กรุงเทพฯ พลิกโฉมไฟจราจร แก้ปัญหารถติดด้วย AI CCTV นำร่องแล้ว 74 แยกทั่วกรุงฯ

Share on Line Share on Facebook Share on X
กรุงเทพฯ พลิกโฉมไฟจราจร แก้ปัญหารถติดด้วย AI CCTV นำร่องแล้ว 74 แยกทั่วกรุงฯ

ปัญหาการจราจรติดขัดเป็นเรื่องที่อยู่คู่กับคนกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะปัญหาไฟเขียวไม่มีรถ ไฟแดงปล่อยรถติดที่เกิดจากการตั้งเวลาสัญญาณไฟแบบตายตัว ล่าสุด กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เดินหน้าพลิกโฉมการบริหารจัดการจราจรด้วยระบบอัจฉริยะ “Adaptive Control”  หรือ การควบคุมแบบปรับตัวได้ โดยการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยบริหารการจัดการจราจรแบบเรียลไทม์

สรุปข่าว

กรุงเทพมหานคร (กทม.) เดินหน้าเปลี่ยนระบบไฟจราจรจากแบบตั้งเวลาตายตัว (Fixed Time) สู่ระบบ Adaptive Control โดยการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกล้อง CCTV เพื่อตรวจวัดปริมาณรถแบบเรียลไทม์ ช่วยแก้ปัญหาการรอไฟเขียวในเลนที่ว่างและลดปัญหาการติดค้างกลางแยกได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำร่องไปแล้วกว่า 74 แยก พร้อมตั้งเป้าขยายผลให้ครอบคลุมอีก 50 แยกภายในปี 2569

ปัญหาการจราจรติดขัดเป็นเรื่องที่อยู่คู่กับคนกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะปัญหาไฟเขียวไม่มีรถ ไฟแดงปล่อยรถติดที่เกิดจากการตั้งเวลาสัญญาณไฟแบบตายตัว ล่าสุด กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เดินหน้าพลิกโฉมการบริหารจัดการจราจรด้วยระบบอัจฉริยะ “Adaptive Control”  หรือ การควบคุมแบบปรับตัวได้ โดยการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยบริหารการจัดการจราจรแบบเรียลไทม์

พลิกโฉมไฟจราจรจาก “ตั้งเวลาตายตัว” เป็น “ปรับเวลาตามจริง”

เดิมที สัญญาณไฟจราจรในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เป็นแบบตั้งเวลาตายตัว (Fix Time) ซึ่งไม่สามารถปรับเปลี่ยนตามปริมาณรถที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงในแต่ละช่วงเวลาได้ แต่ระบบใหม่ที่ กทม. นำมาใช้นั้น ทำงานร่วมกับกล้องวงจรปิดที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI CCTV) เพื่อตรวจวัดปริมาณรถในแต่ละเลนอย่างแม่นยำ

ข้อดีของเทคโนโลยี Adaptive Control

  • ตรวจวัดเรียลไทม์: กล้อง AI CCTV จะทำหน้าที่ตรวจนับจำนวนรถในแต่ละเลนและแต่ละฝั่งของแยกแบบวินาทีต่อวินาที

  • คำนวณเวลาไฟเขียว: ระบบจะวิเคราะห์ว่าฝั่งไหนรถหนาแน่นกว่า เพื่อยืดเวลาไฟเขียวให้โดยอัตโนมัติ

  • ตัดไฟเมื่อรถว่าง: หากฝั่งที่ได้ไฟเขียวไม่มีรถเหลือแล้ว ระบบจะตัดเข้าสู่เฟสถัดไปทันที ไม่ปล่อยให้รถฝั่งอื่นต้องรอโดยเปล่าประโยชน์

  • ลดปัญหารถติดค้างกลางแยก: ช่วยบริหารจัดการไม่ให้รถติดสะสมจนขวางทางแยก ซึ่งมักจะส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ไปยังถนนสายอื่น

  • ลดระยะเวลาเดินทาง: จากการประเมินเบื้องต้น ระบบนี้ช่วยลดเวลาในการเดินทางได้ถึง 10% – 41%  ทำให้คนกรุงเทพฯ มีเวลาเหลือไปทำกิจกรรมอื่นมากขึ้น

สถานะการดำเนินงานและเป้าหมายในอนาคต

ปัจจุบัน มีทางแยกที่อยู่ในความดูแลของกทม. ทั้งหมด 746 แยก โดยมีสัญญาณไฟจราจร 578 แยก ขณะนี้ได้เริ่มนำร่องใช้งานระบบ Adaptive Control ด้วย AI CCTV ไปแล้วกว่า 74 แยก และมีแผนที่จะขยายผลเพิ่มอีก 50 แยก ภายในปี 2569 นี้ เพื่อให้การบริหารจัดการจราจรในภาพรวมของกรุงเทพฯ เป็นโครงข่ายที่เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ

การนำนวัตกรรม AI เข้ามาจัดการปัญหาจราจรนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่เข้าใจบริบทและพฤติกรรมการเดินทางของคนกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง โดยใช้เทคโนโลยีและข้อมูลจริงในการแก้ปัญหาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืน

ที่มาข้อมูล : Bangkok Metropolitan Administration (BMA)

ที่มารูปภาพ : สร้างโดย ChatGPT

แท็กบทความ

กรุงเทพมหานครกทม
Bangkok
รถติด
กรุงเทพฯชีวิตดีๆที่ลงตัว
Smart CityAI
Adaptive Control
TNN Tech