
วันนี้ (22 เม.ย. 69) นางสาว รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แสดงความยินดีกรณี มูดี้ส์ ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยจาก “เชิงลบ” เป็น “มีเสถียรภาพ” พร้อมคงอันดับเครดิตที่ระดับ Baa1 ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อพื้นฐานเศรษฐกิจไทยและทิศทางนโยบายของรัฐบาล
สรุปข่าว
วันนี้ (22 เม.ย. 69) นางสาว รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แสดงความยินดีกรณี มูดี้ส์ ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยจาก “เชิงลบ” เป็น “มีเสถียรภาพ” พร้อมคงอันดับเครดิตที่ระดับ Baa1 ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อพื้นฐานเศรษฐกิจไทยและทิศทางนโยบายของรัฐบาล
โฆษกรัฐบาลระบุว่า การปรับมุมมองดังกล่าวเกิดจากปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน ทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่มีเสถียรภาพมากขึ้น เสถียรภาพทางการเมือง และความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐ ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนและเอื้อต่อการปฏิรูปเศรษฐกิจในระยะยาว
ขณะเดียวกัน การลงทุนภาคเอกชนเริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จากมาตรการส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาล เช่นโครงการ Thailand Fast Pass ที่ช่วยสนับสนุนการจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต แม้ว่าระดับหนี้ภาครัฐจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ และไม่กระทบต่อเสถียรภาพโดยรวม อีกทั้งประเทศไทยยังมีฐานะการเงินระหว่างประเทศที่แข็งแกร่งและมีเงินสำรองเพียงพอรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศปี 2569 หรือ Kearney FDI Confidence Index ยังระบุว่า ประเทศไทย กลับเข้าสู่ 25 อันดับแรกของโลกอีกครั้ง หลังจากหลุดอันดับติดต่อกัน 2 ปีในช่วงปี 2567 - 2568 นับตั้งแต่ปี 2566 สะท้อนว่าประเทศไทยกลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนต่างชาติอีกครั้ง
ปัจจัยสำคัญมาจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาล โดยเฉพาะการขยายสิทธิประโยชน์ผ่าน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ ยานยนต์ไฟฟ้า และพลังงานสะอาด ควบคู่กับการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุน
โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า การที่ มูดี้ส์ ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของไทยเป็น “มีเสถียรภาพ” พร้อมกับการที่ประเทศไทยกลับเข้าสู่ 25 อันดับแรกของโลกในดัชนีความเชื่อมั่นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อประเทศไทยกำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่า รัฐบาลจะเดินหน้าดูแลผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประชาชนอย่างใกล้ชิดในระยะปัจจุบัน ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ และวางรากฐานเพื่อยกระดับศักยภาพประเทศ มุ่งสู่การเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะกลางและระยะยาว.
- คลัง ปลื้ม! "Moody’s" มั่นใจไทย! ปรับ Outlook เป็น “Stable”
- "GDP" ไทยอยู่ตรงไหน ? บนเวทีอาเซียน-โลก วิเคราะห์ IMF-World Bank มองเศรษฐกิจไทย
- สงร.ชี้เศรษฐกิจไทยเปราะบาง แนะรัฐเร่งปฏิรูปโครงสร้าง
- เช็กที่นี่! ครม.ไฟเขียว จัดชุดใหญ่ มาตรการรัฐช่วยประชาชน สู้ "วิกฤตน้ำมันแพง" บัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้เพิ่มวงเงิน
- "ปิดแถลงนโยบายต่อรัฐสภา" นายกฯ พร้อมผลักดัน 23 นโยบาย เพื่อประโยชน์ประชาชน หวังอยู่ครบ 4 ปี
