รู้ทันก่อนจ่ายแพง: 10 เครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟสูง พร้อมวิธีสกัดบิลพุ่ง

Share on Line Share on Facebook Share on X
รู้ทันก่อนจ่ายแพง: 10 เครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟสูง พร้อมวิธีสกัดบิลพุ่ง

ค่าไฟแพงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่กำลังกลายเป็น “ภาระซ้ำซ้อน” ของคนไทยจำนวนมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางค่าครองชีพที่พุ่งสูง รายได้ที่ฟื้นตัวไม่ทัน และสภาพอากาศที่ร้อนจัดยาวนานขึ้น 

ค่าไฟพุ่ง ใครรับภาระ?

เสียงสะท้อนจากครัวเรือนระดับกลางถึงล่างพบตรงกันว่า ค่าไฟกลายเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายหลักที่ “ตัดไม่ได้” โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิทะลุ 40 องศา การใช้เครื่องปรับอากาศ พัดลม และตู้เย็นเพิ่มขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

ธุรกิจขนาดเล็ก เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือหอพัก ก็ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นถูกส่งต่อไปยังราคาสินค้าและบริการ ทำให้ผู้บริโภคต้องจ่ายแพงขึ้นอีกทอดหนึ่ง

อากาศร้อน = ใช้ไฟมากขึ้น

ภาวะโลกร้อนทำให้ฤดูร้อนยาวนานขึ้นและรุนแรงขึ้น การใช้ไฟฟ้าจึงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในเขตเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่มี “เกาะความร้อน” ทำให้อุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่โดยรอบ

สรุปข่าว

ค่าไฟพุ่งไม่หยุดอาจไม่ได้มาจากการใช้ไฟมากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ซ่อนอยู่ใน “เครื่องใช้ไฟฟ้าใกล้ตัว” ที่หลายบ้านเปิดทิ้งไว้โดยไม่รู้ตัว สกู๊ปนี้พาเปิดลิสต์ 10 อุปกรณ์กินไฟสูงสุด พร้อมคำนวณอัตราค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมงแบบเข้าใจง่าย ชี้ให้เห็นตัวการที่ทำบิลพุ่งเงียบ ๆ และแนะวิธีปรับพฤติกรรมเพื่อลดภาระค่าไฟในชีวิตประจำวัน ก่อนเงินจะรั่วไหลมากกว่าที่คิด

ค่าไฟแพงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่กำลังกลายเป็น “ภาระซ้ำซ้อน” ของคนไทยจำนวนมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางค่าครองชีพที่พุ่งสูง รายได้ที่ฟื้นตัวไม่ทัน และสภาพอากาศที่ร้อนจัดยาวนานขึ้น 

ค่าไฟพุ่ง ใครรับภาระ?

เสียงสะท้อนจากครัวเรือนระดับกลางถึงล่างพบตรงกันว่า ค่าไฟกลายเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายหลักที่ “ตัดไม่ได้” โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิทะลุ 40 องศา การใช้เครื่องปรับอากาศ พัดลม และตู้เย็นเพิ่มขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

ธุรกิจขนาดเล็ก เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือหอพัก ก็ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นถูกส่งต่อไปยังราคาสินค้าและบริการ ทำให้ผู้บริโภคต้องจ่ายแพงขึ้นอีกทอดหนึ่ง

อากาศร้อน = ใช้ไฟมากขึ้น

ภาวะโลกร้อนทำให้ฤดูร้อนยาวนานขึ้นและรุนแรงขึ้น การใช้ไฟฟ้าจึงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในเขตเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่มี “เกาะความร้อน” ทำให้อุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่โดยรอบ

เห็นชอบค่าไฟ 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาท เริ่มรอบบิลมิถุนายนนี้

วันที่ 28 เมษายน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแนวทางดำเนินนโยบายด้านพลังงานในระดับวาระแห่งชาติ โดยมุ่งเน้นการดูแลผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงาน ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของประเทศ

หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือน โดยกำหนดให้การใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก มีอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย เริ่มใช้ในรอบบิลเดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ครอบคลุมประชาชนประมาณ 20 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ครม.มอบหมายให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการในรายละเอียดให้เป็นไปตามกรอบนโยบายดังกล่าว เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับครัวเรือนที่มีการใช้ไฟฟ้าเกิน 200 หน่วย รัฐบาลแนะนำให้พิจารณาติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งปัจจุบันมีมาตรการสนับสนุนทั้งในด้านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การผ่อนชำระที่มีต้นทุนต่ำกว่าค่าไฟฟ้า รวมถึงโครงการรับซื้อไฟฟ้าคืนเข้าสู่ระบบ นอกจากนี้ หากไม่ขายไฟคืนยังสามารถนำค่าใช้จ่ายไปใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้

10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟที่สุด

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) และ กระทรวงพลังงาน เปิดข้อมูล เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดมีอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานและคิดเป็นค่าไฟต่อชั่วโมง ดังนี้

1. เครื่องทำน้ำอุ่น กินไฟประมาณ 2,500 - 12,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 10 - 47 บาท
2. เครื่องปรับอากาศ กินไฟประมาณ 1,200 - 3,300 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 5 - 13 บาท
3. เครื่องซักผ้า กินไฟประมาณ 3,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 12 บาท เวลาต่อการซักผ้า 1 รอบ อยู่ที่ 2.5 ชม.
4. เตารีดไฟฟ้า กินไฟประมาณ 750 - 2,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 3 - 8  บาท
5. หม้อหุงข้าว กินไฟประมาณ 450 - 1,500 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 2 - 6 บาท
6. เตาไฟฟ้า กินไฟประมาณ 200 - 1,500 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 0.80 - 5 บาท
7. เครื่องดูดฝุ่น กินไฟประมาณ 750 - 1,200 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 3 - 5 บาท
8. เครื่องปิ้งขนมปัง กินไฟประมาณ 800 - 1,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 3 - 4 บาท
9. เครื่องเป่าผม กินไฟประมาณ 400 - 1,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 2 - 4 บาท
10. ไมโครเวฟ กินไฟประมาณ 100 - 1,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 0.40 - 4 บาท


กลุ่มใช้ไฟสูง: ใช้สั้น ๆ แต่ให้คุ้ม

-เครื่องทำน้ำอุ่น

-เตารีด

-เครื่องดูดฝุ่น

-หม้อทอด 

พฤติกรรมที่ควรปรับ:

อย่า “เปิดค้าง/ใช้เพลิน”  ใช้เฉพาะตอนจำเป็น แล้วปิดทันที

กลุ่มใช้ต่อเนื่อง: ยิ่งใช้นาน ยิ่งต้องจัดการ

- แอร์ (2.5–6 บ./ชม.)

- ตัวแปรหลักของค่าไฟบ้าน

- ตั้ง 26–27°C + ใช้พัดลมช่วย

- ปิดเมื่อไม่อยู่ห้อง

กลุ่มใช้เป็นรอบ: รวมรอบให้คุ้ม

- เครื่องซักผ้า

- พฤติกรรมที่เจอบ่อย: ซักทีละนิด

- รวมผ้า ซักครั้งเดียว ประหยัดกว่า

กลุ่มใช้ไฟต่ำ: ใช้สบาย ๆ แต่ต้องมีวินัย

- พัดลม

- เครื่องฟอกอากาศ

- ทีวี

- ตู้เย็น 

ใช้ได้ต่อเนื่อง แต่ปิดเมื่อไม่ใช้ ลดสะสมค่าไฟ


ซักผ้ายังไงให้ “คุ้มค่าไฟที่สุด”?

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เผยว่า อากาศแบบนี้เหมาะมากสำหรับการซักผ้า เพราะแดดช่วยให้ผ้าแห้งไว ลดกลิ่นอับ และยังช่วยฆ่าเชื้อโรคตามธรรมชาติได้ดี แต่ถ้าปรับวิธีซักให้เหมาะสม ก็สามารถ “ลดค่าไฟ” ลงได้อีก

วิธีซักผ้าให้ประหยัดไฟ ทำได้ง่าย ๆ 

1. ใช้น้ำอุณหภูมิปกติ
หลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อน เพราะเครื่องจะใช้พลังงานสูงในการทำความร้อน การซักด้วยน้ำปกติสามารถช่วยลดการใช้ไฟได้อย่างชัดเจน
2. ปรับรอบปั่นให้เหมาะสม
เลือกความเร็วรอบประมาณ 600–800 รอบ/นาที ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป ช่วยลดการใช้พลังงาน และยังช่วยถนอมเนื้อผ้า
3. ซักผ้าในปริมาณที่พอดี
ไม่ควรซักน้อยเกินไปหรือแน่นเกินไป แนะนำประมาณ 3/4 ของถัง เพื่อให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและไม่สิ้นเปลืองพลังงาน
4. ใช้ประโยชน์จากแสงแดด
การตากผ้ากลางแดดช่วยให้ผ้าแห้งเร็ว ลดการพึ่งพาเครื่องอบผ้า และช่วยประหยัดไฟได้มากขึ้น
ซักผ้าให้ “พอดี + เหมาะสม + ใช้ธรรมชาติช่วย” ก็ช่วยลดค่าไฟได้ในทุกครั้งที่ซัก

ทริคประหยัดพลังงานง่ายๆ ที่ทุกคนเริ่มต้นทำได้ที่บ้าน

3 ปรับ... รับมือหน้าร้อน
- ปรับแอร์: ตั้งอุณหภูมิที่ 27°C พร้อมเปิดพัดลมช่วยกระจายความเย็น ช่วยให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก แถมบิลค่าไฟก็เบาลงด้วย
- ปรับใจ: เช็กความจำเป็นก่อนเปิดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ท่องไว้เสมอว่า "เปิดเท่าที่ใช้ ใช้เท่าที่จำเป็น"
- ปรับสไตล์: เปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ให้เป็นนิสัย เช่น ถอดปลั๊กหรือปิดสวิตช์ทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน

 เช็กลิสต์ ตัวจริงเรื่องประหยัดไฟ

- ล้างแอร์ให้ฉ่ำ: หมั่นล้างแอร์สม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้ฝุ่นอุดตัน เพื่อให้แอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
- ดูแลโซล่าเซลล์: ใครติดแผงโซลาร์รูฟท็อป อย่าลืมหมั่นทำความสะอาดแผงให้พร้อมสู้แดดรับพลังงานเสมอ
- เลือกเบอร์ 5: หากต้องซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ มองหาเครื่องที่มี ฉลากเบอร์ 5 ติดดาว เพื่อความคุ้มค่าและประหยัดไฟในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ค่าไฟแพงไม่ใช่แค่เรื่อง “เปิดแอร์บ่อยไป” แต่เป็นผลจากโครงสร้างพลังงาน เศรษฐกิจโลก และสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป หากไม่มีการปรับนโยบายอย่างจริงจัง ภาระนี้อาจกลายเป็น “ต้นทุนถาวร” ที่คนไทยต้องแบกรับไปอีกนาน



อ้างอิง : กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) และ กระทรวงพลังงาน