ศึก AI ระอุ รัฐบาลประกาศแบน Anthropic ไม่กี่ชั่วโมงก่อน OpenAI คว้าดีลเครือข่ายชั้นความลับของรัฐบาล

Share on Line Share on Facebook Share on X
ศึก AI ระอุ รัฐบาลประกาศแบน Anthropic ไม่กี่ชั่วโมงก่อน OpenAI คว้าดีลเครือข่ายชั้นความลับของรัฐบาล

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของ OpenAI ได้ประกาศผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ว่าบริษัทได้บรรลุข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Department of War/Pentagon) ในการนำโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปใช้งานในเครือข่ายชั้นความลับของรัฐบาล ซึ่งการประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) สั่งแบนบริษัท Anthropic ซึ่งเป็นบริษัท AI คู่แข่ง 

สรุปข่าว

วันที่ 28 ก.พ. แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอ OpenAI ประกาศบรรลุข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ให้นำโมเดล AI ใช้ในเครือข่ายลับของรัฐบาล เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งแบนบริษัท Anthropic คู่แข่ง

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของ OpenAI ได้ประกาศผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ว่าบริษัทได้บรรลุข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Department of War/Pentagon) ในการนำโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปใช้งานในเครือข่ายชั้นความลับของรัฐบาล ซึ่งการประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) สั่งแบนบริษัท Anthropic ซึ่งเป็นบริษัท AI คู่แข่ง 

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน พีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ขึ้นบัญชีดำบัญชีดำบริษัท Anthropic ให้เป็นบริษัทที่มีความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานด้านความมั่นคงของชาติ (Supply-Chain Risk to National Security) ซึ่งเป็นมาตรการระดับเดียวกับที่มักใช้กับประเทศศัตรู

คำสั่งนี้ส่งผลให้ประธานาธิบดีทรัมป์สั่งการให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางทุกแห่งต้องระงับการใช้เทคโนโลยีของบริษัท Anthropic ทันที รวมถึงบังคับให้ผู้รับเหมาของกระทรวงกลาโหมต้องรับรองว่าจะไม่ใช้โมเดลของบริษัทดังกล่าวด้วย

สาเหตุของความขัดแย้งระหว่างบริษัท Anthropic และกระทรวงกลาโหมเกิดจากการเจรจาต่อสัญญาที่ล้มเหลว โดย Anthropic เป็นบริษัทแรกที่ได้นำโมเดลไปใช้ในเครือข่ายชั้นความลับของกระทรวงกลาโหมมาก่อนหน้านี้ แต่บริษัท Anthropic ต้องการหลักประกันว่าโมเดลของตนจะไม่ถูกนำไปใช้ในระบบอาวุธที่ทำงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบ หรือการสอดแนมประชาชนชาวอเมริกันในวงกว้าง ในขณะที่กระทรวงกลาโหมต้องการให้กองทัพใช้งานโมเดลได้ในทุกกรณีที่ถูกกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม น่าสังเกตว่าแซม อัลต์แมนได้ระบุในบันทึกข้อความถึงพนักงานว่า OpenAI เองก็มี เส้นแดง (Red lines) หรือข้อจำกัดด้านความปลอดภัยที่เหมือนกับบริษัท Anthropic ทุกประการ ทั้งเรื่องข้อห้ามการสอดแนมประชาชนภายในประเทศ และข้อกำหนดที่ต้องมีมนุษย์คอยรับผิดชอบในการใช้กำลังรวมถึงระบบอาวุธอัตโนมัติ แต่แซม อัลต์แมน ระบุว่า กระทรวงกลาโหมกลับยอมรับเงื่อนไขและนำข้อจำกัดเหล่านี้ใส่ไว้ในข้อตกลงของบริษัท OpenAI 

นอกจากนี้ OpenAI ยังจะสร้างระบบป้องกันทางเทคนิคและส่งบุคลากรเข้าไปช่วยดูแลความปลอดภัยของโมเดลในการทำงานอีกด้วย ในขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเหตุใดกระทรวงกลาโหมจึงยอมรับเงื่อนไขของบริษัท OpenAI แต่กลับปฏิเสธบริษัท Anthropic แม้ว่าก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่รัฐสหรัฐฯ บางคนเคยวิจารณ์บริษัท Anthropic ว่ากังวลเรื่องความปลอดภัยของปัญญาประดิษฐ์ AI มากจนเกินไปก็ตาม

ทางด้านของบริษัท Anthropic ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจของกระทรวงกลาโหม และเตรียมดำเนินการฟ้องร้องเพื่อท้าทายการถูกขึ้นบัญชีดำดังกล่าวในชั้นศาลต่อไป ในขณะเดียวกัน แซม อัลต์แมนได้เรียกร้องให้กระทรวงกลาโหมเสนอเงื่อนไขเดียวกันนี้ให้กับบริษัท AI ทุกแห่ง และหวังว่าสถานการณ์ทางกฎหมายและของภาครัฐจะคลี่คลายไปสู่ข้อตกลงที่มีเหตุผลมากขึ้น