงเรียนอนุบาลด่านช้าง


เป้าหมายของเด็กชายเสกสรรค์ ชัดเจนมากขึ้นคือเขาต้องการเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี แต่ด้วยความที่เป็นโรงเรียนกีฬาเบอร์1 ของจังหวัด ทำให้เต็มไปด้วยคู่แข่งในวัยเดียวกัน


บทสรุปคือเขาผิดหวังกับผลการคัดตัว ทำให้ต้องเบนเข็มไปเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมต้นที่โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา1 แต่แล้วฝีเท้าของเขาก็นำพาโชคชะตาให้เกิดจุดเปลี่ยนแรกในชีวิต ภายหลังเข้าเรียนในระดับชั้นม.1 ที่โรงเรียนบรรหารแจ่มฯ ได้เพียงแค่เทอมเดียว เขาก็ได้โอกาสครั้งสำคัญ


เสกสรรค์ ราตรี ได้รับโอกาสสำคัญในชีวิต


คุณอภิรักษ์ คงมาลัย ที่เป็นลุงแท้ๆของ พี่ตูน บอดี้แสลม เวลานั้นมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการของแบรนด์รถยนต์มาสด้าในสุพรรณบุรี เป็นคนกว้างขวางในจังหวัดและเป็นผู้ใหญ่ใจดีที่มอบโอกาสนี้ให้กับเด็กที่เขาเคยเห็นฝีเท้ามากับตาตัวเอง 


ย้อนกลับไปตอนที่ เสกสรรค์ อายุ 12 ปี เขาคือ 1 ในนักเตะของทีมมาสด้า สุพรรณบุรี ที่เป็นตัวแทนจังหวัดไปแข่งขันรายการ ไพร์มินิสเตอร์ และมีส่วนสำคัญกับบทบาทกองกลาง ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ในรอบภาคกลางมาครองได้อย่างยอดเยี่ยม 


ผลงานที่โดดเด่นของเขาในรายการนี้ ทำให้คุณอภิรักษ์ เกิดความประทับใจตั้งแต่ตอนนั้น ก่อนจะมอบโอกาสให้กับเจ้าหนูรายนี้ได้เติมเต็มความฝันแรกด้วยการย้ายไปเข้าเรียนที่โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี


เสกสรรค์ ราตรี ติดโครงการ Fox Hunt รุ่นที่4


จากเด็กที่ไม่ผ่านการคัดตัว กลายเป็นส่วนเติมเต็มของทีมโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี ด้วยสไตล์การเล่นที่เป็นกองกลางยุคใหม่ มีดีทั้งเกมรับและเกมรุก ทักษะความสามารถรอบด้าน อ่านเกมดี ตัดบอลเก่ง ครองบอลเหนียว จ่ายบอลเนียนตาทั้งใกล้และไกล บวกกับจังหวะจบสกอร์ที่เฉียบคม โดยเฉพาะลูกยิงแถวสอง จัดว่าครบเครื่องสมกับบทบาท


เขากลายเป็นหัวใจสำคัญของทีมและเดินสายแข่งขันทุกรายการที่โรงเรียนส่งชิงชัย จนมาถึงศึกคิง เพาเวอร์ คัพ ปี 2018 รายการที่จัดภายใต้โครงการ Fox Hunt ของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ต้องการคัดสรรค์เด็กฝีเท้าดีไปต่อยอด


แม้ผลงานของทีมโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี จะไม่ผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงแชมป์ประเทศ แต่ฟอร์มในการแข่งขันระดับภาคของ เสกสรรค์ ราตรี ถือว่าทำได้อย่างโดดเด่น ซึ่งมันเพียงพอที่จะทำให้เขาถูกทีมแมวมองใส่ชื่อเป็น 1 ใน 33 คนสุดท้าย ที่จะได้โอกาสเข้าแคมป์ฝึกซ้อมแบบเข้มข้นกับโครงการ Fox Hunt ที่ศูนย์กีฬากิเลน วัลเลย์ 


