หนี้ครัวเรือนไทยไตรมาส 3 ทรงตัว กลุ่มรายได้กลาง – สูง เริ่มเสี่ยงผิดนัดชำระ

Share on Line Share on Facebook Share on X
หนี้ครัวเรือนไทยไตรมาส 3 ทรงตัว กลุ่มรายได้กลาง – สูง เริ่มเสี่ยงผิดนัดชำระ

วันนี้ ( 23 ก.พ. 69) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยสถานการณ์หนี้สินครัวเรือนไทยไตรมาส 3 ปี 2568 ว่า หนี้ครัวเรือนอยู่ที่ระดับ 86.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมูลค่าหนี้รวมอยู่ที่ 16.31 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม สัญญาณความสามารถในการชำระหนี้ของประชาชนอ่อนแอลงในทุกประเภทสินเชื่อ

สรุปข่าว

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุหนี้ครัวเรือนไทยไตรมาส 3/2568 อยู่ที่ 86.8% ต่อ GDP รวม 16.31 ล้านล้านบาท แม้ทรงตัวแต่ความสามารถชำระหนี้อ่อนแอลง และ NPL สินเชื่อบุคคลเพิ่มเป็น 9.4% ความเสี่ยงใหม่มาจากสินเชื่อดิจิทัลและบริการ BNPL ที่เข้าถึงง่าย เสี่ยงก่อหนี้เกินตัว จึงเสนอให้ผู้ให้บริการเข้าระบบเครดิตบูโรและเข้มงวดการกำกับดูแล ปัญหาหนี้กระทบทุกระดับรายได้ โดยกลุ่มรายได้สูงเริ่มเปราะบาง ขณะที่รายได้ต่ำยังแบกรับภาระหนัก สศช.แนะเสริมวินัยการเงินและมาตรการป้องกันหนี้เสียเพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจระยะยาว

วันนี้ ( 23 ก.พ. 69) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยสถานการณ์หนี้สินครัวเรือนไทยไตรมาส 3 ปี 2568 ว่า หนี้ครัวเรือนอยู่ที่ระดับ 86.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมูลค่าหนี้รวมอยู่ที่ 16.31 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม สัญญาณความสามารถในการชำระหนี้ของประชาชนอ่อนแอลงในทุกประเภทสินเชื่อ

ข้อมูลจาก บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) ระบุว่า สินเชื่อส่วนบุคคลที่ค้างชำระเกิน 90 วันขึ้นไป (NPLs) มีมูลค่า 1.3 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 9.4% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจาก 9.1% ในไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนความเปราะบางทางการเงินของครัวเรือนที่ยังคงเพิ่มขึ้น

ความเสี่ยงใหม่จากสินเชื่อดิจิทัลและ BNPL

สศช.ชี้ว่าประเด็นที่ต้องจับตา คือ การขยายตัวของสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชัน และบริการ “ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง” (Buy Now, Pay Later: BNPL) ซึ่งเข้าถึงง่ายและกระตุ้นการใช้จ่ายระยะสั้น แต่มีความเสี่ยงต่อการกลายเป็นหนี้เสียในอนาคต หากไม่มีระบบประเมินความสามารถชำระหนี้ที่รัดกุม

ข้อเสนอสำคัญคือ ควรผลักดันให้ผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัลและ BNPL ทุกรายเข้าร่วมระบบเครดิตบูโร เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับสินเชื่อออนไลน์ และกำหนดเพดานหนี้ร่วมของผู้กู้ เพื่อป้องกันการก่อหนี้เกินตัว

กลุ่มรายได้กลาง – สูงเริ่มเปราะบาง

ข้อมูลจาก SCB Economic Intelligence Center (SCB EIC) ชี้ให้เห็นแนวโน้มที่น่ากังวล เมื่อกลุ่มผู้มีรายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน ประมาณ 21% เริ่มประสบปัญหาการชำระหนี้ สะท้อนแรงกดดันค่าครองชีพและภาระหนี้สะสมที่เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน กลุ่มรายได้ต่ำยังเผชิญภาระหนี้สูงอย่างต่อเนื่อง โดยผู้มีรายได้ต่ำกว่า 50,000 บาทต่อเดือน ราว 31% มีภาระหนี้เกิน 60% ของรายได้ ส่วนกลุ่มรายได้ 15,000–30,000 บาทต่อเดือน ยังคงเป็นกลุ่มที่ประสบปัญหาการชำระหนี้มากที่สุด

เร่งสร้างวินัยการเงินเชิงรุก

สศช.เสนอแนวทางเสริมสร้างวินัยทางการเงินอย่างเป็นระบบ เช่น การแจ้งเตือนก่อนถึงกำหนดชำระหนี้ มาตรการจูงใจสำหรับผู้ชำระหนี้ตรงเวลา และการยกระดับความรู้ทางการเงิน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ในระยะยาว

สถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับสัญญาณความสามารถชำระหนี้ที่อ่อนตัวลง สะท้อนความจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งยกระดับมาตรการกำกับสินเชื่อและเสริมสร้างวินัยทางการเงิน เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

แท็กบทความ

หนี้ครัวเรือนเศรษฐกิจไทยNPL
สินเชื่อดิจิทัล
วินัยการเงิน