
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) ประกาศความพร้อมในการเคลื่อนย้ายจรวด Space Launch System (SLS) และแคปซูลอวกาศ Orion สำหรับภารกิจ Artemis 2 ออกจากอาคารประกอบยาน (Vehicle Assembly Building หรือ VAB) ไปยังฐานปล่อยยาน 39B ณ ศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดา ในวันที่ 17 มกราคม 2026 นี้ หากสภาพอากาศและเทคนิคเอื้ออำนวย, โดยคาดการณ์ว่าการปล่อยตัวอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026
สรุปข่าว
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) ประกาศความพร้อมในการเคลื่อนย้ายจรวด Space Launch System (SLS) และแคปซูลอวกาศ Orion สำหรับภารกิจ Artemis 2 ออกจากอาคารประกอบยาน (Vehicle Assembly Building หรือ VAB) ไปยังฐานปล่อยยาน 39B ณ ศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดา ในวันที่ 17 มกราคม 2026 นี้ หากสภาพอากาศและเทคนิคเอื้ออำนวย, โดยคาดการณ์ว่าการปล่อยตัวอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026
การเคลื่อนย้ายประวัติศาสตร์สู่ฐานปล่อย ในวันที่ 17 มกราคม รถขนส่งขนาดมหึมา Crawler-Transporter 2 จะทำการเคลื่อนย้ายจรวด SLS และยาน Orion เป็นระยะทาง 4 ไมล์ หรือ 6.4 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาเดินทางนานถึง 12 ชั่วโมง
ลอรี เกลซ (Lori Glaze) รักษาการรองผู้ช่วยผู้บริหารสำนักภารกิจพัฒนาระบบสำรวจของ NASA ระบุว่า "เรากำลังขยับเข้าใกล้ Artemis 2 มากขึ้น และความปลอดภัยของลูกเรือจะยังคงเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดในทุกย่างก้าวที่เราเข้าใกล้การกลับคืนสู่ดวงจันทร์ของมนุษยชาติ"
ภารกิจและรายชื่อนักบินอวกาศ ภารกิจ Artemis 2 จะใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 10 วัน โดยจะพานักบินอวกาศ 4 ท่าน ได้แก่ รีด ไวส์แมน (Reid Wiseman), วิคเตอร์ โกลเวอร์ (Victor Glover), คริสตินา ค็อก (Christina Koch) จาก NASA และ เจเรมี แฮนเซน (Jeremy Hansen) เดินทางไปรอบดวงจันทร์และกลับสู่โลก แม้ว่าภารกิจนี้จะไม่ได้ลงจอดหรือเข้าสู่วงโคจรของดวงจันทร์ แต่ก็นับเป็นการเดินทางสู่ดวงจันทร์โดยมีมนุษย์ควบคุมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ภารกิจ Apollo 17 เมื่อเดือนธันวาคม 1972
ขั้นตอนสำคัญก่อนการปล่อยตัว: การซ้อมเติมเชื้อเพลิง (Wet Dress Rehearsal) เมื่อจรวดไปถึงฐานปล่อย 39B ทีมงานจะทำการทดสอบระบบอย่างละเอียด โดยขั้นตอนที่สำคัญที่สุด คือ ขั้นตอน Wet Dress Rehearsal ซึ่งเป็นการซ้อมเติมเชื้อเพลิงไครโอเจนิกเหลวมากกว่า 700,000 แกลลอน หรือ 2.65 ล้านลิตร และการนับถอยหลังการปล่อยยานเสมือนจริง
การทดสอบนี้มีความสำคัญมาก เนื่องจากในภารกิจ Artemis 1 (แบบไม่มีนักบิน) เคยประสบปัญหาการรั่วไหลของไฮโดรเจนเหลวจนต้องเลื่อนการปล่อยตัวมาแล้วหลายครั้ง สำหรับกำหนดการปล่อยตัวที่อาจเกิดขึ้น NASA ได้แบ่งช่วงเวลาที่มีความเป็นไปได้ในการปล่อยตัว (Launch Windows) ออกเป็น 3 ช่วงตามหลักกลศาสตร์วงโคจร ดังนี้
ช่วงที่ 1 (31 ม.ค. – 14 ก.พ.) มีโอกาสปล่อยตัวในวันที่ 6, 7, 8, 10 และ 11 กุมภาพันธ์
ช่วงที่ 2 (28 ก.พ. – 1 มี.ค.) มีโอกาสในวันที่ 6, 7, 8, 9 และ 11 มีนาคม
ช่วงที่ 3 (27 มี.ค. – 10 เม.ย.) มีโอกาสในวันที่ 1, 3, 4, 5 และ 6 เมษายน
ทั้งนี้ การเลือกวันปล่อยตัวที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับผลการทดสอบระบบ ความพร้อมของวัสดุอุปกรณ์ สภาพอากาศ และตารางเวลาการใช้งานพื้นที่ฐานปล่อย (Eastern Range) โดย NASA ตั้งเป้าที่จะทำการลองปล่อยตัวไม่เกิน 4 ครั้งต่อช่วงโอกาส และจะมีการประกาศวันปล่อยตัวอย่างเป็นทางการหลังจากเสร็จสิ้นการทบทวนความพร้อมการบิน (Flight Readiness Review)

