รู้จัก “Omlet” ยิงเลเซอร์จากโลก เบี่ยงทิศทาง “ขยะอวกาศ” ลดเสี่ยงชนดาวเทียม

Share on Line Share on Facebook Share on X
รู้จัก “Omlet” ยิงเลเซอร์จากโลก เบี่ยงทิศทาง “ขยะอวกาศ” ลดเสี่ยงชนดาวเทียม

องค์การอวกาศยุโรป (ESA) เดินหน้าโปรเจกต์สุดล้ำในชื่อ ออมเล็ต (Omlet) หรือระบบเลเซอร์ภาคพื้นดิน ที่ออกแบบมาเพื่อผลักขยะอวกาศให้พ้นทางโคจรของดาวเทียม ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากการที่ต้องคอยบังคับดาวเทียมหลบขยะ มาเป็นการจัดการที่ตัวขยะอวกาศโดยตรง

สรุปข่าว

ESA เผยโครงการจัดการขยะอวกาศ ในชื่อ Omlet เป็นการใช้ระบบเลเซอร์ภาคพื้นดินผลักขยะอวกาศให้พ้นทางโคจรของดาวเทียม ช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับระบบการสื่อสาร การนำทาง (GPS) และการพยากรณ์อากาศ ให้สามารถทำงานได้ดีต่อไป

องค์การอวกาศยุโรป (ESA) เดินหน้าโปรเจกต์สุดล้ำในชื่อ ออมเล็ต (Omlet) หรือระบบเลเซอร์ภาคพื้นดิน ที่ออกแบบมาเพื่อผลักขยะอวกาศให้พ้นทางโคจรของดาวเทียม ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากการที่ต้องคอยบังคับดาวเทียมหลบขยะ มาเป็นการจัดการที่ตัวขยะอวกาศโดยตรง

ชื่อ ออมเล็ต (Omlet) ย่อมาจาก ออร์บิต เมนเทแนนซ์ เวีย เลเซอร์โมเมนตัมทรานสเฟอร์ (Orbit Maintenance via Laser MomEntum Transfer) หลักการทำงานของมัน ไม่ใช่การยิงทำลายขยะอวกาศให้ระเบิดไป แต่เป็นการใช้แรงดันจากโฟตอน (Photon Pressure) ของลำแสงเลเซอร์กำลังสูง ยิงจากพื้นโลกขึ้นไปยังเป้าหมาย เพื่อผลักหรือเปลี่ยนวิถีวงโคจรของขยะแทน

ระบบนี้ประกอบด้วยเทคโนโลยี 3 ส่วนหลัก ได้แก่ แพลตฟอร์มเลเซอร์กำลังสูง, ระบบชี้เป้าความแม่นยำสูง เพื่อติดตามวัตถุขนาดเล็กที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร และ เทคโนโลยีแก้ปัญหาลำแสงเบลอ จากการหักเหของชั้นบรรยากาศโลก ทำให้สามารถโฟกัสไปที่ขยะอวกาศได้อย่างแม่นยำ

โดยเมื่อลำแสงเลเซอร์กระทบกับวัตถุขยะอวกาศ จะเกิดแรงผลักเพียงพอที่จะทำให้ความเร็วของวัตถุนั้นเปลี่ยนไปเล็กน้อย ส่งผลให้วงโคจรของขยะอวกาศขยับออกจากเส้นทางเดิม ช่วยลดโอกาสในการเข้าใกล้หรือพุ่งชนดาวเทียมที่กำลังใช้งานอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในปัจจุบัน ชาติมหาอำนาจเร่งส่งดาวเทียมจำนวนมาก ทำให้พื้นที่วงโคจรต่ำของโลก เริ่มมีความหนาแน่นตามไปด้วย ซึ่งถ้าหากขยะอวกาศพุ่งชนกัน ยังเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดเศษซากเพิ่มขึ้นอีกนับพัน จนนำไปสู่ปรากฏการณ์ เคสเลอร์ ซินโดรม (Kessler Syndrome) หรือปฏิกิริยาลูกโซ่ของการพุ่งชน ที่ทำให้วงโคจรโลกเต็มไปด้วยขยะจนไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป

การพัฒนาระบบนี้ จึงเป็นเสมือนตัวช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับระบบการสื่อสาร การนำทาง (GPS) และการพยากรณ์อากาศ ที่ยังทำงานอยู่บนวงโคจร เพื่อให้มนุษย์ยังคงใช้ประโยชน์จากอวกาศได้ต่อไปอีกหลายทศวรรษ

" style="height: 370px;">

ที่มาข้อมูล : ndiatoday.in linkedin.com esa.int

ที่มารูปภาพ : European Space Agency (ESA)

แท็กบทความ