“สถานีตรวจคุณภาพน้ำ” WaterSense เก็บข้อมูลไว เตือนมลพิษล่วงหน้า 72 ชั่วโมง

Share on Line Share on Facebook Share on X

นักศึกษาปริญญาเอกจากโปแลนด์ พัฒนาสถานีตรวจคุณภาพน้ำ ที่มีจุดเด่นคือการใช้เซ็นเซอร์กระดาษราคาประหยัด และระบบปัญญาประดิษฐ์ ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจากน้ำตามแหล่งที่ติดตั้งพร้อมทั้งรายงานผลได้แบบเรียลไทม์

สรุปข่าว

WaterSense เป็นผลงานที่สร้างสรรค์โดย ฟิลิป บัดนี (Filip Budny) นักศึกษาปริญญาเอกจากประเทศโปแลนด์ ซึ่งได้รับรางวัลระดับโลกสาขาความยั่งยืนจากเวที เจมส์ ไดสัน อวอร์ด (James Dyson Award) ผลงานนี้คือ แพลตฟอร์มลอยน้ำอัตโนมัติ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำ โดยมีจุดเด่นคือการใช้ เซ็นเซอร์กระดาษราคาประหยัด ร่วมกับ ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและรายงานผลแบบเรียลไทม์

นักศึกษาปริญญาเอกจากโปแลนด์ พัฒนาสถานีตรวจคุณภาพน้ำ ที่มีจุดเด่นคือการใช้เซ็นเซอร์กระดาษราคาประหยัด และระบบปัญญาประดิษฐ์ ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจากน้ำตามแหล่งที่ติดตั้งพร้อมทั้งรายงานผลได้แบบเรียลไทม์

ผลงานนี้มีชื่อว่า วอเตอร์เซนส์ (WaterSense) สร้างสรรค์โดย ฟิลิป บัดนี (Filip Budny) นักศึกปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีวอร์ซอ เป็นแพลตฟอร์มลอยน้ำที่ทำงานอัตโนมัติ โดยดึงตัวอย่างน้ำจากความลึกหลายระดับ และเปลี่ยนแถบเซ็นเซอร์ใหม่ทุกวัน เพื่อรักษาความแม่นยำในระดับที่เทียบเท่ากับห้องปฏิบัติการ

แพลตฟอร์มลอยน้ำตัวนี้ ใช้แหล่งพลังงานจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก (micro-hydrogenerator) และการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้สามารถติดตั้งใช้งานได้ยาวนาน โดยสามารถวัดค่าทางกายภาพ และค่าทางเคมีของน้ำได้มากกว่า 25 รายการ ส่งไปยังแพลตฟอร์มบนเว็บไซต์ เพื่อให้ทีมที่ดูแล สามารถตรวจสอบคุณภาพน้ำตามที่ต้องการได้แบบทันที

ผลงานนี้ ยังช่วยให้หน่วยงานสามารถเปลี่ยนจากการสุ่มตรวจตัวอย่างน้ำเป็นครั้งคราว ไปสู่การตรวจสอบได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถแจ้งเตือนเหตุการณ์เสี่ยงต่าง ๆ เช่น การรั่วไหลของน้ำเสีย หรือน้ำที่ไหลบ่าจากพื้นที่เกษตรกรรม เนื่องจากทีมพัฒนาระบุว่าแบบจำลอง AI สามารถคาดการณ์เหตุการณ์มลพิษของน้ำล่วงหน้าได้นานถึง 72 ชั่วโมง (forecast pollution events up to 72 hours ahead) 

ขณะนี้มีการทดสอบต้นแบบของสถานีเก็บตัวอย่างน้ำมากกว่า 20 หน่วยในโปแลนด์ ร่วมกับหน่วยงานสาธารณูปโภคและรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติในการใช้งาน และจะขยายพื้นที่ใช้งานไปยังจุดอื่นในยุโรปต่อไป

เรียกได้ว่าผลงานนี้ ช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถตรวจสอบคุณภาพน้ำได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น จนทำให้ผลงานนี้ เข้าตากรรมการ สามารถคว้ารางวัลระดับโลกสาขาความยั่งยืน จากเวทีใหญ่ เจมส์ ไดสัน อวอร์ด (James Dyson Award) เวทีประกวดการออกแบบระดับนานาชาติ พร้อมรับเงินรางวัลมูลค่า 30,000 ปอนด์ หรือราว 1,200,000 บาท ไปครองได้สำเร็จ

ที่มาข้อมูล : reutersconnect

ที่มารูปภาพ : Reuters

sticky-bar-top