เสกสรรค์ ใช้โอกาสที่มีอย่างเต็มที่ ก่อนจะเป็น 1 ใน 10 ตัวแทนโครงการ Fox Hun ประเทศไทย รุ่นที่4 เดินทางไปฝึกฟุตบอลกับสโมสรเลสเตอร์ ถึงประเทศอังกฤษ 


แต่น่าเสียดายที่เส้นทางฝันต้องหยุดชะงักเพราะการแพร่ระบาดของโควิด 19 ทำให้โครงการนี้ต้องถูกยุบไปโดยปริยาย ทั้งๆที่กำลังไปได้สวยกับการใช้ชีวิตที่อังกฤษ แต่ทุกอย่างต้องถูกยกเลิกกลางคัน ดาวรุ่งของโครงการทุกคนถูกส่งตัวกลับประเทศไทย


บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าตัว เสกสรรค์ ราตรี


อย่างไรก็ตามการได้เป็น 1 ใน 10 นักเตะของโครงการนี้ ทำให้เจ้าตัวมีเครื่องหมายการันตีว่าจะเป็นนักเตะแห่งอนาคต เขามีชื่อติดทีมชาติไทยชุดU23 ภายใต้การคุมทัพของ ซัลบาดอร์ บาเลโร ไปลุยศึกชิงแชมป์อาเซียน ซึ่งผลงานภาพรวมถือว่าทำได้น่าประทับใจ จนสุดท้ายกลายเป็นสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มือไวกระชากตัวเข้าไปร่วมทีมในปี 2022 


การย้ายเข้าไปอยู่ในทีมยักษ์ใหญ่ของประเทศที่เต็มไปด้วยรุ่นพี่ดีกรีระดับทีมชาติ แถมบรรดานักเตะโควต้าต่างชาติก็จัดจ้าน ทำให้โอกาสลงเล่นของเขาในฤดูกาลแรกแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย


เข้าสู่ฤดูกาลที่ 2 เขาได้รับโอกาสมากขึ้นในทีม "ปราสาทสายฟ้า" แม้จะยังไม่ใช่ตัวหลัก แต่ก็เริ่มเก็บประสบการณ์มากขึ้น โดยเฉพาะการเล่นฟุตบอลถ้วยในประเทศ ก่อนจะมีชื่อยิงประตูแรกให้กับ บุรีรัมย์ฯ ในศึกเอฟเอ คัพ ฤดูกาล 2023-24


ฤดูกาลที่ 3 ในสีเสื้อบุรีรัมย์ฯ เสกสรรค์ พัฒนาตัวเองขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทั้งฝีเท้าและร่างกาย แม้การมาอยู่ทีมใหญ่จะทำให้โอกาสลงเล่นน้อย แต่เขาก็จะได้เรียนรู้โดยตรงกับบรรดานักเตะรุ่นพี่ระดับทีมชาติหลายต่อหลายคนในทีมที่คอยให้คำแนะนำ


ผลงานของเขาในฤดูกาล 2024-25 เริ่มจับต้องได้ เขามีชื่อยิงประตูแรกบนลีกสูงสุดของไทย และเริ่มมีส่วนร่วมกับจังหวะสำคัญมากขึ้น แม้จะยังไม่ถึงขนาดเบียดแย่งตัวจริงกับรุ่นพี่ในทีม แต่ก็ดูมีแววที่จะฝากอนาคตเอาไว้ได้ 


เสกสรรค์ ราตรี ติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรก


เสกสรรค์ ราตรี ถูกเรียกติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรกในช่วงปฏิทินฟีฟ่า เดย์ เดือนพฤศจิกายน 2024 ภายใต้การคุมทัพของ มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือชาวญี่ปุ่นที่รับรู้ถึงฝีเท้าดาวรุ่งคนนี้เป็นอย่างดี เพราะเคยเห็นกับตาตัวเองมาแล้วสมัยคุมทีมบุรีรัมย์ฯ


