รู้จัก ‘สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว’ จาก รมต.ต่างประเทศ สู่แคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 2 ของภูมิใจไทย

Share on Line Share on Facebook Share on X
รู้จัก ‘สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว’ จาก รมต.ต่างประเทศ  สู่แคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 2 ของภูมิใจไทย

หลังเปิดนโยบายเลือกตั้ง และดรีมทีมของพรรคภูมิใจไทย กับพูดแล้วทำพลัส ไปเมื่อวานนี้ (24 ธันวาคม 2568) พรรคภูมิใจไทยก็ได้ประกาศรายชื่อ 2 แคนดิเดตนายกฯ ซึ่งอันดับหนึ่งแน่นอนว่าคือ อนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรค แต่เบอร์ 2 นั้น กลับเป็นชื่อของ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ที่ไม่ได้อยู่ในลิสต์มาก่อน 

ชวนมารู้จัก สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ผู้ที่พรรคภูมิใจไทยมองว่า ให้เป็นแคนดิเดตด้วยประสบการณ์ และสามารถนำประเทศไทยกลับคืนสู่เวทีโลกได้อย่างสมศักดิ์ศรี

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เกิดเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2500 ปัจจุบัน อายุ 68 ปี เขาจบการศึกษาปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ วิทยาลัยระหว่างประเทศศึกษาชั้นสูง มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกา

เขามีประสบการณ์ในกระทรวงการต่างประเทศมาอย่างยาวนาน โดยเคยเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำในหลายประเทศ เช่น กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส, กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น, ประเทศแอลจีเรีย และโมนาโก ทั้งยัง เคยดำรงตำแหน่งผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา และประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ระหว่างปี พ.ศ. 2553–2554 ด้วย

สีหศักดิ์ยังเคยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในปี 2556-2557 และผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างเกิดการรัฐประหารปี 2557 เป็นเวลากว่า 3 เดือน ก่อนที่ในปี 2566 ได้เริ่มงานการเมืองโดยเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ในรัฐบาลเศรษฐา และก้าวเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาล อนุทิน 

สรุปข่าว

พรรคภูมิใจไทยเปิดตัว 'สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว' เป็นแคนดิเดตนายกฯ อันดับ 2 คู่กับอนุทิน ชาญวีรกุล หลังโชว์นโยบายและดรีมทีมพรรค สีหศักดิ์เป็นนักการทูตอาชีพมากประสบการณ์ เคยเป็นปลัด กต. เอกอัครราชทูตหลายประเทศ และประธาน UNHRC พรรคชูบทบาทเขาในแนวคิด “ไทยเป็นไท บนเวทีโลก” เน้นการทูตเชิงรุก ฟื้นบทบาทและศักดิ์ศรีไทยในเวทีนานาชาติ

หลังเปิดนโยบายเลือกตั้ง และดรีมทีมของพรรคภูมิใจไทย กับพูดแล้วทำพลัส ไปเมื่อวานนี้ (24 ธันวาคม 2568) พรรคภูมิใจไทยก็ได้ประกาศรายชื่อ 2 แคนดิเดตนายกฯ ซึ่งอันดับหนึ่งแน่นอนว่าคือ อนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรค แต่เบอร์ 2 นั้น กลับเป็นชื่อของ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ที่ไม่ได้อยู่ในลิสต์มาก่อน 

ชวนมารู้จัก สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ผู้ที่พรรคภูมิใจไทยมองว่า ให้เป็นแคนดิเดตด้วยประสบการณ์ และสามารถนำประเทศไทยกลับคืนสู่เวทีโลกได้อย่างสมศักดิ์ศรี

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เกิดเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2500 ปัจจุบัน อายุ 68 ปี เขาจบการศึกษาปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ วิทยาลัยระหว่างประเทศศึกษาชั้นสูง มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกา

เขามีประสบการณ์ในกระทรวงการต่างประเทศมาอย่างยาวนาน โดยเคยเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำในหลายประเทศ เช่น กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส, กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น, ประเทศแอลจีเรีย และโมนาโก ทั้งยัง เคยดำรงตำแหน่งผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา และประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ระหว่างปี พ.ศ. 2553–2554 ด้วย

สีหศักดิ์ยังเคยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในปี 2556-2557 และผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างเกิดการรัฐประหารปี 2557 เป็นเวลากว่า 3 เดือน ก่อนที่ในปี 2566 ได้เริ่มงานการเมืองโดยเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ในรัฐบาลเศรษฐา และก้าวเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาล อนุทิน 

พรรคภูมิใจไทยมองว่า สีหศักดิ์ สามารถทำทั้งงานต่างประเทศ และทำงานกับฝ่ายการเมือง และฝ่ายความมั่นคงได้อย่างเป็นเอกภาพ เป็นที่ยอมรับของประชาชน และนานาประเทศ จึงเหมาะสมกับการเป็นแคนดิเดต 

ขณะที่ในงานเปิดตัวนโยบายพรรคเองสีหศักดิ์ก็พูดถึงนโยบายต่างประเทศภายใต้แนวคิด “ไทยเป็นไท บนเวทีโลก” ที่จะทำให้ไทยกลับมามีพื้นที่ในเวทีโลก 

“เราต้องมองไป 4 ปีข้างหน้า ผมหวังว่าการต่างประเทศ 4 ปีข้างหน้าจะเป็นการสร้างโอกาส 

ให้กับประเทศไทย ให้กับประชาชนชาวไทย ทำให้ประเทศไทยได้กลับมาสู่แนวหน้าของประชาคมโลก ทำให้ประเทศไทยมีบทบาทนำในเวทีระหว่างประเทศ ให้เราอยู่ในเวทีอย่างมีเกียรติภูมิ มีศักดิ์ศรี เพราะฉะนั้นการ

ต่างประเทศต้องเป็นการต่างประเทศในหัวข้อนี้ ารต่างประเทศที่ทันต่อโลก และผมว่าที่สำคัญคือการต่างประเทศที่สู่ประชาชน” เขากล่าวในการแถลงนโยบาย 

ทั้งยังชี้ว่าในโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การทูตไทยต้องเป็นการทูตเชิงรุก ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ ค้ามนุษย์ และยาเสพติด โดยเราต้อง มีบทบาท ในการทำให้โลกนี้ดีขึ้น เพื่อให้ไทย เข้าไปมีบทเด่นในเวทีโลก 

และยังต้องยืนยันคุณค่าของประเทศไทยในฐานะ ประเทศประชาธิปไตย ที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการรับรู้ทิศทาง การต่างประเทศต้องโปร่งใส และได้รับการสนับสนุนจากประชาชน 

“เป้าหมายของเรา คือทำให้ประเทศไทยกลับมายืนอยู่แถวหน้าของสังคมโลก อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และผลักดันผลประโยชน์ของชาติในทุกมิติ ให้ ไทยเป็นไท อย่างแท้จริง บนเวทีโลก” สีหศักดิ์ กล่าวสรุป


ที่มาข้อมูล : TNN Online รวบรวม

ที่มารูปภาพ : TNN Online

sticky-bar-top