“ฮีทสโตรก” ภัยอันตรายจากอากาศร้อน สัญญาณเตือนหากมีอาการต้องรีบพบแพทย์

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ฮีทสโตรก” ภัยอันตรายจากอากาศร้อน สัญญาณเตือนหากมีอาการต้องรีบพบแพทย์

“ฮีทสโตรก (Heat Stroke)” ภัยอันตรายจากอากาศร้อน

“ฮีทสโตรก (Heat Stroke)”  หรือ โรคลมแดด ภัยอันตรายจากอากาศร้อน เมื่ออุณหภูมิสูงต่อเนื่อง ร่างกายอาจสูญเสียความสามารถในการควบคุมความร้อน จนเกิดภาวะ ฮีทสโตรก (โรคลมแดด) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

สัญญาณอันตรายที่ควรรีบพบแพทย์

  • ตัวร้อนจัด ผิวแดง
  • เหงื่อออกมาก หรือบางรายอาจไม่มีเหงื่อ
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด ใจสั่น หายใจเร็ว
  • สับสน พูดไม่ชัด หรือหมดสติ

อาการ ฮีทสโตรก

อาการของฮีทสโตรก สามารถแบ่งออกได้ตามความรุนแรงของอาการ ดังนี้

อาการเบื้องต้น

  • ปวดศีรษะ และมีอาการเวียนหัว
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ 
  • เหงื่อออกมาก หรือบางครั้งเหงื่อไม่ออกเลยในบางกรณีที่ร่างกายร้อนเกินไปจนระบบขับเหงื่อหยุดทำงาน

อาการรุนแรง

  • ขาดน้ำจากการสูญเสียความร้อน
  • ฮีทสโตรกหรือโรคลมแดด มีภาวะชัก หมดสติ หรือการเต้นของหัวใจผิดปกติ

สรุปข่าว

“ฮีทสโตรก” หรือ โรคลมแดด ภัยอันตรายจากอากาศร้อน เมื่ออุณหภูมิสูงต่อเนื่อง ร่างกายอาจสูญเสียความสามารถในการควบคุมความร้อน สัญญาณเตือนหากมีอาการ ตัวร้อนจัด ผิวแดง เวียนศีรษะ หน้ามืด ใจสั่น หายใจเร็ว สับสน พูดไม่ชัด หรือหมดสติ ต้องรีบพบแพทย์

“ฮีทสโตรก (Heat Stroke)” ภัยอันตรายจากอากาศร้อน

“ฮีทสโตรก (Heat Stroke)”  หรือ โรคลมแดด ภัยอันตรายจากอากาศร้อน เมื่ออุณหภูมิสูงต่อเนื่อง ร่างกายอาจสูญเสียความสามารถในการควบคุมความร้อน จนเกิดภาวะ ฮีทสโตรก (โรคลมแดด) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

สัญญาณอันตรายที่ควรรีบพบแพทย์

  • ตัวร้อนจัด ผิวแดง
  • เหงื่อออกมาก หรือบางรายอาจไม่มีเหงื่อ
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด ใจสั่น หายใจเร็ว
  • สับสน พูดไม่ชัด หรือหมดสติ

อาการ ฮีทสโตรก

อาการของฮีทสโตรก สามารถแบ่งออกได้ตามความรุนแรงของอาการ ดังนี้

อาการเบื้องต้น

  • ปวดศีรษะ และมีอาการเวียนหัว
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ 
  • เหงื่อออกมาก หรือบางครั้งเหงื่อไม่ออกเลยในบางกรณีที่ร่างกายร้อนเกินไปจนระบบขับเหงื่อหยุดทำงาน

อาการรุนแรง

  • ขาดน้ำจากการสูญเสียความร้อน
  • ฮีทสโตรกหรือโรคลมแดด มีภาวะชัก หมดสติ หรือการเต้นของหัวใจผิดปกติ

กลุ่มเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะฮีทสโตรก

  1. ผู้สูงอายุและเด็กเล็ก กลุ่มนี้มีระบบการควบคุมอุณหภูมิร่างกายที่ไม่สมบูรณ์เท่าวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ ทำให้เกิดฮีทสโตรกได้ง่ายขึ้น
  2. ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคพาร์กินสัน หรือโรคความดันโลหิตสูง มักมีภาวะการควบคุมอุณหภูมิที่ผิดปกติจากการใช้ยารักษาโรค
  3. ผู้ทำงานกลางแจ้งหรือออกกำลังกายหนัก เช่น คนงานก่อสร้าง นักกีฬา นักวิ่งมาราธอน หรือผู้ที่ต้องใช้แรงงานหนักกลางแจ้งเป็นเวลานาน
  4. ผู้ที่ดื่มน้ำน้อยในหน้าร้อน การขาดน้ำทำให้ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ตามปกติ