เขาได้โอกาสลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องทั้งสองนัด ที่เจอกับทีมชาติเลบานอน และสปป.ลาว ซึ่งเจ้าตัวก็สามารถประเดิมประตูแรกในนามทีมชาติได้ในเกมที่2 นัดที่เสมอกับ สปป.ลาว 1-1 วันที่ 17 พฤศจิกายน 2024 ก่อนจะได้ติดทีมชาติชุดใหญ่ต่อเนื่องไปลุยศึกชิงแชมป์อาเซียน 2024 ซึ่งในระหว่างนั้นเขาก็ยังคงถูกเรียกติดทีมชาติชุด U23 ควบคู่กันไป


เสกสรรค์ ราตรี ย้ายร่วมทีมระยอง เอฟซี ด้วยสัญญายืมตัว


ด้วยวัยและฝีเท้าของเขา แน่นอนว่าบุรีรัมย์ฯ ย่อมรู้ดีว่านักเตะจำเป็นต้องได้รับโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้หยุดพัฒนา แต่ก็ต้องยอมรับว่าในทีมยังคงเต็มไปด้วยแข้งฝีเท้าดีมากมาย สุดท้ายจึงตัดสินใจหาทางออกด้วยการส่งไปให้กับ ระยอง เอฟซี ยืมตัวใช้งาน ในฤดูกาล 2025-26


การย้ายไปอยู่กับทีมที่เล็กลง ทำให้ เสกสรรค์ ตัวใหญ่ขึ้น! เขากลายเป็นส่วนสำคัญของสโมสรระยอง เอฟซี โลดแล่นบนลีกสูงสุดของไทยได้อย่างแข็งแกร่ง จากทีมในกลุ่มครึ่งล่าง และต้องดิ้นรนเอาตัวรอดในแต่ละซีซั่น กลายเป็นยกระดับขึ้นมาเป็นทีมครึ่งบน แถมมีช่วงที่ฟอร์มร้อนแรงสุดๆถึงขนาดติดท็อปโฟร์ของตารางมาแล้ว


ผลงานภาพรวมกับสโมสรระยอง เอฟซี ถึงตรงนี้เขาลงเล่นไปแล้ว 23 นัด ซัดไปถึง 8 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์ จัดว่าเป็นกองกลางสัญชาติไทยที่ผลงานโดดเด่นเบอร์ต้นๆของลีก ซึ่งแน่นอนว่ามันเพียงพอกับการถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่อีกครั้ง ภายใต้การคุมทัพของ แอนโธนี่ ฮัดสัน


การติดทีมชาติไทย ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่โปรแกรมอุ่นเครื่อง แต่เป็นการสัมผัสกับการแข่งขันจริงในเกมที่ทุกคนต่างกดดันจากความคาดหวังของแฟนๆ ที่อยากจะเห็นทีมชาติไทยผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายของศึกเอเชียน คัพ 2027 


เกมที่จะชี้ชะตาเข้ารอบกับกับเติร์กเมนิสถาน ถือว่าสำคัญมากๆ เพราะโจทย์ของทีมชาติไทย คือต้องเก็บชัยชนะให้ได้สถานเดียว น่าสนใจว่าเขาจะสามารถเค้นศักยภาพของตัวเองออกมาเพื่อมัดใจโค้ชในช่วงของการเก็บตัวฝึกซ้อมในแคมป์ทีมชาติได้หรือไม่?


บทบาทของเขากับการติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งนี้จะมีมากน้อยขนาดไหน? วันที่ 31 มีนาคม 2569 คือคำตอบของทุกอย่าง แฟนฟุตบอลไทยสามารถร่วมส่งกำลังใจให้กับทัพ "ช้างศึก" ลุยศึกเอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก พบกับ เติร์กเมนิสถาน ณ ราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.30 น. รับชมถ่ายทอดสดฟรีทางแอปพลิเคชัน ทรูวิชั่นส์ นาว


ที่มาข้อมูล : GU Talk / sportingnews / จอน

ที่มารูปภาพ : FA Thailand