ทำความรู้จัก "อาร์ทิมิส" เทพีแห่งดวงจันทร์ผู้เป็นแรงบันดาลใจในภารกิจหวนคืนสู่ดวงจันทร์

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทำความรู้จัก "อาร์ทิมิส" เทพีแห่งดวงจันทร์ผู้เป็นแรงบันดาลใจในภารกิจหวนคืนสู่ดวงจันทร์

นับเป็นเวลาผ่านไปกว่า 50 ปี นาซาและสหรัฐอเมริกากำลังเตรียมพร้อมที่จะส่งนักบินอวกาศกลับไปสำรวจดวงจันทร์อีกครั้งในโครงการที่ชื่อว่าอาร์ทิมิส (Artemis) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญแห่งอนาคตของการสำรวจอวกาศ 

สรุปข่าว

โครงการ Artemis Program ของ NASA เตรียมส่งมนุษย์กลับดวงจันทร์อีกครั้งในรอบกว่า 50 ปี โดยเริ่มภารกิจ Artemis II โคจรรอบดวงจันทร์นาน 10 วัน ชื่อ Artemis มาจากเทพีแห่งดวงจันทร์ในตำนานกรีก สื่อถึงเป้าหมายการสำรวจอย่างยั่งยืน และการส่งผู้หญิงคนแรกขึ้นสู่ดวงจันทร์ต่อจากยุค Apollo Program

นับเป็นเวลาผ่านไปกว่า 50 ปี นาซาและสหรัฐอเมริกากำลังเตรียมพร้อมที่จะส่งนักบินอวกาศกลับไปสำรวจดวงจันทร์อีกครั้งในโครงการที่ชื่อว่าอาร์ทิมิส (Artemis) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญแห่งอนาคตของการสำรวจอวกาศ 

โครงการนี้จะเริ่มต้นภารกิจแบบมีลูกเรือครั้งแรกในชื่อ Artemis 2 โดยจะส่งนักบินอวกาศ 4 คนเดินทางโคจรรอบดวงจันทร์และกลับสู่โลกในระยะเวลาประมาณ 10 วัน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าชื่อของภารกิจนี้มีที่มาและความหมายที่ลึกซึ้งอย่างไร?

อาร์ทิมิสในตำนานเทพปกรณัมกรีกคือใคร?

ในตำนานกรีก อาร์ทิมิส (Artemis) หรือที่ชาวโรมันเรียกว่าเทพีไดอาน่า (Diana) คือ เทพีแห่งดวงจันทร์ การล่าสัตว์ ป่าเขา และความเป็นพรหมจรรย์ เธอเป็นธิดาของเทพซุสและเทพีลีโต ซึ่งถือกำเนิดบนเกาะดีลอส (Delos) อีกทั้งยังเป็นพี่สาวฝาแฝดของอพอลโล (Apollo) เทพแห่งดวงอาทิตย์และแสงสว่าง นอกจากบทบาทหลักแล้ว เธอยังได้รับการเคารพในฐานะเทพีผู้พิทักษ์เด็กหญิง หญิงสาว และคอยช่วยเหลือสตรีในการคลอดบุตรอีกด้วย

เทพีอาร์ทิมิสมักถูกพรรณนาว่าเป็นผู้ที่รักอิสระ เด็ดเดี่ยว ปกป้องผู้อื่นอย่างแข็งขัน และมีความผูกพันใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง โดยเธอมักจะปรากฏตัวในชุดทูนิคสั้นเพื่อความทะมัดทะแมง พร้อมกับถือคันธนูและลูกศรเงิน หรือบางครั้งก็ถือคบเพลิง

เทพีอาร์ทิมิสมักจะมีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวติดตามไปด้วยเสมอ เช่น กวาง หมี และสุนัขล่าสัตว์ แม้เธอจะเป็นเทพีที่คอยปกป้องคุ้มครอง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นที่รู้จักในเรื่องของการลงทัณฑ์ผู้ที่ลบหลู่ความบริสุทธิ์ของเธอหรือทำร้ายสัตว์ในป่าสงวนอย่างเฉียบขาดเช่นกัน

การเลือกใช้ชื่อของเทพีอาร์ทิมิสสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของนาซาได้อย่างสมบูรณ์แบบ คุณลักษณะของเทพีที่เชื่อมโยงกับการปกป้องและฟื้นฟูธรรมชาติ สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการที่เน้นความยั่งยืน การสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ และการสำรวจดินแดนที่ไม่เคยมีมนุษย์ไปเยือนมาก่อน

นอกจากนี้ การเลือกใช้ชื่อเทพีซึ่งเป็นสตรี ยังสอดรับกับเป้าหมายสำคัญของนาซาในการส่งผู้หญิงคนแรกไปเหยียบดวงจันทร์อีกด้วย

โครงการอพอลโล สู่อาร์ทิมิส

การส่งไม้ต่อจากอดีตสู่อนาคต ก่อนหน้านี้ชื่อของ "อพอลโล" เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะโครงการสำรวจดวงจันทร์ดั้งเดิมของนาซา พ.ศ. 2504 - 2515 ซึ่งประสบความสำเร็จในการพามนุษย์ไปลงจอดบนดวงจันทร์ถึง 6 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม ภารกิจอพอลโลเป็นเพียงภารกิจระยะสั้นและลงจอดบริเวณใกล้กับเส้นศูนย์สูตรของดวงจันทร์ ในทางกลับกัน โครงการอาร์ทิมิสมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น นั่นคือการตั้งถิ่นฐานและรักษาสถานะของมนุษย์บนดวงจันทร์ในระยะยาว

โดยในภารกิจอื่น ๆ เช่น Artemis 3 นาซาจะเดินทางไปสำรวจพื้นที่ทางขั้วใต้ของดวงจันทร์เพื่อสำรวจหลุมอุกกาบาตที่อยู่ในเงามืดมิดถาวร และค้นหาน้ำแข็ง ซึ่งอาจเป็นทรัพยากรสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการอยู่อาศัยและการเดินทางต่อไปยังดาวอังคาร

ในตำนานพี่น้องฝาแฝดอพอลโลและอาร์ทิมิส คือ ตัวแทนที่สร้างความสมดุลระหว่างกลางวันและกลางคืน หรือดวงอาทิตย์และดวงจันทร์

ในประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศก็เช่นกัน โครงการอพอลโล คือ ตัวแทนของความสำเร็จที่มนุษยชาติได้บรรลุไปแล้ว ในขณะที่โครงการอาร์ทิมิสคือตัวแทนของสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต โครงการอาร์ทิมิสจึงเป็นการต่อยอดจากรากฐานและมรดกที่โครงการอพอลโลทิ้งไว้ เพื่อพามนุษยชาติก้าวไปสู่ความก้าวหน้าและการสำรวจอวกาศอย่างยั่งยืน 

ที่มาข้อมูล : Space, Wikipedia

ที่มารูปภาพ : Space, Wikipedia

แท็กบทความ