
“ดีลตั้งรัฐบาลจบแล้ว” กลายเป็นเพียงข่าวปล่อย ข่าวลือ เมื่อคนปิด “ดีล” ตัวจริงอย่างอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมายืนยันชัดเจนว่าจนถึงวันนี้ยังไม่มีการ “เปิดดีล” ด้วยซ้ำ เพราะตัวเลขการเลือกตั้งยังไม่นิ่ง จนกว่าจะมีประกาศอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.
“ถ้าทุกอย่างไม่นิ่ง ก็ไปคุยกับใครไม่ได้ เพราะคุยไปก็ไม่นิ่ง” ประโยคสั้น ๆ แต่อธิบายทุกอย่างทั้งสถานการณ์ในการจัดตั้งรัฐบาล และโอกาสของพรรคการเมืองที่ยังไม่เข้ามาเจรจา ตกลง
สรุปข่าว
“ดีลตั้งรัฐบาลจบแล้ว” กลายเป็นเพียงข่าวปล่อย ข่าวลือ เมื่อคนปิด “ดีล” ตัวจริงอย่างอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมายืนยันชัดเจนว่าจนถึงวันนี้ยังไม่มีการ “เปิดดีล” ด้วยซ้ำ เพราะตัวเลขการเลือกตั้งยังไม่นิ่ง จนกว่าจะมีประกาศอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.
“ถ้าทุกอย่างไม่นิ่ง ก็ไปคุยกับใครไม่ได้ เพราะคุยไปก็ไม่นิ่ง” ประโยคสั้น ๆ แต่อธิบายทุกอย่างทั้งสถานการณ์ในการจัดตั้งรัฐบาล และโอกาสของพรรคการเมืองที่ยังไม่เข้ามาเจรจา ตกลง
ขณะที่ตัวเลขที่ค่อนข้างเป็นทางการขณะนี้ภูมิใจไทยสามารถรวมเสียงได้ราว 286 เสียง
โดยเป็นตัวเลขจาก
พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง
พรรคเพื่อไทย 74 เสียง
พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง
พรรคใหม่ 1 เสียง
พรรครวมใจไทย 1 เสียง
พรรคไทยทรัพย์ทวี 1 เสียง
พรรครวมพลังประชาชน 1 เสียง
พรรคมิติใหม่ 1 เสียง
พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง
พรรคเพื่อชาติไทย 2 เสียง
พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง
พรรคทางเลือกใหม่ 1 เสียง
พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง
นี่คือตัวเลขที่ยืนยันจากโฆษกพรรคภูมิใจไทย ขณะที่ตัวเลข 300 เสียงยังคงเป็นข่าวที่ไม่มีผู้ใดออกมายืนยัน
รศ.ดร.ยุทธพร อิสระชัย นักวิชาการจากคณะรัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมธิราช มองว่าจากตัวเลขดังกล่าวทำให้ 58 เสียงของกล้าธรรมยังจำเป็น ไม่เพียงแค่การสร้างเสถียรภาพของรัฐบาล แต่เพื่อสร้างดุลถ่วงอำนาจกับเพื่อไทย เพื่อทำให้ภูมิใจไทยเป็นศูนย์กลางจริง
นักวิชาการมองว่าหากไม่ดึงกล้าธรรมเข้ามาน้ำหนักต่อรองขอดเพื่อไทยจะสูงเกินไป แต่หากดึงเข้ามาก็ต้องจัดการเงื่อนไขภาพลักษณ์ โดยเฉพาะบทบาทของธรรมนัส พรหมเผ่า
ส่วนสถานการณ์ ณ ขณะนี้ เชื่อว่าเป็นการประวิงเวลา เพื่อให้ท้ายที่สุด “กล้าธรรม” ได้ร่วมรัฐบาล โดยยอมรับเงื่อนไขของภูมิใจไทย
“สูตร 10 ส.ส. ต่อ 1 รัฐมนตรี สะท้อนการจัดวางโควต้าไว้ล่วงหน้า
หากเสียงแตะราว 350 จะได้ 35 รัฐมนตรี บวกนายกฯ 1 ตำแหน่ง ในทางเทคนิคถือว่า “ลงตัว”
แต่ในทางการเมืองเชื่อว่ายังมีการต่อรองเงื่อนไขท้ายดีล” รศ.ดร.ยุทธพร วิเคราะห์
แต่การเมืองย่อมปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ อีกหนึ่งสูตรที่เริ่มมีการคาดการณ์ คือ การใช้พลังดูด
ดึงสมาชิกบางส่วนของกล้าธรรมให้ย้ายขั้วแบบ สส.กลุ่ม
โมเดลนี้ไม่ใช่ใหม่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย โดยการเมืองแบบ “แยกก้อน แตกกลุ่ม” ทำให้ไม่ต้องเหมาทั้งพรรค แต่เลือกเฉพาะกลุ่ม ก๊วน ที่พร้อมขยับ หากเงื่อนไขดีล “กล้าธรรม” ไม่ลงตัว
โดยเริ่มปรากฏชื่อของ เฉลิมชัย ศรีอ่อน และ เดชอิศม์ ขาวทอง อดีตแกนนำประชาธิปัตย์ที่ย้ายมาสวมเสื้อสีเขียว ถูกหยิบยกเป็นตัวอย่างของการเมืองแบบ “จัดกลุ่ม จัดดีล” แนวทางนี้ไม่จำเป็นต้องย้ายพรรคทันทีแต่ใช้กลไกพฤตินัยในการโหวตสนับสนุนรัฐบาล
ก่อนถึงวันเลือกนายกฯ ในเดือนเมษายน ภาพที่เห็นคือภาพการดีลรัฐบาลที่ยังไม่ลงตัว ไม่ต่างจากเวทีที่ไฟยังสว่างไม่เต็มดวง นักแสดงก็ยังสามารถเปลี่ยนบทกันหลังฉากจนกว่าจะถึงเวลาแสดงจริง
- "คนดีลคือคนนี้" อนุทิน ยืนยันยังไม่เปิดดีลตั้งรัฐบาล ขอรอผลอย่างเป็นทางการจาก กกต.ก่อน
- “ภูมิใจไทย” โต้ข่าวลือขึ้น VAT 10% ย้ำในระยะ 2-3 ปี เร่งฟื้นความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ
- ทำไมโลก “หันขวา” ? “อนุรักษนิยม” ผงาด หรือ "เสรีนิยม" ใกล้สิ้นศรัทธา
- เลือกตั้งใหม่ คันนายาว ยังใช้บัตรมี QR กกต.ห้ามถ่าย
- กกต.คุมเข้มห้ามถ่ายบัตรเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ. โทษหนัก
ที่มาข้อมูล : TNN รวบรวม
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
