วันมหาวิปโยค แผ่นดินไหว 7.7 เขย่าไทย

Share on Line Share on Facebook Share on X
วันมหาวิปโยค แผ่นดินไหว 7.7  เขย่าไทย

28 มีนาคม 2568  ฝุ่นสีเทาลอยคลุ้งกลางเมือง เสียงคอนกรีตแตกหักดังก้องท่ามกลางความโกลาหล อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินพังถล่มลงต่อหน้าต่อตาหลายชีวิต  

ภาพตึก สตง. ถล่มกลายเป็นภาพจำของเหตุแผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง

แม้ในวันเดียวกัน กรุงเทพฯ จะเต็มไปด้วยความโกลาหล การคมนาคมเป็นอัมพาต ตึกสูงเกิดแรงโยกจนร้าว และผู้คนอพยพลงถนน 

ในเวลาไม่กี่นาที เมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ที่ไม่เคยถูกจัดอยู่ในเขตเสี่ยงแผ่นดินไหว กลับเผชิญกับความจริง คือ กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนชั้น "ดินอ่อน" หรือ Bangkok Clay ที่ทำหน้าที่เหมือนแอมปลิฟายเออร์ขยายแรงสั่นสะเทือน เมื่อเกิดแผ่นดินไหว



สรุปข่าว

เมื่อแผ่นดินไหว 7.7 ในวันที่ 28 มีนาคม สร้างความโกลาหลให้ทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ เมืองที่เต็มไปด้วยตึกสูง ซึ่งทำให้ผู้คนนับล้านตกอยู่ในความเสี่ยงที่ไม่เคยเผชิญ ทว่าท่ามกลางตึกสูงนับพันในกรุงเทพฯ กลับมีเพียงตึกเดียวที่พังถล่มลงมา่ ตึก สตง. แห่งใหม่มูลค่ากว่า 2 พันล้าน ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จึงกลายเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความประมาทและทุจริตที่ต้องถอดบทเรียนก่อนกรุงเทพฯ จะพังทลายไปมากกว่านี้

28 มีนาคม 2568  ฝุ่นสีเทาลอยคลุ้งกลางเมือง เสียงคอนกรีตแตกหักดังก้องท่ามกลางความโกลาหล อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินพังถล่มลงต่อหน้าต่อตาหลายชีวิต  

ภาพตึก สตง. ถล่มกลายเป็นภาพจำของเหตุแผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง

แม้ในวันเดียวกัน กรุงเทพฯ จะเต็มไปด้วยความโกลาหล การคมนาคมเป็นอัมพาต ตึกสูงเกิดแรงโยกจนร้าว และผู้คนอพยพลงถนน 

ในเวลาไม่กี่นาที เมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ที่ไม่เคยถูกจัดอยู่ในเขตเสี่ยงแผ่นดินไหว กลับเผชิญกับความจริง คือ กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนชั้น "ดินอ่อน" หรือ Bangkok Clay ที่ทำหน้าที่เหมือนแอมปลิฟายเออร์ขยายแรงสั่นสะเทือน เมื่อเกิดแผ่นดินไหว



แม้แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวจะไม่ส่งกระทบต่อกรุงเทพฯเท่ากับศูนย์กลางแผ่นดินไหวอย่างเมียนมา แต่ทว่าท่ามกลางอาคารนับพันในกรุงเทพฯ ที่ยืนหยัดอยู่ได้ กลับมีเพียง ตึก สตง.แห่งใหม่ มูลค่า 2,136 ล้านบาทที่ควรเป็นสัญลักษณ์แห่งความโปร่งใสกลับพังครืนลงมาเป็นเศษซากในพริบตา พร้อมฝังร่างผู้บริสุทธิ์ถึง 95 ชีวิตไว้ใต้ซากปรักหักพัง

ภารกิจกู้ซากตึก สตง. ใช้เวลาต่อเนื่องยาวนานถึง 48 วัน กลายเป็นหนึ่งในภารกิจกู้ภัยอาคารถล่มที่ยาวนานและซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย

ตลอด 48 วันแห่งความหวังและความโศกเศร้า พื้นที่เขตจตุจักรกลายเป็นสมรภูมิการกู้ภัยที่ยากลำบากที่สุด เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญกับอาฟเตอร์ช็อกกว่า 400 ครั้ง และเศษซากที่พร้อมจะถล่มซ้ำได้ทุกเมื่อ 

ทีมแพทย์นิติเวชต้องเก็บกู้ชิ้นส่วนมนุษย์กว่า 200 ชิ้นเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์ ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของญาติที่เฝ้ารอปาฏิหาริย์ที่ไม่มีจริง

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้องค์กรนักตรวจสอบ อย่าง สตง.ถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใส  

เมื่อ DSI พบขบวนการนอมินีข้ามชาติ เพื่อประมูลงานรัฐ โดยใช้โครงสร้าง โดยเฉพาะเหล็กเส้นไม่ได้มาตรฐาน 

หลังผ่านเหตุการณ์กว่า 9 เดือน อัยการได้สั่งฟ้องผู้ต้องหา 23 ราย คดีก่อสร้างผิดแบบ เหตุอาคาร สตง.ถล่ม หลังพบปัญหาโครงสร้างต่ำกว่ามาตรฐานและการใช้เอกสารปลอม พร้อมเดินหน้าตรวจสอบเชิงลึกโดย DSI ป.ป.ช. และกรมบัญชีกลาง สตง. ยืนยันให้ความร่วมมือเต็มที่


48 วันใต้ซากคอนกรีตคือสัญชัดเจนว่า "ภัยพิบัติไม่ใช่สิ่งที่คร่าชีวิตมากที่สุด แต่อาจเป็นการทุจริตเชิงระบบที่สะสมอยู่ในโครงสร้างของเมือง ที่เปลี่ยนแรงสั่นสะเทือนกลายเป็นโศกนาฏกรรม"

ที่มาข้อมูล : TNN รวบรวม

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

sticky-bar-top