หนุ่มจีน “อัมพาตทั้งตัว” ใช้ หนึ่งนิ้วมือ-หนึ่งนิ้วเท้า คุม “ฟาร์มไฮเทค” สร้างรายได้

Share on Line Share on Facebook Share on X
หนุ่มจีน “อัมพาตทั้งตัว” ใช้ หนึ่งนิ้วมือ-หนึ่งนิ้วเท้า คุม “ฟาร์มไฮเทค” สร้างรายได้

ชายชาวจีนวัย 36 ปี ผู้ป่วยอัมพาตติดเตียง กลายเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจไปทั่วโลกออนไลน์ หลังเขาได้แสดงความสามารถในการเขียนโปรแกรม และควบคุมจัดการระบบฟาร์มผักอัจฉริยะ ทำผลผลิตงอกเงย ส่งขายในตลาดได้ โดยใช้แค่การขยับเพียง หนึ่งนิ้วมือและหนึ่งนิ้วเท้า ในการควบคุม

สรุปข่าว

ชายชาวจีนวัย 36 ปี ผู้ป่วยเป็นอัมพาตติดเตียง แสดงความสามารถในการเขียนโปรแกรม และควบคุมจัดการระบบฟาร์มผักอัจฉริยะ ทำผลผลิตงอกเงย ส่งขายในตลาดได้ โดยใช้เพียงแค่การขยับหนึ่งนิ้วมือ และหนึ่งนิ้วเท้า ในการควบคุมระบบทั้งหมด

ชายชาวจีนวัย 36 ปี ผู้ป่วยอัมพาตติดเตียง กลายเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจไปทั่วโลกออนไลน์ หลังเขาได้แสดงความสามารถในการเขียนโปรแกรม และควบคุมจัดการระบบฟาร์มผักอัจฉริยะ ทำผลผลิตงอกเงย ส่งขายในตลาดได้ โดยใช้แค่การขยับเพียง หนึ่งนิ้วมือและหนึ่งนิ้วเท้า ในการควบคุม

ชายหนุ่มคนนี้มีชื่อว่า หลี่ เซี่ย (Li Xia) เป็นผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อลีบดูเชนน์ (Duchenne muscular dystrophy) ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งในปี 2020 เขากลายเป็นอัมพาตทั้งตัว และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเกือบตลอดเวลา 

ทว่าเขากลับฮึดสู้ และนำความหลงใหลในเทคโนโลยีมาผสานกับพื้นฐานความรู้ด้านเกษตรกรรมจนเกิดเป็นฟาร์มอัจฉริยะ บริหารจัดการฟาร์มผักไฮเทค เพื่อส่งขายซูเปอร์มาร์เก็ต โดยใช้ทักษะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ระบบเทคโนโลยี รวมถึงความรู้ด้านการเกษตร เป็นตัวสำคัญ

โดยเขาได้ควบคุมฟาร์มผักไร้ดิน (Hydroponics) 4 โรงเรือนที่อยู่ห่างออกไป 10 เมตร ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งอยู่เหนือศีรษะ จากเตียงนอนในบ้าน จากโปรแกรมที่เขียนขึ้นเอง ตั้งแต่ตอนที่อาการป่วยยังไม่ทำให้เขาเป็นอัมพาตทั้งตัว มาใช้เพื่อตรวจสอบค่าอุณหภูมิ ความชื้น สารอาหาร และค่า pH ของน้ำ โดยใช้อุปกรณ์ควบคุมคือแทร็กบอล หรือลูกกลิ้งที่บังคับด้วยนิ้วมือเดียว และอุปกรณ์เซนเซอร์ที่นิ้วเท้า แทนการคลิกเมาส์ 

เบื้องหลังความสำเร็จของฟาร์มผักไฮเทคนี้ ไม่ได้มีแค่หลี่ เซี่ย เพียงคนเดียว แต่ยังมีคุณแม่วัย 62 ปีคอยช่วย โดยตัวเขาจะทำหน้าที่เป็นเหมือนกับสมอง คอยสั่งการและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ส่วนคุณแม่จะเป็นแขนและขาในการลงแรงปลูก วัดค่าปุ๋ย และติดตั้งอุปกรณ์ตามคำแนะนำของลูกชาย

ปัจจุบัน ฟาร์มของหลี่สามารถส่งผักขึ้นฉ่ายฝรั่ง (Celery) ไปวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่นได้สำเร็จ แม้ตอนนี้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังไม่สร้างกำไรมากนัก แต่เป้าหมายของเขาคือการขยายกิจการให้เติบโตขึ้นเพื่อเป็นรายได้หลักเลี้ยงดูครอบครัว และพิสูจน์ให้เห็นว่า ข้อจำกัดทางร่างกาย ไม่ใช่สิ่งที่จะมาหยุดยั้งเขาได้ รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น ๆ สู้ต่อไป


" style="height: 370px;">

ที่มาข้อมูล : news.afp.com

ที่มารูปภาพ : DANNI ZHU / AFPTV / AFP

sticky-bar-top