
เอสเซนเชียล (Essential) คือคบเพลิงของโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2026 ที่จัดขึ้นในอิตาลี หรือ Milano Cortino ซึ่งจะแข่งขันกันจนถึงวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งออกแบบโดย Carlo Ratti หนึ่งในสถาปนิกที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน และยังเป็นอาจารย์ด้านสถาปนิก ที่ MIT แต่ที่พิเศษไปกว่านั้น มันชาร์จซ้ำได้
สรุปข่าว
เอสเซนเชียล (Essential) คือคบเพลิงของโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2026 ที่จัดขึ้นในอิตาลี หรือ Milano Cortino ซึ่งจะแข่งขันกันจนถึงวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งออกแบบโดย Carlo Ratti หนึ่งในสถาปนิกที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน และยังเป็นอาจารย์ด้านสถาปนิก ที่ MIT แต่ที่พิเศษไปกว่านั้น มันชาร์จซ้ำได้
5 แนวคิด Essential คบเพลิงโอลิมปิกฤดูหนาวอิตาลี 2026
- ใช้ซ้ำได้: เป็นครั้งแรกที่คบเพลิงถูกออกแบบให้สามารถเติมเชื้อเพลิงและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ถึง 10 ครั้ง ในขณะที่ปีก่อน ๆ จะใช้เพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง :7j'ช่วยลดจำนวนการผลิตคบเพลิงลงถึง 10 เท่า
- เชื้อเพลิงสะอาด: ระบบเผาไหม้ประสิทธิภาพสูงใช้พลังงานจาก bio-GPL (ภาษาอิตาลี) หรือก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ที่ผลิตจากวัตถุดิบหมุนเวียน 100% เช่น ของเสียจากการเกษตรและน้ำมันพืช
- วัสดุรีไซเคิล: ตัวคบเพลิงทำจากอะลูมิเนียมที่รีไซเคิลมาใช้งานเป็นหลัก และยังทำให้ Essential เป็นคบเพลิงมีน้ำหนักเบาที่สุดในประวัติศาสตร์โอลิมปิก ที่ประมาณ 1.1 กิโลกรัม
- ดีไซน์แบบเปิด: มีช่องเปิดแนวยาวด้านข้างเพื่อให้ผู้ชมมองเห็นกลไกการทำงานของหัวเผาด้านใน ตอกย้ำความต้องการที่จะให้ความสำคัญกับเปลวไฟมากกว่าตัววัตถุ
- เปลี่ยนสีสันได้: ตัวคบเพลิงมีการเคลือบผิวด้วยเทคโนโลยี PVD ที่ทนความร้อนและสามารถสะท้อนสีสันของสภาพแวดล้อมรอบตัว (เช่น สีของภูเขาหรือแสงไฟในเมือง) โดยคบเพลิงโอลิมปิกจะเป็นโทนสีฟ้า-เขียว ส่วนพาราลิมปิกที่จัดคู่ขนานกันก็จะเป็นสีทอง
ที่มาคบเพลิงโอลิมปิกฤดูหนาวอิตาลี 2026
คาร์โล รัตติ (Carlo Ratti) ตั้งชื่อคบเพลิงนี้ว่า "Essential" เพราะคิดว่า คบเพลิงที่ออกแบบใหม่นี้ จะตัดทอนองค์ประกอบส่วนเกินออกทั้งหมดเพื่อให้ความสำคัญกับ "เปลวไฟ" เป็นหลัก ต่างจากคบเพลิงในอดีตที่มักเน้นการตกแต่งภายนอกที่ฟุ่มเฟือย และเสริมนวัตกรรมและความยั่งยืนเข้าไปแทน
Carlo Ratti ต้องการให้คบเพลิงนี้แสดงถึงอิตาลีในปัจจุบันและอนาคต "เมื่อคนนึกถึงอิตาลี มักจะนึกถึงอดีต ตั้งแต่ยุคโรมันจนถึงเรอเนซองส์ แต่อิตาลีในความจริงคือมหาอำนาจทางอุตสาหกรรมอันดับ 2 ของยุโรปและเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี" คบเพลิงนี้จึงดึงเอาดีไซน์คลาสสิกของอิตาลีมาผสมกับเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นอนาคต
ทั้งนี้ การวิ่งคบเพลิงนั้นเริ่มต้นขึ้นเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา โดยเดินทางผ่านเมืองต่างๆ ในกรีซ และผ่านครบทั้ง 110 เมืองของอิตาลี ก่อนจะมาถึงเมืองมิลานเพื่อประกอบพิธีเปิดในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ที่มาข้อมูล : MIT News
ที่มารูปภาพ : Carlo Ratti Associati
