
ค่าไฟแพงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่กำลังกลายเป็น “ภาระซ้ำซ้อน” ของคนไทยจำนวนมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางค่าครองชีพที่พุ่งสูง รายได้ที่ฟื้นตัวไม่ทัน และสภาพอากาศที่ร้อนจัดยาวนานขึ้น
ค่าไฟพุ่ง ใครรับภาระ?
เสียงสะท้อนจากครัวเรือนระดับกลางถึงล่างพบตรงกันว่า ค่าไฟกลายเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายหลักที่ “ตัดไม่ได้” โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิทะลุ 40 องศา การใช้เครื่องปรับอากาศ พัดลม และตู้เย็นเพิ่มขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
ธุรกิจขนาดเล็ก เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือหอพัก ก็ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นถูกส่งต่อไปยังราคาสินค้าและบริการ ทำให้ผู้บริโภคต้องจ่ายแพงขึ้นอีกทอดหนึ่ง
อากาศร้อน = ใช้ไฟมากขึ้น
ภาวะโลกร้อนทำให้ฤดูร้อนยาวนานขึ้นและรุนแรงขึ้น การใช้ไฟฟ้าจึงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในเขตเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่มี “เกาะความร้อน” ทำให้อุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่โดยรอบ
สรุปข่าว
ค่าไฟแพงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่กำลังกลายเป็น “ภาระซ้ำซ้อน” ของคนไทยจำนวนมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางค่าครองชีพที่พุ่งสูง รายได้ที่ฟื้นตัวไม่ทัน และสภาพอากาศที่ร้อนจัดยาวนานขึ้น
ค่าไฟพุ่ง ใครรับภาระ?
เสียงสะท้อนจากครัวเรือนระดับกลางถึงล่างพบตรงกันว่า ค่าไฟกลายเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายหลักที่ “ตัดไม่ได้” โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิทะลุ 40 องศา การใช้เครื่องปรับอากาศ พัดลม และตู้เย็นเพิ่มขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
ธุรกิจขนาดเล็ก เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือหอพัก ก็ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นถูกส่งต่อไปยังราคาสินค้าและบริการ ทำให้ผู้บริโภคต้องจ่ายแพงขึ้นอีกทอดหนึ่ง
อากาศร้อน = ใช้ไฟมากขึ้น
ภาวะโลกร้อนทำให้ฤดูร้อนยาวนานขึ้นและรุนแรงขึ้น การใช้ไฟฟ้าจึงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในเขตเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่มี “เกาะความร้อน” ทำให้อุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่โดยรอบ
เห็นชอบค่าไฟ 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาท เริ่มรอบบิลมิถุนายนนี้
วันที่ 28 เมษายน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแนวทางดำเนินนโยบายด้านพลังงานในระดับวาระแห่งชาติ โดยมุ่งเน้นการดูแลผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงาน ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของประเทศ
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือน โดยกำหนดให้การใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก มีอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย เริ่มใช้ในรอบบิลเดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ครอบคลุมประชาชนประมาณ 20 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ
ทั้งนี้ ครม.มอบหมายให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการในรายละเอียดให้เป็นไปตามกรอบนโยบายดังกล่าว เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับครัวเรือนที่มีการใช้ไฟฟ้าเกิน 200 หน่วย รัฐบาลแนะนำให้พิจารณาติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งปัจจุบันมีมาตรการสนับสนุนทั้งในด้านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การผ่อนชำระที่มีต้นทุนต่ำกว่าค่าไฟฟ้า รวมถึงโครงการรับซื้อไฟฟ้าคืนเข้าสู่ระบบ นอกจากนี้ หากไม่ขายไฟคืนยังสามารถนำค่าใช้จ่ายไปใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้
10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟที่สุด
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) และ กระทรวงพลังงาน เปิดข้อมูล เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดมีอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานและคิดเป็นค่าไฟต่อชั่วโมง ดังนี้
1. เครื่องทำน้ำอุ่น กินไฟประมาณ 2,500 - 12,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 10 - 47 บาท
2. เครื่องปรับอากาศ กินไฟประมาณ 1,200 - 3,300 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 5 - 13 บาท
3. เครื่องซักผ้า กินไฟประมาณ 3,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 12 บาท เวลาต่อการซักผ้า 1 รอบ อยู่ที่ 2.5 ชม.
4. เตารีดไฟฟ้า กินไฟประมาณ 750 - 2,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 3 - 8 บาท
5. หม้อหุงข้าว กินไฟประมาณ 450 - 1,500 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 2 - 6 บาท
6. เตาไฟฟ้า กินไฟประมาณ 200 - 1,500 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 0.80 - 5 บาท
7. เครื่องดูดฝุ่น กินไฟประมาณ 750 - 1,200 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 3 - 5 บาท
8. เครื่องปิ้งขนมปัง กินไฟประมาณ 800 - 1,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 3 - 4 บาท
9. เครื่องเป่าผม กินไฟประมาณ 400 - 1,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 2 - 4 บาท
10. ไมโครเวฟ กินไฟประมาณ 100 - 1,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 0.40 - 4 บาท

