
การเลือกนายกรัฐมนตรีของไทยภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 เป็นกระบวนการที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน โดยมีเงื่อนไขทั้งด้านคุณสมบัติ การเสนอชื่อ และการลงมติในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง
สรุปข่าว
การเลือกนายกรัฐมนตรีของไทยภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 เป็นกระบวนการที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน โดยมีเงื่อนไขทั้งด้านคุณสมบัติ การเสนอชื่อ และการลงมติในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง
ขั้นตอนที่ 1 การเสนอชื่อ
ผู้ที่จะถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง ตามมาตรา 88 ของรัฐธรรมนูญ และต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ให้การเสนอชื่อไม่น้อยกว่า 25 คนขึ้นไป
ขั้นตอนที่ 2 การรับรองรายชื่อ
หลังจากมีการเสนอชื่อแล้ว จะต้องมี สส. ให้การรับรองไม่น้อยกว่า 50 คน จากจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 500 คน เพื่อให้รายชื่อมีสิทธิ์เข้าสู่กระบวนการลงมติ
ขั้นตอนที่ 3 การลงมติในสภา
การลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีจะดำเนินการแบบเปิดเผย โดยเรียกชื่อสมาชิกตามลำดับตัวอักษร และให้แต่ละคนแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน ได้แก่ เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรือ งดออกเสียง
ผู้ที่จะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องได้รับเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาทั้งหมด หรืออย่างน้อย 250 เสียงขึ้นไป
ขั้นตอนที่ 4 การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
เมื่อสภามีมติเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี
- นายกฯ เป็นประธานพิธีสักการะและห่มผ้าพระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง
- จับตายุบสภา รัฐบาลอนุทินกับเดดไลน์ 4 เดือนตาม MOA
- “อนุทิน” สั่งลุย ศูนย์สื่ออุทกภัย เปิด ONE PAGE INFOGRAPHIC
- จับสัญญาณยุบสภา ภูมิใจไทยเปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ–อนุทินลุยเหนือ
- ภราดรย้ำไทม์ไลน์ยุบสภา 31 ม.ค. 69 พร้อมรับซักฟอก ยันไร้ทุจริต
ที่มาข้อมูล : TNN
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
บรรณาธิการออนไลน์
