
เกาหลีใต้ยังคงสืบสวนต่อเนื่องกับประเด็นสแกมเมอร์ และการค้ามนุษย์ในกัมพูชา ที่มีชาวเกาหลีใต้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก โดยล่าสุด เกาหลีใต้ ได้เปิดเผยว่า ข้อมูลการสืบสวนที่พบทั้ง หัวหน้าแก๊งอาชญากรรมยาเสพติดมีส่วนร่วม ตัวเลขชาวเกาหลีที่อาจเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ไปถึงการหลบหนีของสแกมเมอร์เหล่านี้ด้วย
ข้อมูลล่าสุด มาจากหน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้ (National Intelligence Service) ที่พบว่า เบื้องหลังการถูกซ้อมทรมาน และเสียชีวิตของนักศึกษาชายในกัมพูชา เมื่อเดือนสิงหาคมนั้น เชื่อมโยงกับหัวหน้าแก๊งอาชญากรรม ชาวจีน ที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดในย่านกังนัม ของเกาหลีใต้ เมื่อปี 2023
กรณีนี้ หน่วยข่าวกรองระบุว่า ได้รับข่าวครั้งแรกหลังการเสียชีวิตของนักศึกษา 3 วันให้หลัง และระบุผู้ต้องสงสัยได้ในแปดวัน ซึ่งตามรายงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ตํารวจยังคงติดตามผู้ต้องสงสัยอยู่
ทั้งหน่วยข่าวกรองยังเชื่อว่า มีชาวเกาหลีใต้จำนวนกว่า 1,000 - 2,000 คน ที่มีส่วนร่วมในขบวนการหลอกลวงในกัมพูชา ท่ามกลางจำนวนชาวเกาหลีใต้ที่ถูกลักพาตัว และกักขังอย่างต่อเนื่อง
สำหรับกรณีนักศึกษาเกาหลีใต้ที่เสียชีวิตเมื่อเดือนกันยายน หน่วยข่าวกรองระบุว่า ในจำนวนผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับสแกม 3,075 คน ที่ถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมในระหว่างเดือนมิถุนายน - กรกฎาคมในปีนี้ พบว่ามีชาวเกาหลีใต้ถึง 57 คน ซึ่งหน่วยงานเชื่อว่า ปัจจุบันมีศูนย์สแกมประมาณ 50 แห่งในพนมเปญ สีหนุวิลล์ และกระจายในที่อื่นๆ และมีคนกว่า 2 แสนคนที่มีส่วนร่วม
ในขณะเดียวกัน หน่วยงานยังตั้งข้อสังเกตว่า อาจต้องมองชาวเกาหลีใต้จำนวนมาก ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการว่าเป็น "ผู้กระทําความผิด" มากกว่า "เหยื่อ" ด้วย เพราะ ผู้ที่เดินทางไปกัมพูชามีแรงจูงใจทางการเงิน และมีส่วนร่วมอย่างจริงจังในอาชญากรรมในหลายกรณี เช่น โดยการจัดหา หรือใช้โทรศัพท์มือถือที่ผิดกฎหมาย
ซึ่งแม้ทางตำรวจเกาหลีใต้จะระบุถึงแผนจัดตั้ง โต๊ะเกาหลี หรือ Korea Desk แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า แต่อย่างน้อยรัฐบาลของสองประเทศก็ตกลงจะสร้างคณะทํางานร่วมเกาหลี-กัมพูชา เพื่อแบ่งปันข้อมูล และประสานงานการส่งผู้ต้องสงสัยทางอาญากลับประเทศแทน
โดยล่าสุดในวันเสาร์ ที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ทางการกัมพูชาก็ได้ร่วมมือส่งกลับชาวเกาหลี 64 คนที่ถูกคุมขังที่สํานักงานตรวจคนเข้าเมือง
สรุปข่าว
เกาหลีใต้ยังคงสืบสวนต่อเนื่องกับประเด็นสแกมเมอร์ และการค้ามนุษย์ในกัมพูชา ที่มีชาวเกาหลีใต้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก โดยล่าสุด เกาหลีใต้ ได้เปิดเผยว่า ข้อมูลการสืบสวนที่พบทั้ง หัวหน้าแก๊งอาชญากรรมยาเสพติดมีส่วนร่วม ตัวเลขชาวเกาหลีที่อาจเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ไปถึงการหลบหนีของสแกมเมอร์เหล่านี้ด้วย
ข้อมูลล่าสุด มาจากหน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้ (National Intelligence Service) ที่พบว่า เบื้องหลังการถูกซ้อมทรมาน และเสียชีวิตของนักศึกษาชายในกัมพูชา เมื่อเดือนสิงหาคมนั้น เชื่อมโยงกับหัวหน้าแก๊งอาชญากรรม ชาวจีน ที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดในย่านกังนัม ของเกาหลีใต้ เมื่อปี 2023
กรณีนี้ หน่วยข่าวกรองระบุว่า ได้รับข่าวครั้งแรกหลังการเสียชีวิตของนักศึกษา 3 วันให้หลัง และระบุผู้ต้องสงสัยได้ในแปดวัน ซึ่งตามรายงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ตํารวจยังคงติดตามผู้ต้องสงสัยอยู่
ทั้งหน่วยข่าวกรองยังเชื่อว่า มีชาวเกาหลีใต้จำนวนกว่า 1,000 - 2,000 คน ที่มีส่วนร่วมในขบวนการหลอกลวงในกัมพูชา ท่ามกลางจำนวนชาวเกาหลีใต้ที่ถูกลักพาตัว และกักขังอย่างต่อเนื่อง
สำหรับกรณีนักศึกษาเกาหลีใต้ที่เสียชีวิตเมื่อเดือนกันยายน หน่วยข่าวกรองระบุว่า ในจำนวนผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับสแกม 3,075 คน ที่ถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมในระหว่างเดือนมิถุนายน - กรกฎาคมในปีนี้ พบว่ามีชาวเกาหลีใต้ถึง 57 คน ซึ่งหน่วยงานเชื่อว่า ปัจจุบันมีศูนย์สแกมประมาณ 50 แห่งในพนมเปญ สีหนุวิลล์ และกระจายในที่อื่นๆ และมีคนกว่า 2 แสนคนที่มีส่วนร่วม
ในขณะเดียวกัน หน่วยงานยังตั้งข้อสังเกตว่า อาจต้องมองชาวเกาหลีใต้จำนวนมาก ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการว่าเป็น "ผู้กระทําความผิด" มากกว่า "เหยื่อ" ด้วย เพราะ ผู้ที่เดินทางไปกัมพูชามีแรงจูงใจทางการเงิน และมีส่วนร่วมอย่างจริงจังในอาชญากรรมในหลายกรณี เช่น โดยการจัดหา หรือใช้โทรศัพท์มือถือที่ผิดกฎหมาย
ซึ่งแม้ทางตำรวจเกาหลีใต้จะระบุถึงแผนจัดตั้ง โต๊ะเกาหลี หรือ Korea Desk แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า แต่อย่างน้อยรัฐบาลของสองประเทศก็ตกลงจะสร้างคณะทํางานร่วมเกาหลี-กัมพูชา เพื่อแบ่งปันข้อมูล และประสานงานการส่งผู้ต้องสงสัยทางอาญากลับประเทศแทน
โดยล่าสุดในวันเสาร์ ที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ทางการกัมพูชาก็ได้ร่วมมือส่งกลับชาวเกาหลี 64 คนที่ถูกคุมขังที่สํานักงานตรวจคนเข้าเมือง
คดีการเสียชีวิตของนักศึกษาในกัมพูชา เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดในกังนัมอย่างไร ?
คดียาเสพติดในย่านกังนัมในปี 2023 นั้น เป็นคดีใหญ่ ที่พบผู้กระทำความผิดแจกจ่ายเครื่องดื่มของนม ผสมกับยาบ้า ให้กับนักเรียนมัธยมต้น และมัธยมปลายในย่านกังนัม ซึ่งเป็นย่านสถาบันกวดวิชา โดยอ้างว่าเป็นเครื่องดื่มเพิ่มสมาธิ ทำให้มีเด็กถูกล่อลวงไปจำนวน 13 คน
หลังจากนั้น ผู้กระทำผิดได้แบล็กเมล์ผู้ปกครองนักเรียนเหล่านี้ และขู่จะแจ้งความว่าลูกๆ ของพวกเขาใช้ยาเสพติด และบังคับให้โอนเงินด้วยวิธีการว๊อยฟิชชิ่งด้วย โดยภายหลังตำรวจจับกุมผู้กระทำผิดได้หลายคน ซึ่งมีทั้งชาวเกาหลี และชาวจีน และถูกโทษจำคุกมากที่สุด 18 ปี ทั้งเหตุการณ์นี้ยังเชื่อว่าได้รับยาเสพติดมาจากทางจีน
และสำหรับคดีเสียชีวิตของนักศึกษาในกัมพูชานั้น ทางการได้จับกุมชาวจีน 3 คน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้อง และหนึ่งในนั้นที่ถูกระบุวาชื่อ ‘เรโม’ ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในคดีแจกจ่ายยาเสพติดในกังนัมด้วย
โดยนอกจาก 3 คนนี้ ยังมีรายงานถึงความท้าทายการบังคับใช้กฎหมาย ที่สื่อท้องถิ่นในกัมพูชารายงานว่า พบสมาชิกของกลุ่มมิจฉาชีพเดินทางหนีออกจากสแกมเซ็นเตอร์ในสีหนุวิลล์ และย้ายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยภาพจากกล้องวงจรปิด พบกลุ่มเหล่านี้ขนอุปกรณ์โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์หนีออกประเทศ
สื่อท้องถิ่นคาดว่า กลุ่มดังกล่าวมุ่งหน้าไปลาว ซึ่งมีพรมแดนติดกับกัมพูชา หรืออาจไปทางเหนือ คือเมียนมา ซึ่งต่างเป็นประเทศที่การบังคับใช้กฎหมายอ่อนแอ ซึ่งคิมกอน สส.จากพรรคพลังประชาชน ก็เปิดเผยว่า ทั้งสองประเทศนี้มีการจ้างงานที่หลอกลวงคล้ายกับในกัมพูชา โดยพบ 28 เคสที่รายงานถึงลาว และ 3 รางานถึงเมียนมาด้วย
- ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เกาหลีใต้นับ "คู่รักเพศเดียวกัน" เป็น "คู่สมรส" ในสำมะโนประชากร
- “การทูตเชิงปฏิบัตินิยม” บททดสอบใหญ่ของ "อี แจ-มยอง" บนเวทีเอเปค
- หน่วยข่าวกรอกเกาหลีใต้เผยชาวเกาหลีนับพันเอี่ยวสแกมกัมพูชาและส่วนใหญ่ "ไม่ใช่เหยื่อ"
- เกาหลีใต้ส่วนใหญ่ไม่ต้องการรวมชาติกับเกาหลีเหนือ
- ชาวเกาหลีใต้อายุ 50 ปีเสียชีวิตในโรงแรมที่สีหนุวิลล์
ที่มาข้อมูล : koreaherald, yonhap, KBS World
ที่มารูปภาพ : reuters

