
สรุปข่าว
ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 หน้ากากอนามัย โดยเฉพาะแบบที่สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ขายดี ตามร้านขายยา หรือห้างโมเดิร์นเทรดต่างๆ ก็เริ่มหาซื้อได้ยาก และล่าสุด เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ที่แพร่ระบาดมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ก็ยิ่งทำให้หน้ากากอนามัยทุกชนิดขายดียิ่งขึ้น จนล่าสุดเริ่มขาดตลาด
ชาวจีนมากว้านซื้อหน้ากากอนามัย
แน่นอนว่าสาเหตุมาจากความวิตกกลัวว่าจะได้รับการติดเชื้อจากนักท่องเที่ยวจีน จึงทำให้หลายคนตื่นตัวรีบไปซื้อหน้ากากอนามัย รวมถึงเจลล้างมือมาติดตัวไว้ ขณะเดียวกันยังมีรายงานด้วยว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนเอง ก็ยังมากว้านซื้อหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์เจลล้างมือเพื่อส่งกลับไปยังบ้านของตนเองด้วย ดังนั้นการจะหาซื้อหน้ากากอนามัยช่วงนี้จึงหาได้ยาก ร้านขายยาในย่านที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวจึงขายหมดเกลี้ยง

ความต้องการหน้ากากอนามัยเพิ่มขึ้นเท่าตัว ราคาแพงขึ้นกว่าช่วงปกติ
นายศรัณยู ชเนศร์ กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าไทย กล่าวว่า ปัจจุบันความต้องการสินค้าประเภทหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือได้เพิ่มขึ้นสูงกว่า 100% เพราะโดยปกติสินค้าในกลุ่มนี้ก็ได้รับผลกระทบจากฝุ่นพิษ PM2.5 อยู่แล้ว เมื่อเกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ขึ้นในช่วงไล่เลี่ยกันอีก ความต้องการสินค้าในกลุ่มดังกล่าวจึงเพิ่มขึ้นสูงมหาศาล ซึ่งมองว่า ความท้าทายที่เกิดขึ้นในตอนนี้ คือรัฐบาลอาจจะต้องเข้ามาดูแลจัดการการแจกจ่ายอุปกรณ์ป้องกันการแพร่เชื้อให้กับโรงพยาบาล คลินิก และสถานพยาบาลที่ขาดแคลน รวมถึงควบคุมเพดานราคาสินค้าที่เกี่ยวข้องให้ได้
เนื่องจากมีรายงานพบว่า ร้านค้าบางแห่งได้มีการจำหน่ายหน้ากากอนามัย N95 สูงกว่าปกติ จากเดิมที่ราคาขายไม่เกิน 90 บาท ปรับเป็น 120 บาท อย่างไรก็ตามแม้ประเทศไทยจะสามารถผลิตหน้ากากอนามัยได้เอง แต่อยากให้ภาครัฐเข้าดูแลเพื่อไม่ให้ราคาสูงจนเกินไป และให้หาซัพพลายมาสนับสนุนตามความต้องการที่เกิดขึ้นด้วย โดยไม่จำเป็นที่จะต้องจำกัดการซื้อ

มีสต็อก 100 ล้านชิ้นต่อเดือน พอใช้ไปอีก 4 เดือน
ข้อมูลระบุว่า ในสถานการณ์ปกติ ประเทศไทยมีการผลิตหน้ากากอนามัยประมาณ 30 ล้านชิ้นต่อเดือน แต่หากมีโรคระบาดหรือฝุ่นควันต่าง ๆ ก็จะใช้เพิ่มเป็น 40-50 ล้านชิ้นต่อเดือน โดยนายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน บอกว่า ผู้ประกอบการได้ยืนยันกับกระทรวงพาณิชย์ ว่าสินค้าเพียงพอต่อความต้องการใช้ของประชาชนอย่างแน่นอน เพราะกำลังการผลิตของโรงงานในไทยกว่า 10 แห่ง ผลิตได้กว่า 100 ล้านชิ้นต่อเดือน หรือโรงงานละประมาณ 7-8 ล้านชิ้นต่อเดือน ซึ่งจะมีสต็อกเพียงพอต่อการใช้ไปจนถึง 4 เดือนนับจากนี้
ส่วนการนำเข้าหน้ากากอนามัย ปัจจุบันมีบริษัทไทยนำเข้าหน้ากากอนามัย 4-5 บริษัท โดยนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และมีจีนอยู่บ้าง โดยประเทศเหล่านี้ไม่ได้ส่งออกให้กับประเทศไทยประเทศเดียว แต่ส่งออกให้กับหลายประเทศที่มีความต้องการ และจากปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลต่อความต้องการเพิ่มสูงขึ้น การนำเข้าอาจจะไม่ได้รวดเร็วหรือจำนวนมาก แต่เชื่อว่าไม่กระทบต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ

ยังไม่จำกัดการซื้อ-ควบคุมราคา
รองอธิบดีกรมการค้าภายในขอให้ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนกซื้อหน้ากากอนามัยมากักตุนไว้ปริมาณมาก ๆ เพราะกลัวสินค้าขาดตลาด ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการบางรายได้เพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้นมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยผลิตตลอด 24 ชม. ไม่มีวันหยุด เนื่องจากมีความต้องการใช้ในประเทศมากขึ้น ซึ่งมั่นใจว่าหน้ากากอามัยของไทยจะมีใช้เพียงพอไม่ขาดแคลน หากสถานการณ์การระบาดไม่รุนแรงไปมากกว่านี้ อีกทั้งจะยังไม่มีการจำกัดการซื้อหรือควบคุมราคาเป็นพิเศษเพราะกำลังการผลิตในประเทศยังพียงพอกับความต้องการใช้ แต่หากสถานการณ์โรคเปลี่ยนไป ก็จะประเมินอีกครั้ง

ราคาหน้ากากอนามัย ควรอยู่ที่ 27-70 บาทต่อชิ้น
สำหรับราคาขายหน้ากากอนามัย ราคาขายเฉลี่ยหน้ากากแต่ละชนิดตามคุณภาพมาตรฐานดี (N 95) อยู่ที่ 27-70 บาทต่อชิ้น หากจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไปการคิดราคาไม่ควรเพิ่มเกิน 5-10 บาทต่อชิ้น ถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสม แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่การตั้งราคาของพ่อค้า แต่ไม่ควรเกินจนเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค อย่างไรก็ดี บางพื้นที่อาจจะพบสินค้าขาดตลาดบ้าง เนื่องจากความต้องการเพิ่ม และบางพื้นที่มีเป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวเยอะ

จะส่งหน้ากากอนามัยไปขายจีน ต้องดูความต้องการในประเทศก่อน
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เปิดเผยว่า กรณีการค้าขายกับประเทศจีน หลังจากที่ได้มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์ในจีนที่มี 7 แห่ง ประชุมร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและผู้ที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลจีน ซึ่งประเมินสถานการณ์ทั้งหมดพบว่า ขณะนี้บางเมืองในจีนเริ่มมีความต้องการที่จะนำเข้าหน้ากากอนามัย และถุงมือยางพาราจากประเทศไทยเพิ่มขึ้น เช่น นครเฉิงตู เมืองเซี่ยเหมิน ซึ่งก็ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในไปตรวจดูจำนวนการผลิตสินค้าทั้ง 2 ชนิดนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มีเพียงพอกับตลาดในและต่างประเทศ ซึ่งไทยพร้อมส่งออกสินค้าดังกล่าวไปให้จีน แต่ต้องคำนึงถึงความต้องการและความจำเป็นในประเทศไทยด้วย

การทำความเข้าใจกับเชื้อไวรัสอย่างถูกต้อง รู้วิธีป้องกันการแพร่เชื้ออย่างถูกวิธี รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ และที่สำคัญ คือไม่ตื่นตระหนก รับข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือมีแหล่งที่มาชัดเจน เชื่อว่าคนไทยจะสามารถผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปได้
- Exclusive Content : รับมือวิกฤตฝุ่น PM 2.5-วิกฤตท่องเที่ยว
- Exclusive Content : "ไวรัสโคโรนา"พ่นพิษ ส่อท่องเที่ยวไทยวูบ 3 เดือน
เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand
- หมอมนูญ ยกเคสผู้ป่วย ไวรัสโคโรนา 229E ทำปอดอักเสบ-หอบหืดกำเริบ
- สธ.เผย ไวรัสโคโรนาตัวใหม่ที่จีน ยังไม่มีติดต่อสู่คน
- ไม่ต้องวิตก! รัฐบาลย้ำข่าวไวรัสโคโรนาตัวใหม่เป็นข้อมูลวิจัยในแล็บ ยังไม่มีติดสู่คน
- 10 โรคไวรัสอุบัติใหม่ มีอะไรบ้าง สุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดการแพร่ระบาดไปทั่วโลก
- โควิดชลบุรียังหนัก! ติดเชื้อพุ่ง 6 พันราย อ.ศรีราชาครองแชมป์
- (คลิป) เตือน!“NeoCov”ไวรัสพันธุ์ใหม่ อันตรายกว่า“โควิด-19”
- นักวิทยาศาสตร์จีนปฏิเสธ ต้นตอเชื้อไวรัสโควิด-19 รั่วจากห้องแล็บอู่ฮั่น
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand