สรุปสาระสำคัญ Meet the Press นายกฯ ขออภัยราคาน้ำมันผันผวน มั่นใจสงกรานต์มีเพียงพอ

Share on Line Share on Facebook Share on X
สรุปสาระสำคัญ Meet the Press นายกฯ ขออภัยราคาน้ำมันผันผวน มั่นใจสงกรานต์มีเพียงพอ

สรุปสาระสำคัญ Meet the Press ในหัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”

วันนี้ ( 28 มีนาคม 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านเวที Meet the Press ในหัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณสื่อมวลชนและประชาชนที่ติดตาม พร้อมระบุว่าการพูดคุยครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับทิศทางของรัฐบาล และเปิดโอกาสให้มีการซักถามอย่างครบถ้วน โดยนายกรัฐมนตรีจะกล่าวในภาพรวม ก่อนที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจะชี้แจงรายละเอียดในส่วนที่รับผิดชอบต่อไป

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดำเนินมาเกือบ 1 เดือน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานทั่วโลก ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น หลายประเทศเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมัน และได้ออกมาตรการรณรงค์ประหยัดพลังงาน แม้ขณะนี้สถานการณ์ยังทรงตัว และมีความพยายามเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้ง แต่ยังไม่มีสัญญาณเชิงบวกที่ชัดเจน ทำให้ทุกประเทศรวมถึงไทยจำเป็นต้องปรับตัว เพื่อให้สามารถ “ยืนระยะ” ได้ในวิกฤตที่อาจยืดเยื้อ ทั้งในระดับประชาชน โดยขอให้ปรับวิถีชีวิตให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และในระดับการบริหารของภาครัฐ

ขออภัยต่อความผันผวนจากมาตรการตรึงราคาน้ำมัน

นายกรัฐมนตรีกล่าวขออภัยต่อความผันผวนจากมาตรการตรึงราคาน้ำมัน เนื่องจากประเมินเบื้องต้นว่าวิกฤตอาจไม่ยืดเยื้อ แต่เมื่อสถานการณ์มีความชัดเจนมากขึ้น รัฐบาลจึงต้องปรับแนวทาง โดยเน้นการประคับประคองผลกระทบ โดยเฉพาะต่อกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร ภาคขนส่ง ภาคประมง และผู้ประกอบการอุตสาหกรรม เพื่อดูแลค่าครองชีพของประชาชนให้ดีที่สุด

สรุปข่าว

สรุปสาระสำคัญ นายกรัฐมนตรีเปิดเวที Meet the Press “1 เดือนวิกฤตโลก” ขออภัยต่อราคาน้ำมันที่มีความผันผวน มั่นใจ เทศกาลสงกรานต์ น้ำมันมีเพียงพอ ขอทุกคนย้ำช่วยกันปรับตัว “ยืนระยะ” ได้ในวิกฤต ร่วมกัน

สรุปสาระสำคัญ Meet the Press ในหัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”

วันนี้ ( 28 มีนาคม 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านเวที Meet the Press ในหัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณสื่อมวลชนและประชาชนที่ติดตาม พร้อมระบุว่าการพูดคุยครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับทิศทางของรัฐบาล และเปิดโอกาสให้มีการซักถามอย่างครบถ้วน โดยนายกรัฐมนตรีจะกล่าวในภาพรวม ก่อนที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจะชี้แจงรายละเอียดในส่วนที่รับผิดชอบต่อไป

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดำเนินมาเกือบ 1 เดือน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานทั่วโลก ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น หลายประเทศเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมัน และได้ออกมาตรการรณรงค์ประหยัดพลังงาน แม้ขณะนี้สถานการณ์ยังทรงตัว และมีความพยายามเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้ง แต่ยังไม่มีสัญญาณเชิงบวกที่ชัดเจน ทำให้ทุกประเทศรวมถึงไทยจำเป็นต้องปรับตัว เพื่อให้สามารถ “ยืนระยะ” ได้ในวิกฤตที่อาจยืดเยื้อ ทั้งในระดับประชาชน โดยขอให้ปรับวิถีชีวิตให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และในระดับการบริหารของภาครัฐ

ขออภัยต่อความผันผวนจากมาตรการตรึงราคาน้ำมัน

นายกรัฐมนตรีกล่าวขออภัยต่อความผันผวนจากมาตรการตรึงราคาน้ำมัน เนื่องจากประเมินเบื้องต้นว่าวิกฤตอาจไม่ยืดเยื้อ แต่เมื่อสถานการณ์มีความชัดเจนมากขึ้น รัฐบาลจึงต้องปรับแนวทาง โดยเน้นการประคับประคองผลกระทบ โดยเฉพาะต่อกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร ภาคขนส่ง ภาคประมง และผู้ประกอบการอุตสาหกรรม เพื่อดูแลค่าครองชีพของประชาชนให้ดีที่สุด

แนวทางการรับมือ รัฐบาลให้ความสำคัญใน 4 ด้านหลัก

สำหรับแนวทางการรับมือผ่าน ศบก. รัฐบาลให้ความสำคัญใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การต่างประเทศ ความมั่นคงทางพลังงาน การควบคุมสินค้า และมาตรการลดผลกระทบต่อประชาชน โดยทุกฝ่ายได้ทุ่มเทความพยายามอย่างเต็มที่

ด้านการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศได้เร่งเจรจากับประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเด็นการขนส่งสินค้าและการขนส่งทางเรือ โดยล่าสุดสามารถเจรจากับอิหร่านได้สำเร็จ ส่งผลให้เรือขนส่งน้ำมันของไทยสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ซึ่งช่วยคลายความกังวลด้านปริมาณน้ำมันดิบ และทำให้การขนส่งน้ำมันบางส่วนถึงประเทศไทยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ด้านสถานการณ์น้ำมันภายในประเทศ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ปัญหาน้ำมันขาดแคลนหน้าปั๊มในบางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย โดย ศบก. ได้ขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานอย่างใกล้ชิด ทั้งการเพิ่มรอบและระยะเวลาการขนส่ง การอัดฉีดน้ำมันสำรองเข้าสู่ระบบ การปราบปรามการกักตุน รวมถึงการยุติมาตรการตรึงราคาน้ำมัน ซึ่งช่วยลดแรงจูงใจในการกักตุนและการลักลอบค้ากำไร อีกทั้งยังช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันที่ติดลบ

อย่างไรก็ตาม การ “ยุติการตรึงราคา” ไม่ได้หมายถึงการลอยตัวเต็มรูปแบบ โดยรัฐบาลยังคงอุดหนุนผ่านกองทุนน้ำมันในอัตราที่เหมาะสม ส่งผลให้การลักลอบนำน้ำมันออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านลดลง และทำให้น้ำมันยังคงเพียงพอในประเทศ รวมทั้งมีระดับราคาที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ปัจจุบันการใช้น้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 82 ล้านลิตรต่อวัน จากเดิมก่อนวันที่ 1 มีนาคม อยู่ที่ประมาณ 67 ล้านลิตรต่อวัน

ขอความร่วมมือไม่ตื่นตระหนก ปริมาณน้ำมันภายในประเทศยังคงเพียงพอ

รัฐบาลขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนไม่ให้ตื่นตระหนก เนื่องจากปริมาณน้ำมันภายในประเทศยังคงเพียงพอกับความต้องการใช้ และย้ำว่าราคาน้ำมันของไทยยังอยู่ในระดับต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน

เมื่อสถานการณ์น้ำมันเริ่มคลี่คลาย รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อเนื่องกับปัญหาค่าครองชีพ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง โดยกระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดรายการสินค้าควบคุมแล้ว 66 รายการ พร้อมดำเนินมาตรการเพิ่มเติมผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย” และ “ร้านธงฟ้า” ซึ่งจะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของประชาชน โดยย้ำว่ามาตรการดังกล่าวมุ่งดูแลสินค้าจำเป็นพื้นฐาน ขณะที่สินค้าและบริการอื่นอาจปรับราคาตามกลไกตลาด


สำหรับมาตรการอื่น ๆ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน นายกรัฐมนตรีระบุเพิ่มเติมว่า คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบมาตรการเร่งด่วนครอบคลุมทั้งการปรับลดภาษีสรรพสามิต การเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การช่วยเหลือภาคขนส่ง เกษตรกร ภาคประมง และการสนับสนุนสินเชื่อแก่ SME เพื่อพยุงเศรษฐกิจและลดผลกระทบในทุกภาคส่วน

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลมุ่งสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบาง และพยุงเศรษฐกิจโดยรวม เพื่อให้ประเทศสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ พร้อมระบุว่า เมื่อกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลและการแถลงนโยบายแล้วเสร็จ จะสามารถดำเนินมาตรการด้านงบประมาณและนโยบายได้อย่างเต็มศักยภาพมากยิ่งขึ้น

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ น้ำมันในประเทศเพียงพอต่อความต้องการ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า โรงกลั่นน้ำมันยังคงดำเนินการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และมีการบริหารจัดการการกระจายน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยืนยันว่าน้ำมันในประเทศยังคงเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์

“ขอความร่วมมือจากประชาชน สื่อมวลชน และทุกภาคส่วน ในการร่วมกันสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เฝ้าระวังการกักตุนและการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยรัฐบาลจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้กระทำผิด พร้อมรณรงค์การประหยัดพลังงาน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : รัฐบาลไทย