ทางสองแพร่งน้ำมันไทย รัฐบาลจะยอมเสียรายได้ภาษี หรือผลักภาระหนี้กองทุนน้ำมันให้คนไทย

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทางสองแพร่งน้ำมันไทย รัฐบาลจะยอมเสียรายได้ภาษี หรือผลักภาระหนี้กองทุนน้ำมันให้คนไทย

กรุงเทพธุรกิจ และสื่อชั้นนำบางสำนักของไทย รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวกระทรวงการคลังว่า ไม่อยากให้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ตามที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการไปแล้ว 

เพราะหากลดภาษีดีเซล 1 บาทต่อลิตร รัฐจะเสียรายได้เดือนละ 2,000 ล้านบาท  

หากลดภาษีน้ำมันทั้งดีเซลและเบนซิน 3 บาทต่อลิตร รัฐจะเสียรายได้ถึง 8,400 ล้านบาทต่อเดือน

และหากไปสุดซอย ลดภาษีน้ำมัน 5 บาทต่อลิตร เหมือนช่วงวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน รัฐจะเก็บภาษีได้ลดลงถึง 14,000 ล้านบาทต่อเดือน หรือหมายถึงเงินภาษีรัฐจะได้ หายไป 168,000 ล้านบาท เพื่อช่วยอุ้มราคาน้ำมัน

สรุปข่าว

วิกฤตพลังงาน อาจทำรัฐบาลเจอวิกฤตการคลัง แหล่งข่าวกระทรวงการคลังออกสื่อ ไม่อยากให้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล เพราะจะทำรัฐเสียหลายได้มหาศาล อยากให้ใช้กองทุนน้ำมันต่อไป โดยขยายวงเงินกู้ 150,000 ล้านบาท แต่รู้ไหมว่า นี่คือการเอาเงินอนาคตมาใช้อุ้มราคาน้ำมัน และเมื่อถึงเวลาใช้หนี้ คนที่แบกภาระ อาจเป็นประชาชน ที่ต้องซื้อน้ำมันแพงต่อไปอีกยาวนาน แม้น้ำมันโลกจะลดราคาแล้วก็ตาม

กรุงเทพธุรกิจ และสื่อชั้นนำบางสำนักของไทย รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวกระทรวงการคลังว่า ไม่อยากให้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ตามที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการไปแล้ว 

เพราะหากลดภาษีดีเซล 1 บาทต่อลิตร รัฐจะเสียรายได้เดือนละ 2,000 ล้านบาท  

หากลดภาษีน้ำมันทั้งดีเซลและเบนซิน 3 บาทต่อลิตร รัฐจะเสียรายได้ถึง 8,400 ล้านบาทต่อเดือน

และหากไปสุดซอย ลดภาษีน้ำมัน 5 บาทต่อลิตร เหมือนช่วงวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน รัฐจะเก็บภาษีได้ลดลงถึง 14,000 ล้านบาทต่อเดือน หรือหมายถึงเงินภาษีรัฐจะได้ หายไป 168,000 ล้านบาท เพื่อช่วยอุ้มราคาน้ำมัน

แหล่งข่าวคนนี้ จึงชี้ว่า อยากให้ใช้กลไกกองทุนน้ำมันชดเชย กดราคาน้ำมันให้ต่ำต่อไปจะดีกว่า ด้วยการขยายเพดานเงินกู้ถึง 150,000 ล้านบาท 

แต่รู้ไหมว่า นี่คือการเอาเงินอนาคตมาใช้ และเมื่อกู้เงิน ก็ต้องใช้หนี้ และคนที่ต้องช่วยใช้หนี้กองทุนน้ำมันก็คือผู้ใช้น้ำมันอย่างประชาชน  

เพราะเมื่อราคาน้ำมันโลกปรับลดลง แต่ประชาชนคนไทยยังต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงต่อไป เพื่อเก็บเงินเข้ากองทุน ไปชำระหนี้แสนล้านก้อนนี้คืน 

นักวิชาการบางท่าน เสนอแนวคิดว่า ทำไมไม่เก็บภาษีลาภลอย ซึ่งเป็นภาษีจากกำไรส่วนเกินของบริษัทพลังงานหรือโรงกลั่นน้ำมัน เพิ่มแทน ดังที่ พรรคประชาชนเสนอ เพราะตอนนี้ค่าการกลั่นพุ่งจากบาทสองบาท เป็นถึง 13.9 บาท 

หากทำแบบสหภาพยุโรปที่เก็บภาษีลาภลอย 33-80% จะดึงเม็ดเงินมหาศาลเข้ากองทุนน้ำมันได้ทันที 

แต่หากทำเช่นนี้ ก็จะกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน เพราะรัฐหักดิบรีดภาษีและลดกำไรโรงกลั่นแทน

นี่จึงเป็นทางเลือกที่ยากลำบากสำหรับรัฐบาลว่า จะเลือกลดภาษีสรรพสามิต ตัดรายได้รัฐที่จะนำไปดำเนินนโยบาย หรือจะเพิ่มหนี้แสนล้าน แลกกับประชาชนอาจจ่ายค่าน้ำมันแพงต่อไปอีกพักใหญ่ เพื่อช่วยรัฐชำระหนี้

หรือพูดง่าย ๆ ว่า รัฐบาลจะเลือกความอยู่รอดของฐานะการคลังเป็นสำคัญ หรือ ผลักภาระหนี้ไปให้ประชาชนในอนาคตแทน 

ท้ายสุด สิ่งที่อนุทิน ชาญวีรกูล แนะนำมาตลอด คือ ช่วยกันประหยัดให้มาก ๆ อาจเป็นแนวทางที่ดีทึ่สุด เพราะน้ำมันที่ถูกที่สุด คือน้ำมันที่เราไม่ได้ใช้ 

ที่มาข้อมูล : TNN Online รวบรวมข้อมูล

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix