เลื่อนชี้ชะตา "ภาษีทรัมป์" เดิมพันครั้งใหญ่สหรัฐฯ

Share on Line Share on Facebook Share on X

ผศ.ดร.ประพีร์ อภิชาติสกล คณะสังคมศาสตร์ มศว ให้สัมภาษณ์ในประเด็น "ภาษีทรัมป์" กับ ดร.ชวัลน์ จันทร์ทรัพย์ ในรายการมอร์นิ่ง โฟกัส ไว้อย่างน่าสนใจ อาจารย์มองว่า คำตัดสินจากศาลสูงสหรัฐฯในเรื่อง "ภาษีทรัมป์" เป็นเรื่องใหญ่ เดิมพันชะตาของสหรัฐฯ แม้แต่ผู้นำสหรัฐฯ อย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดใจว่าหากศาลตัดสินว่าเขาไม่มีอำนาจ และให้ภาษีไม่มีผลแล้ว อาจเป็นหายนะของสหรัฐฯ เพราะสหรัฐฯอาจต้องชำระเงินจำนวน 1 แสน 3 หมื่นล้านดอลลาร์คืน เรื่องนี้อาจส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนลง และในทางการเมืองความนิยมหรือภาพลักษณ์ของทรัมป์อาจถูกกระทบได้อีกด้วย


อาจารย์ประพีร์ มองว่าที่ศาลเลื่อนออกไปก่อนเพราะเรื่องนี้สำคัญมาก 

"ทรัมป์เองอาจพยายามเคลื่อนไหว หรือเจรจาบางอย่างเพื่อรับมือกับเรื่องนี้ ศาลก็ต้องหารือกันเพราะคำตัดสินดังกล่าวเป็นเรื่องใหญ่ ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่าแม้ศาลจะตัดสินว่าทรัมป์ไม่มีอำนาจ ทรัมป์อาจหยิบยกอำนาจของประธานาธิบดีที่ต้องการแก้ไขปัญหาในกรณีจำเป็นเร่งด่วน ทำให้ทรัมป์สามารถจัดเก็บภาษีต่อไปได้หรือไม่ ในตอนนี้เราเองคงต้องจับตาดูกันต่ออย่างใกล้ชิด"

สรุปข่าว

ผศ.ดร.ประพีร์ อภิชาติสกล คณะสังคมศาสตร์ มศว ให้สัมภาษณ์ในประเด็น "ภาษีทรัมป์" กับ ดร.ชวัลน์ จันทร์ทรัพย์ ในรายการมอร์นิ่ง โฟกัส ไว้อย่างน่าสนใน อาจารย์มองว่า คำตัดสินจากศาลสูงสหรัฐฯในเรื่อง "ภาษีทรัมป์" เป็นเรื่องใหญ่ เดิมพันชะตาของสหรัฐฯ แม้แต่ผู้นำสหรัฐฯ อย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ เองถึงกับเปิดใจว่าหากศาลตัดสินว่าเขาไม่มีอำนาจ และให้ภาษีไม่มีผลแล้ว นี่เองอาจเป็นหายนะของสหรัฐฯ "เราจะเห็นว่าชาติต่างๆเร่งเดินหน้าเข้าไปเพื่อหารือกับสหรัฐฯ และด้วยธรรมชาติที่ทรัมป์เป็นนักธุรกิจ แน่นอนว่าทรัมป์ต้องการประโยชน์สูงสุด ประกอบกับการที่เขาเป็นชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่าเรา ทำให้การเข้าหาสหรัฐฯ หรือการเจรจาของไทยต้องมีชั้นเชิง เราอาจต้องมองแบบ "คนตัวเล็ก" เราต้องเข้าไปมอบประโยชน์ที่มากกว่า ต้องแสดงว่าเราให้อะไรมากกว่า เพราะลำพังการยื่นหมู ยื่นแมวยังไม่พอ"

ผศ.ดร.ประพีร์ อภิชาติสกล คณะสังคมศาสตร์ มศว ให้สัมภาษณ์ในประเด็น "ภาษีทรัมป์" กับ ดร.ชวัลน์ จันทร์ทรัพย์ ในรายการมอร์นิ่ง โฟกัส ไว้อย่างน่าสนใจ อาจารย์มองว่า คำตัดสินจากศาลสูงสหรัฐฯในเรื่อง "ภาษีทรัมป์" เป็นเรื่องใหญ่ เดิมพันชะตาของสหรัฐฯ แม้แต่ผู้นำสหรัฐฯ อย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดใจว่าหากศาลตัดสินว่าเขาไม่มีอำนาจ และให้ภาษีไม่มีผลแล้ว อาจเป็นหายนะของสหรัฐฯ เพราะสหรัฐฯอาจต้องชำระเงินจำนวน 1 แสน 3 หมื่นล้านดอลลาร์คืน เรื่องนี้อาจส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนลง และในทางการเมืองความนิยมหรือภาพลักษณ์ของทรัมป์อาจถูกกระทบได้อีกด้วย


