
องค์การวิจัยนิวเคลียร์ยุโรป หรือ เซิร์น (CERN) ร่วมมือกับ NASA ส่งชิปขึ้นไปวัดปริมาณและเก็บข้อมูลการได้รับรังสีในอวกาศตลอดระยะเวลาภารกิจ Artemis II กว่า 10 วัน เนื่องจากคาดว่า นักบินอวกาศทั้ง 4 คน จะได้รับปริมาณรังสีหลายสิบมิลลิซีเวิร์ต (mSv) ซึ่งมากกว่าปริมาณรังสีที่คนส่วนใหญ่บนโลกได้รับในหนึ่งปีถึง 10 เท่า

สรุปข่าว
องค์การวิจัยนิวเคลียร์ยุโรป หรือ เซิร์น (CERN) ร่วมมือกับ NASA ส่งชิปขึ้นไปวัดปริมาณและเก็บข้อมูลการได้รับรังสีในอวกาศตลอดระยะเวลาภารกิจ Artemis II กว่า 10 วัน เนื่องจากคาดว่า นักบินอวกาศทั้ง 4 คน จะได้รับปริมาณรังสีหลายสิบมิลลิซีเวิร์ต (mSv) ซึ่งมากกว่าปริมาณรังสีที่คนส่วนใหญ่บนโลกได้รับในหนึ่งปีถึง 10 เท่า

ข้อมูลชิป CERN บนยาน Artemis 2
ชิปดังกล่าวมีชื่อว่า ไทม์พิกซ์ (Timepix) ซึ่ง CERN ได้ติดตั้งในยานอวกาศโอไรออนทั้งหมด 6 ตัว เป็นชิปที่พัฒนาโดย CERN ขนาดพิกเซล 55 x 55 ไมโครเมตร อ่านข้อมูลอนุภาคที่กระจายตัวอย่างเบาบางได้ต่อเนื่องสูงสุดที่ 40 ล้านครั้ง/วินาที/ตารางเซนติเมตร
จุดเด่นของชิป Timepix คือส่วนประกอบที่เป็นเมทริกซ์ (Matrix) ของพิกเซลที่สามารถตรวจจับอนุภาคแต่ละตัวและวัดพลังงานที่พวกมันปล่อยออกมาได้ เมื่อรวมกับรูปร่างลักษณะเฉพาะของร่องรอยที่เหลืออยู่บนเซนเซอร์ จะทำให้สามารถระบุประเภทของรังสีต่าง ๆ ได้ แม้จะมีขนาดเล็กก็ตาม อีกทั้งยังจำแนกลักษณะเฉพาะของอนุภาคหรือรังสีทั้งในเชิงพลังงานและพื้นได้ดีด้วยเช่นกัน
ชิป Timepix จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่เรียกว่า เฮรา (HERA: Hybrid Electronic Radiation Assessor) ของ NASA ซึ่งออกแบบมาเพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อมของรังสีภายในยานอวกาศโอไรออน
ระบบ HERA จะวัดองค์ประกอบ ความเข้ม และพลังงานของอนุภาคที่เข้ามาแบบเรียลไทม์ ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ประเมินการได้รับรังสีของทั้งลูกเรือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บนยานได้ ผ่านชิปที่มีเครื่องตรวจจับพิกเซลแบบไฮบริดสำหรับการถ่ายภาพและการวัดรังสี
ทั้งนี้ ชิป Timepix เดิมเป็นเทคโนโลยีที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการทดลองฟิสิกส์อนุภาคที่ใช้ในเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ (Large Hadron Collider: LHC) เพื่อติดตามอนุภาคที่เกิดขึ้นจากการชนกันของอนุภาคพลังงานสูง ก่อนที่จะดัดแปลงเพื่อใช้งานในอวกาศมาตั้งแต่ปี 2012 จนถึงปัจจุบัน
รู้เท่าทันรังสีในอวกาศเพื่อภารกิจในอนาคต
ภารกิจ Artemis II ที่เดินทางออกเขตป้องกันของสนามแม่เหล็กโลก จะทำให้มีโอกาสเสี่ยงที่ได้รับรังสีมากกว่าปกติ และในระหว่างการเดินทาง นักบินอวกาศจะต้องผ่านแถบรังสีแวนอัลเลน (Van Allen cosmic belt?) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีอนุภาคประจุไฟฟ้าถูกกักไว้ ทำให้ปริมาณรังสีที่ได้รับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญด้วย
นอกจากนี้ นักบินอวกาศทั้ง 4 คน ต้องเผชิญกับรังสีคอสมิกจากกาแล็กซีและปรากฏการณ์อนุภาคจากดวงอาทิตย์ในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นรังสีพลังงานสูงที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์และระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ไวต่อรังสีได้
ดังนั้น ข้อมูลที่รวบรวมโดยชิป Timepix ระหว่างภารกิจ Artemis II จะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของรังสีนอกวงโคจรของโลก และผลกระทบต่อทั้งระบบของยานอวกาศและสุขภาพของลูกเรือ ซึ่งข้อมูลที่ได้จะช่วยปรับปรุงแบบจำลองรังสี ประเมินกลยุทธ์การป้องกัน และปรับปรุงการประเมินความเสี่ยงสำหรับภารกิจสำรวจอวกาศในอนาคตอีกด้วย
- ลุ้น Artemis 2 ปรับวงโคจรไปดวงจันทร์วันพรุ่งนี้ หลังผ่านทดสอบควบคุมยาน และแก้ปัญหาห้องน้ำได้สำเร็จ
- นับถอยหลัง NASA เตรียมปล่อยภารกิจ Artemis 2 เผยสาเหตุทำไมยังไม่ลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์?
- นาซายืนยัน พายุสุริยะระดับ X1.4 ไม่กระทบภารกิจปล่อยยาน Artemis 2 พร้อมลุ้นชมแสงเหนือในหลายพื้นที่
- นาซาประกาศความพร้อม 100% เตรียมปล่อยจรวดส่ง 4 นักบินอวกาศในภารกิจ Artemis 2 โฉบรอบดวงจันทร์
- ส่องเมนูยังชีพบนอวกาศลิสต์อาหารของ 4 นักบินอวกาศ ในภารกิจประวัติศาสตร์ Artemis 2 สู่ดวงจันทร์
ที่มาข้อมูล : CERN
ที่มารูปภาพ : CERN, NASA