วิธีป้องกันภาวะฮีทสโตรก

สำหรับการป้องกันสามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในสภาพอากาศที่ร้อนจัด หรือกลางแจ้งเป็นเวลานาน ๆ หากสามารถเลี่ยงได้ ควรเลือกเวลาที่ต้องการทำกิจกรรม เช่น ช่วงเช้ามืด หรือระหว่างพระอาทิตย์ตกดิน ผู้ที่ชอบออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิร้อนจัด ควรดื่มน้ำให้มากเพียงพอ 

หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ทำให้เกิดภาวะร่างกายขาดน้ำ เช่น เครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน กาแฟ เหล้า เบียร์ เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้จะทำให้เสียน้ำทางปัสสาวะในปริมาณสูง หากไม่สามารถชดเชยน้ำได้มากพอ จะเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคลมแดดได้ 

หากจำเป็นต้องออกไปกลางแจ้งควรปกป้องตนเองจากแสงแดด โดยอุปกรณ์ป้องกันแสงแดด เช่น สวมใส่เสื้อผ้าที่มีคุณสมบัติระบายอากาศได้ดี หมวก ร่ม ถือเป็นหนึ่งอุปกรณ์ที่ควรพกติดตัวเมื่อต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด 

นอกจากนี้ การอยู่ในรถที่ติดเครื่องยนต์กลางแจ้งซึ่งมีอันตรายมาก นอกจากต้องพบกับอากาศร้อนแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงของการได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซพิษที่มีผลต่อระบบประสาท จึงควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน


การปฐมพยาบาลฮีทสโตรก

การปฐมพยาบาลอย่างแรกคือ ต้องดูว่าคนไข้มีภาวะความรู้สึกตัวที่ผิดปกติไปหรือเปล่า ถ้ามีภาวะความรู้สึกตัวที่ผิดปกติไป ให้ไปคลำชีพจรดูว่าการหายใจเขาผิดปกติหรือเปล่า ถ้ามีการหายใจที่ผิดปกติ ต้องทำ CPR และโทร 1669 เพื่อเรียกรถพยาบาลมารับผู้ป่วยไปโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว

กลุ่มผู้ป่วยที่ยังมีความรู้สึกตัวที่ปกติดีอยู่ ก็สามารถนำผู้ป่วยเข้ามาในที่ร่มได้ และให้ผู้ป่วยดื่มน้ำให้เยอะ ๆ และรีบลดอุณหภูมิกายโดยการใช้น้ำแข็ง หรือการใช้ cool blanket คือการใช้ผ้ายาง ใส่น้ำแข็งลงไป แล้วให้ผู้ป่วยนอนอยู่ในตรงนั้น ถ้ามีพัดลม สามารถเปิดพัดลมได้

ถ้าใช้เป็นผ้าชุบน้ำ ในคนไข้ที่เป็นโรคกลุ่มฮีทสโตรก มักจะไม่ค่อยได้ผล แต่สามารถใช้ได้ โดยการเช็ดตัวให้เช็ดตัวเหมือนผู้ป่วยที่เป็นไข้ คือเช็ดสวนขึ้นมาเข้าทางหัวใจ เช็ดทางเดียว และเปิดพัดลม

ผู้ประกันตนประกันสังคม ม.33 และ ม.39 ดูแลอย่างไร

กรณีเจ็บป่วยทั่วไป

สามารถเข้ารับการรักษาได้ที่สถานพยาบาลตามสิทธิ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

กรณีฉุกเฉินวิกฤต (UCEP)

สามารถเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลใกล้ที่สุดได้ทันที โดยไม่ต้องสำรองจ่ายในช่วงวิกฤต

กรณีแพทย์สั่งหยุดพักรักษาตัว

ผู้ประกันตนมาตรา 33 มีสิทธิรับ เงินทดแทนการขาดรายได้ ตามหลักเกณฑ์ของกองทุนประกันสังคม

อย่างไรก็ตาม โรคฮีทสโตรก ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ซึ่งผู้ที่เกิดอาการต้องได้รับความช่วยเหลือในทันที ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อสมอง และอวัยวะที่สำคัญในร่างกาย