กลุ่มใช้ไฟสูง: ใช้สั้น ๆ แต่ให้คุ้ม
-เครื่องทำน้ำอุ่น
-เตารีด
-เครื่องดูดฝุ่น
-หม้อทอด
พฤติกรรมที่ควรปรับ:
อย่า “เปิดค้าง/ใช้เพลิน” ใช้เฉพาะตอนจำเป็น แล้วปิดทันที
กลุ่มใช้ต่อเนื่อง: ยิ่งใช้นาน ยิ่งต้องจัดการ
- แอร์ (2.5–6 บ./ชม.)
- ตัวแปรหลักของค่าไฟบ้าน
- ตั้ง 26–27°C + ใช้พัดลมช่วย
- ปิดเมื่อไม่อยู่ห้อง
กลุ่มใช้เป็นรอบ: รวมรอบให้คุ้ม
- เครื่องซักผ้า
- พฤติกรรมที่เจอบ่อย: ซักทีละนิด
- รวมผ้า ซักครั้งเดียว ประหยัดกว่า
กลุ่มใช้ไฟต่ำ: ใช้สบาย ๆ แต่ต้องมีวินัย
- พัดลม
- เครื่องฟอกอากาศ
- ทีวี
- ตู้เย็น
ใช้ได้ต่อเนื่อง แต่ปิดเมื่อไม่ใช้ ลดสะสมค่าไฟ

ซักผ้ายังไงให้ “คุ้มค่าไฟที่สุด”?
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เผยว่า อากาศแบบนี้เหมาะมากสำหรับการซักผ้า เพราะแดดช่วยให้ผ้าแห้งไว ลดกลิ่นอับ และยังช่วยฆ่าเชื้อโรคตามธรรมชาติได้ดี แต่ถ้าปรับวิธีซักให้เหมาะสม ก็สามารถ “ลดค่าไฟ” ลงได้อีก
วิธีซักผ้าให้ประหยัดไฟ ทำได้ง่าย ๆ
1. ใช้น้ำอุณหภูมิปกติ
หลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อน เพราะเครื่องจะใช้พลังงานสูงในการทำความร้อน การซักด้วยน้ำปกติสามารถช่วยลดการใช้ไฟได้อย่างชัดเจน
2. ปรับรอบปั่นให้เหมาะสม
เลือกความเร็วรอบประมาณ 600–800 รอบ/นาที ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป ช่วยลดการใช้พลังงาน และยังช่วยถนอมเนื้อผ้า
3. ซักผ้าในปริมาณที่พอดี
ไม่ควรซักน้อยเกินไปหรือแน่นเกินไป แนะนำประมาณ 3/4 ของถัง เพื่อให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและไม่สิ้นเปลืองพลังงาน
4. ใช้ประโยชน์จากแสงแดด
การตากผ้ากลางแดดช่วยให้ผ้าแห้งเร็ว ลดการพึ่งพาเครื่องอบผ้า และช่วยประหยัดไฟได้มากขึ้น
ซักผ้าให้ “พอดี + เหมาะสม + ใช้ธรรมชาติช่วย” ก็ช่วยลดค่าไฟได้ในทุกครั้งที่ซัก

ทริคประหยัดพลังงานง่ายๆ ที่ทุกคนเริ่มต้นทำได้ที่บ้าน
3 ปรับ... รับมือหน้าร้อน
- ปรับแอร์: ตั้งอุณหภูมิที่ 27°C พร้อมเปิดพัดลมช่วยกระจายความเย็น ช่วยให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก แถมบิลค่าไฟก็เบาลงด้วย
- ปรับใจ: เช็กความจำเป็นก่อนเปิดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ท่องไว้เสมอว่า "เปิดเท่าที่ใช้ ใช้เท่าที่จำเป็น"
- ปรับสไตล์: เปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ให้เป็นนิสัย เช่น ถอดปลั๊กหรือปิดสวิตช์ทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน
เช็กลิสต์ ตัวจริงเรื่องประหยัดไฟ
- ล้างแอร์ให้ฉ่ำ: หมั่นล้างแอร์สม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้ฝุ่นอุดตัน เพื่อให้แอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
- ดูแลโซล่าเซลล์: ใครติดแผงโซลาร์รูฟท็อป อย่าลืมหมั่นทำความสะอาดแผงให้พร้อมสู้แดดรับพลังงานเสมอ
- เลือกเบอร์ 5: หากต้องซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ มองหาเครื่องที่มี ฉลากเบอร์ 5 ติดดาว เพื่อความคุ้มค่าและประหยัดไฟในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ค่าไฟแพงไม่ใช่แค่เรื่อง “เปิดแอร์บ่อยไป” แต่เป็นผลจากโครงสร้างพลังงาน เศรษฐกิจโลก และสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป หากไม่มีการปรับนโยบายอย่างจริงจัง ภาระนี้อาจกลายเป็น “ต้นทุนถาวร” ที่คนไทยต้องแบกรับไปอีกนาน
อ้างอิง : กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) และ กระทรวงพลังงาน
ที่มาข้อมูล : TNN รวบรวม/ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
ที่มารูปภาพ : TNN
