นาซาเตือนดาวเทียม Van Allen Probe A หนัก 600 กก. เตรียมตกกลับสู่โลก

Share on Line Share on Facebook Share on X
นาซาเตือนดาวเทียม Van Allen Probe A หนัก 600 กก. เตรียมตกกลับสู่โลก

ดาวเทียมขนาดใหญ่ของนาซา (NASA) กำลังจะตกกลับสู่พื้นโลก หลังจากโคจรอยู่ในอวกาศมานานเกือบ 14 ปี ดาวเทียมดังกล่าวคือ Van Allen Probe A ซึ่งมีน้ำหนักถึง 1,323 ปอนด์ หรือประมาณ 600 กิโลกรัม 

สรุปข่าว

ดาวเทียม Van Allen Probe A ขององค์การนาซา (NASA) น้ำหนักประมาณ 600 กิโลกรัม เตรียมตกกลับสู่โลกในช่วงเช้าวันที่ 11 มีนาคม ตามเวลาไทย หลังโคจรศึกษารังสีรอบโลกมานานเกือบ 14 ปี ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าชิ้นส่วนส่วนใหญ่จะถูกเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศ และมีความเสี่ยงที่จะก่ออันตรายต่อผู้คนเพียง ประมาณ 0.02% โดยมีแนวโน้มสูงที่จะตกลงในมหาสมุทร

ดาวเทียมขนาดใหญ่ของนาซา (NASA) กำลังจะตกกลับสู่พื้นโลก หลังจากโคจรอยู่ในอวกาศมานานเกือบ 14 ปี ดาวเทียมดังกล่าวคือ Van Allen Probe A ซึ่งมีน้ำหนักถึง 1,323 ปอนด์ หรือประมาณ 600 กิโลกรัม 

โดยกองทัพอวกาศสหรัฐฯ (U.S. Space Force) ประเมินว่าดาวเทียมจะเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกในเวลาประมาณ 19:45 น. ของวันที่ 10 มีนาคม ตามเวลาในสหรัฐอเมริกา หรือเวลา 06:45 น. ของช่วงเช้าวันพุธที่ 11 มีนาคม ตามเวลาในประเทศไทย โดยอาจมีความคลาดเคลื่อนบวกลบไม่เกิน 24 ชั่วโมง

แม้ขนาดของดาวเทียมจะดูน่าตกใจ แต่เจ้าหน้าที่ของนาซาระบุว่า ชิ้นส่วนส่วนใหญ่ของดาวเทียมจะถูกเผาไหม้ไปในระหว่างที่เดินทางผ่านชั้นบรรยากาศ สำหรับความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อผู้คนบนโลกนั้นอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ประมาณ 1 ใน 4,200 หรือคิดเป็น 0.02% เท่านั้น

เนื่องจากพื้นผิวโลกกว่า 70% ถูกปกคลุมด้วยน้ำ ชิ้นส่วนใด ๆ ก็ตามที่รอดพ้นจากการเผาไหม้จึงมีแนวโน้มสูงที่จะตกลงในมหาสมุทรเปิดมากกว่าบริเวณตัวเมือง

สำหรับดาวเทียม Van Allen Probe A นั้นถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2012 พร้อมกับดาวเทียมแฝด Van Allen Probe B เพื่อปฏิบัติภารกิจศึกษาแถบรังสีรอบโลก ซึ่งข้อมูลที่ได้นั้นมีประโยชน์อย่างมากในการพยากรณ์สภาพอวกาศและผลกระทบจากดวงอาทิตย์ต่อระบบการสื่อสารและโครงข่ายไฟฟ้าบนโลก

ดาวเทียมทั้งสองดวงได้ถูกปลดระวางและยุติการทำงานลงในปี 2019 ก่อนหน้านี้ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าดาวเทียมทั้งสองดวงจะยังคงอยู่ในวงโคจรไปจนถึงปี 2034 

แต่เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาดวงอาทิตย์มีพฤติกรรมไม่ปกติ ทำให้ชั้นบรรยากาศของโลกขยายตัวและไปเพิ่มแรงเสียดทานต่อดาวเทียมที่โคจรอยู่บนอวกาศ ปรากฏการณ์นี้ทำให้ดาวเทียม Probe A ต้องตกลงสู่โลกเร็วกว่ากำหนด ในขณะที่ดาวเทียมแฝดอย่าง Probe B นั้นได้รับผลกระทบน้อยกว่า และคาดว่าจะยังไม่ตกกลับสู่โลกจนกว่าจะถึงปี 2030

ที่มาข้อมูล : NASA

ที่มารูปภาพ : NASA