อาจารย์ประพีร์ มองว่าที่ศาลเลื่อนออกไปก่อนเพราะเรื่องนี้สำคัญมาก 

"ทรัมป์เองอาจพยายามเคลื่อนไหว หรือเจรจาบางอย่างเพื่อรับมือกับเรื่องนี้ ศาลก็ต้องหารือกันเพราะคำตัดสินดังกล่าวเป็นเรื่องใหญ่ ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่าแม้ศาลจะตัดสินว่าทรัมป์ไม่มีอำนาจ ทรัมป์อาจหยิบยกอำนาจของประธานาธิบดีที่ต้องการแก้ไขปัญหาในกรณีจำเป็นเร่งด่วน ทำให้ทรัมป์สามารถจัดเก็บภาษีต่อไปได้หรือไม่ ในตอนนี้เราเองคงต้องจับตาดูกันต่ออย่างใกล้ชิด"

วิเคราะห์ฉากทัศน์หลังจากที่ศาลสูงมีคำตัดสิน

ในกรณีที่ศาลชี้ว่า "ภาษีทรัมป์" ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนพยากรณ์ว่าหุ้นทั้วโลกพุ่งสูงขึ้นเพื่อขานรับ เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง ความเชื่อมั่นการค้าจะกลับมา แต่รัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องคืนเงินภาษีจำนวนมหาศาลกว่า 1 แสน 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งอย่างที่เกริ่นเอาไว้ในตอนต้นว่าเรื่องนี้อาจเป็นหายนะต่อสหรัฐฯได้ 

ในทางกลับกันหากว่าศาลตัดสินว่า "ภาษีทรัมป์" ชอบด้วยกฎหมาย จะส่งผลทำให้หุ้นร่วงแรง เงินดอลลาร์แข็งค่า เงินเฟ้อสหรัฐฯ เสี่ยงพุ่งสูง และธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟดจะถูกกดดันให้ลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามคดีนี้อาจยังไม่ได้มีคำตัดสินออกมาในลักษณะ "หัวหรือก้อย" โดยที่ศาลสูงอาจไม่ล้ม "ภาษีทรัมป์" แต่กำหนดเงื่อนไข เรื่องนี้ส่งผลให้ตลาดฟื้นตัวในช่วงสั้นๆ แต่การค้ายังคงมีความตึงเครียดอยู่ และยิ่งว่ามีการประวิงเวลาออกไป ไม่มีคำชี้ขาด อาจก่อให้เกิดความไม่มั่นใจในตลาด นักลงทุนกังวลต่อความเปลี่ยนแปลง ไม่แน่นอน ทำให้อาจเข้าไปถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยกันมากขึ้น

ไทยเราควรต้องเจรจาอย่างไร

อาจารย์ประพีร์ ยอมรับว่าการที่ทรัมป์ประกาศเรื่องภาษีก่อให้เกิดความปั่นป่วนไปทั่วโลก 

"เราจะเห็นว่าชาติต่างๆ เร่งเดินหน้าเข้าไปเพื่อหารือกับสหรัฐฯ และด้วยธรรมชาติที่ทรัมป์เป็นนักธุรกิจ แน่นอนว่าทรัมป์ต้องการประโยชน์สูงสุด ประกอบกับการที่เขาเป็นชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่าเรา ทำให้การเข้าหาสหรัฐฯ หรือการเจรจาของไทยต้องมีชั้นเชิง เราอาจต้องมองแบบ "คนตัวเล็ก" เราต้องเข้าไปมอบประโยชน์ที่มากกว่า ต้องแสดงว่าเราให้อะไรมากกว่า เพราะลำพังการยื่นหมู ยื่นแมวยังไม่พอ นี่คือนโยบายการเอาใจ ซึ่งเอาจริงๆไทยเราก็คุ้นเคยนโยบายแบบนี้เป็นอย่างดี จุดเสี่ยงคืออย่าไปมองว่าเราจะเสียอำนาจอธิปไตย เสียดินแดน หรือเสียประโยชน์มาก มันไม่ใช่แบบนั้น และแน่นอนเราจะไม่ทำแบบนั้น แต่เราอาจต้องยอมเสียประโยชน์บางอย่าง เพื่อรักษาไว้ซึ่งประโยชน์ที่เหนือกว่า"

มาถึงช่วงท้ายรายการผู้สัมภาษณ์จึงถามกลับไปว่า เรายังต้องการ สหรัฐฯอยู่หรือไม่

อาจารย์ประพีรย์ตอบกลับมาอย่างเฉียบคมว่า 

"ไม่ใช่เฉพาะสหรัฐฯ จีน ชาติมหาอำนาจ เราไม่สามารถทิ้งได้เลย เราควรต้องรักษาความสัมพันธ์เพื่อประโยชน์สูงสุดของชาติเรา"

ผมฟังในสิ่งที่อาจารย์พูดแล้วรู้สึกว่านโยบายการเข้าหาที่อาจารย์กำลังอธิบายถึงอาจเป็นอีกหนึ่งทางออกที่น่าสนใจ การเป็น "คนตัวเล็ก" ในเกมมหาอำนาจไม่ได้แปลว่าเราต้องยอมจำนน แต่หมายถึงเราต้อง เล็กแต่พริ้ว และมีคุณค่าบางประการที่เขาขาดเราไม่ได้


ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

sticky-bar-top