Exclusive Content : ไวรัสโคโรนา-ฝุ่นPM2.5-ราคาหน้ากากอนามัยN95พุ่ง

Exclusive Content : ไวรัสโคโรนา-ฝุ่นPM2.5-ราคาหน้ากากอนามัยN95พุ่ง

สรุปข่าว

        ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5  หน้ากากอนามัย โดยเฉพาะแบบที่สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ขายดี ตามร้านขายยา หรือห้างโมเดิร์นเทรดต่างๆ ก็เริ่มหาซื้อได้ยาก และล่าสุด เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ที่แพร่ระบาดมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ก็ยิ่งทำให้หน้ากากอนามัยทุกชนิดขายดียิ่งขึ้น จนล่าสุดเริ่มขาดตลาด 

ชาวจีนมากว้านซื้อหน้ากากอนามัย

        แน่นอนว่าสาเหตุมาจากความวิตกกลัวว่าจะได้รับการติดเชื้อจากนักท่องเที่ยวจีน จึงทำให้หลายคนตื่นตัวรีบไปซื้อหน้ากากอนามัย รวมถึงเจลล้างมือมาติดตัวไว้ ขณะเดียวกันยังมีรายงานด้วยว่า  นักท่องเที่ยวชาวจีนเอง ก็ยังมากว้านซื้อหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์เจลล้างมือเพื่อส่งกลับไปยังบ้านของตนเองด้วย  ดังนั้นการจะหาซื้อหน้ากากอนามัยช่วงนี้จึงหาได้ยาก ร้านขายยาในย่านที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวจึงขายหมดเกลี้ยง 


ความต้องการหน้ากากอนามัยเพิ่มขึ้นเท่าตัว ราคาแพงขึ้นกว่าช่วงปกติ

        นายศรัณยู ชเนศร์ กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าไทย กล่าวว่า ปัจจุบันความต้องการสินค้าประเภทหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือได้เพิ่มขึ้นสูงกว่า 100% เพราะโดยปกติสินค้าในกลุ่มนี้ก็ได้รับผลกระทบจากฝุ่นพิษ PM2.5 อยู่แล้ว เมื่อเกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ขึ้นในช่วงไล่เลี่ยกันอีก ความต้องการสินค้าในกลุ่มดังกล่าวจึงเพิ่มขึ้นสูงมหาศาล ซึ่งมองว่า ความท้าทายที่เกิดขึ้นในตอนนี้ คือรัฐบาลอาจจะต้องเข้ามาดูแลจัดการการแจกจ่ายอุปกรณ์ป้องกันการแพร่เชื้อให้กับโรงพยาบาล คลินิก และสถานพยาบาลที่ขาดแคลน รวมถึงควบคุมเพดานราคาสินค้าที่เกี่ยวข้องให้ได้ 

       เนื่องจากมีรายงานพบว่า ร้านค้าบางแห่งได้มีการจำหน่ายหน้ากากอนามัย N95 สูงกว่าปกติ จากเดิมที่ราคาขายไม่เกิน 90 บาท ปรับเป็น 120 บาท อย่างไรก็ตามแม้ประเทศไทยจะสามารถผลิตหน้ากากอนามัยได้เอง แต่อยากให้ภาครัฐเข้าดูแลเพื่อไม่ให้ราคาสูงจนเกินไป และให้หาซัพพลายมาสนับสนุนตามความต้องการที่เกิดขึ้นด้วย โดยไม่จำเป็นที่จะต้องจำกัดการซื้อ


มีสต็อก 100 ล้านชิ้นต่อเดือน พอใช้ไปอีก 4 เดือน

        ข้อมูลระบุว่า ในสถานการณ์ปกติ ประเทศไทยมีการผลิตหน้ากากอนามัยประมาณ 30 ล้านชิ้นต่อเดือน แต่หากมีโรคระบาดหรือฝุ่นควันต่าง ๆ ก็จะใช้เพิ่มเป็น 40-50 ล้านชิ้นต่อเดือน  โดยนายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน บอกว่า ผู้ประกอบการได้ยืนยันกับกระทรวงพาณิชย์ ว่าสินค้าเพียงพอต่อความต้องการใช้ของประชาชนอย่างแน่นอน เพราะกำลังการผลิตของโรงงานในไทยกว่า 10 แห่ง ผลิตได้กว่า 100 ล้านชิ้นต่อเดือน หรือโรงงานละประมาณ 7-8 ล้านชิ้นต่อเดือน ซึ่งจะมีสต็อกเพียงพอต่อการใช้ไปจนถึง 4 เดือนนับจากนี้ 

        ส่วนการนำเข้าหน้ากากอนามัย ปัจจุบันมีบริษัทไทยนำเข้าหน้ากากอนามัย 4-5 บริษัท โดยนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และมีจีนอยู่บ้าง โดยประเทศเหล่านี้ไม่ได้ส่งออกให้กับประเทศไทยประเทศเดียว แต่ส่งออกให้กับหลายประเทศที่มีความต้องการ และจากปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลต่อความต้องการเพิ่มสูงขึ้น การนำเข้าอาจจะไม่ได้รวดเร็วหรือจำนวนมาก  แต่เชื่อว่าไม่กระทบต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ 


ยังไม่จำกัดการซื้อ-ควบคุมราคา       

        รองอธิบดีกรมการค้าภายในขอให้ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนกซื้อหน้ากากอนามัยมากักตุนไว้ปริมาณมาก ๆ เพราะกลัวสินค้าขาดตลาด ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการบางรายได้เพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้นมาตั้งแต่ปีที่แล้ว  โดยผลิตตลอด 24 ชม. ไม่มีวันหยุด เนื่องจากมีความต้องการใช้ในประเทศมากขึ้น ซึ่งมั่นใจว่าหน้ากากอามัยของไทยจะมีใช้เพียงพอไม่ขาดแคลน  หากสถานการณ์การระบาดไม่รุนแรงไปมากกว่านี้ อีกทั้งจะยังไม่มีการจำกัดการซื้อหรือควบคุมราคาเป็นพิเศษเพราะกำลังการผลิตในประเทศยังพียงพอกับความต้องการใช้ แต่หากสถานการณ์โรคเปลี่ยนไป ก็จะประเมินอีกครั้ง


ราคาหน้ากากอนามัย ควรอยู่ที่ 27-70 บาทต่อชิ้น

         สำหรับราคาขายหน้ากากอนามัย  ราคาขายเฉลี่ยหน้ากากแต่ละชนิดตามคุณภาพมาตรฐานดี (N 95) อยู่ที่ 27-70 บาทต่อชิ้น หากจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไปการคิดราคาไม่ควรเพิ่มเกิน 5-10 บาทต่อชิ้น ถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสม แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่การตั้งราคาของพ่อค้า  แต่ไม่ควรเกินจนเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค  อย่างไรก็ดี บางพื้นที่อาจจะพบสินค้าขาดตลาดบ้าง เนื่องจากความต้องการเพิ่ม และบางพื้นที่มีเป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวเยอะ  


จะส่งหน้ากากอนามัยไปขายจีน ต้องดูความต้องการในประเทศก่อน

        นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  เปิดเผยว่า กรณีการค้าขายกับประเทศจีน หลังจากที่ได้มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์ในจีนที่มี 7 แห่ง ประชุมร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและผู้ที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลจีน  ซึ่งประเมินสถานการณ์ทั้งหมดพบว่า ขณะนี้บางเมืองในจีนเริ่มมีความต้องการที่จะนำเข้าหน้ากากอนามัย และถุงมือยางพาราจากประเทศไทยเพิ่มขึ้น เช่น นครเฉิงตู เมืองเซี่ยเหมิน  ซึ่งก็ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในไปตรวจดูจำนวนการผลิตสินค้าทั้ง 2 ชนิดนี้อย่างใกล้ชิด  เพื่อให้มีเพียงพอกับตลาดในและต่างประเทศ ซึ่งไทยพร้อมส่งออกสินค้าดังกล่าวไปให้จีน แต่ต้องคำนึงถึงความต้องการและความจำเป็นในประเทศไทยด้วย


        การทำความเข้าใจกับเชื้อไวรัสอย่างถูกต้อง รู้วิธีป้องกันการแพร่เชื้ออย่างถูกวิธี รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ  และที่สำคัญ คือไม่ตื่นตระหนก รับข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือมีแหล่งที่มาชัดเจน เชื่อว่าคนไทยจะสามารถผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- Exclusive Content : รับมือวิกฤตฝุ่น PM 2.5-วิกฤตท่องเที่ยว

- Exclusive Content : "ไวรัสโคโรนา"พ่นพิษ ส่อท่องเที่ยวไทยวูบ 3 เดือน


เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

avatar

TNNThailand

แท็กบทความ

ไวรัสโคโรนา
ไวรัสอู่ฮั่น
ไวรัสโคโรน่า
ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่2019
ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อู่ฮั่น
coronavirus
Wuhan
หน้ากากN95