วัตกินส์ ทำสถิติแซง ปีเตอร์ วิธ ยิงสูงสุดให้วิลล่าในเกมยุโรป

Share on Line Share on Facebook Share on X
วัตกินส์ ทำสถิติแซง ปีเตอร์ วิธ ยิงสูงสุดให้วิลล่าในเกมยุโรป

สโมสรแอสตัน วิลล่า ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในศึกยูโรปา ลีก ได้สำเร็จ หลังเอาชนะ โบโลญญ่า 4-0 (สกอร์รวม 7-1) ในเกมนัดที่2 ของรอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนที่ผ่านมา(16 เม.ย. 69) 


เกมดังกล่าว โอลลี วัตกินส์ เบิกร่องซัดประตูแรกให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ทำให้เขากลายเป็นนักเตะพรีเมียร์ลีก คนที่ 3 ที่สามารถยิงแตะหลัก 100 ประตูในทุกรายการ นับตั้งแต่ที่เขาประเดิมสนามให้กับวิลล่า เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2020 ต่อจาก โม ซาลาห์ (จำนวน 159 ประตู) และ เออร์ลิง ฮาแลนด์ (จำนวน 157 ประตู)

สรุปข่าว

โอลลี วัตกินส์ ผงาดขึ้นแท่นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลในเกมยุโรปของ แอสตัน วิลล่า ด้วยจำนวน 10 ประตู หลังซัดพาทีมถล่มโบโลญญ่า 4-0 ทะลุรอบรองชนะเลิศเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยทำสถิติแซงหน้าตำนานอย่าง ปีเตอร์ วิธ และจอห์น แม็กกินน์ (9 ประตู) พร้อมฉลองการยิงครบ 100 ประตู ทุกรายการนับตั้งแต่ร่วมทีมในปี 2020 กลายเป็นนักเตะพรีเมียร์ลีกรายที่ 3 ต่อจาก โม ซาลาห์ และ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ที่ทำได้ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยวิลล่ามีคิวไปดวลกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ในรอบรองชนะเลิศ

สโมสรแอสตัน วิลล่า ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในศึกยูโรปา ลีก ได้สำเร็จ หลังเอาชนะ โบโลญญ่า 4-0 (สกอร์รวม 7-1) ในเกมนัดที่2 ของรอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนที่ผ่านมา(16 เม.ย. 69) 


เกมดังกล่าว โอลลี วัตกินส์ เบิกร่องซัดประตูแรกให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ทำให้เขากลายเป็นนักเตะพรีเมียร์ลีก คนที่ 3 ที่สามารถยิงแตะหลัก 100 ประตูในทุกรายการ นับตั้งแต่ที่เขาประเดิมสนามให้กับวิลล่า เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2020 ต่อจาก โม ซาลาห์ (จำนวน 159 ประตู) และ เออร์ลิง ฮาแลนด์ (จำนวน 157 ประตู)

ขณะเดียวกัน โอลลี วัตกินส์ ยังทำสถิติเป็นนักเตะของแอสตัน วิลล่า ที่ยิงประตูในเกมยุโรปได้มากที่สุดด้วยจำนวน 10 ประตู แซงหน้า ปีเตอร์ วิธ ตำนานสโมสร อดีตกุนซือทีมชาติไทยยุคดรีมทีม และจอห์น แม็กกินน์ ที่ยิงไปคนละ 9 ประตู


โดย วัตกินส์ เผยว่า "นี่คือเป้าหมายที่กองหน้าทุกคนไฝ่ฝัน ตลอดอาชีพของผมเคยยิงประตูในลักษณะนี้มาแล้ว ขอเพียงแค่ได้อยู่ในกรอบเขตโทษแล้วรอจังหวะให้บอลมาถึง มอร์แกน โรเจอร์ส จากนั้นเขาก็จะผ่านมาให้ผมแบบง่ายดาย"


แอสตัน วิลล่า ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปพบกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ทีมจากพรีเมียร์ลีก เจอกันในเกมยุโรปรอบรองชนะเลิศ นับตั้งแต่ที่ อาร์เซน่อล ดวลกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2008-09


"ในรายการแข่งขันแบบนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับแต่ละนัดที่จะลงเล่น นี่คือช่วงเวลาที่ผมตื่นเต้นมาก ทีมเรามีผู้เล่นที่ฟิตสมบูรณ์ทุกคน และกำลังอยู่ในช่วงที่เล่นได้ดีที่สุด เรายังเหลืออะไรให้ได้ลุ้นอีกมาก ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ถ้ามีคนมาบอกว่าเราจะได้ไปเล่นรอบรองชนะเลิศของฟุตบอลยุโรป ผมคงจะรีบคว้ามือเขาเอาไว้!"

ที่มาข้อมูล : beinsports

ที่มารูปภาพ : AFP