
สรุปข่าว
ปัญหาการปิดคลองสุเอซ ประเทศอียิปต์ ตั้งแต่วันอังคาร จากกรณีที่เรือขนส่งขนาดยักษ์ Ever Given เกยฝั่งและลอยลำขวางคลองนั้น ส่งผลให้อัตราค่าบริการขนส่งสำหรับเรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซ พุ่งสูงเกือบสองเท่าแล้ว ขณะที่ เรือจำนวนมากต้องเปลี่ยนเส้นทางการเดินเรือไปทางอื่นแทน
การปิดคลองที่เชื่อมต่อยุโรปและเอเชียนี้ กลายมาเป็นปัจจัยใหม่ที่ทำให้เรือขนส่งทั้งหลายมีปัญหาหนักกว่าเดิม ที่มีเรื่องของความล่าช้าและการขาดตอนของการนำส่งสินค้าไปยังผู้บริโภคทั่วโลก โดยนักวิเคราะห์คาดว่า เรือขนส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่มีขนาดเล็ก โดยเฉพาะสำหรับการส่งจากยุโรปไปเอเชีย น่าจะเผชิญกับผลกระทบที่หนักขึ้นในเร็วๆ นี้ หากคลองสุเอซต้องปิดต่อไปอีกหลายสัปดาห์โดยปกติ เชื้อเพลิงที่ขนส่งทางเรือ คือต้นทุนก้อนโตที่สุดของธุรกิจ โดยมีสัดส่วนสูงถึง 60 เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเลยทีเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น ตลาดน้ำมันในเอเชียที่มีสภาพอ่อนตัวอยู่อาจจะประสบปัญหาหนักขึ้น จากเหตุการณ์ล่าสุดนี้ เนื่องจาก เอเชียส่งออกน้ำมันจำพวกดีเซลไปตลาดซีกโลกตะวันตก เช่น ยุโรป อยู่ โดยข้อมูลจาก บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจพลังงาน FGE ชี้ว่า ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ของการส่งออกน้ำมันนี้เดินทางผ่านคลองสุเอซในปีที่ผ่านมา
ในเวลานี้ มีเรือขนส่งนับร้อยลำรอคอยที่จะแล่นผ่านคลองเส้นนี้อยู่จากทั้งฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและทะเลแดง โดยรายข่าวระบุว่า เป็นเรือขนส่งน้ำมันถึงกว่า 30 ลำ
ด้านซีเอ็นเอ็น รายงานอ้างเจ้าหน้าที่คลองสุเอซ ประเทศอียิปต์ ที่ระบุในวันพฤหัสบดีว่า มีความจำเป็นต้องขุดและขนทรายในคลองสุเอซกว่า 20,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อปลดปล่อยเรือบรรทุกสินค้าขนาดยักษ์ “Ever Given” โดยเรือสินค้า “Ever Given” ซึ่งมีความยาวเกือบเท่ากับความสูงของอาคารเอ็มไพร์ สเตท บิวล์ดิง (Empire State Building) แล่นมาเกยตื้นขวางคลองหลังถูกกระแสลมความเร็ว 40 น็อตและพายุทรายพัดกระหน่ำ ทำให้ทัศนวิสัยเลวร้ายและการเดินเรือย่ำแย่
เรือบรรทุกสินค้าลำนี้ ขวางคลองสุเอซ หนึ่งในคลองที่เป็นเส้นทางการเดินเรือขนส่งสินค้าที่หนาแน่นที่สุดของโลก ส่งผลให้หลายฝ่ายพยายามกู้เรือลำนี้ด้วยวิธีการต่าง ๆ ซึ่งรวมทั้งการใช้เรือขุด 2 ลำ, เรือลาก 9 ลำ และรถขุดบนฝั่งคลองอีก 4 คัน เจ้าหน้าที่สำนักงานบริหารคลองสุเอซกล่าวว่า เรือขุดทั้ง 2 ลำต้องทำงานอย่างหนักเพื่อขุดเอาทรายและโคลนออกจากหัวเรือ และจะต้องขนทรายปริมาณมหาศาลระหว่าง 15,000-20,000 ลูกบาศก์เมตรเพื่อขุดให้ลึก 12-16 เมตร ซึ่งอาจทำให้เรือสามารถลอยขึ้นเหนือน้ำได้ โดยจะเริ่มปฏิบัติภารกิจในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเรือขุดสามารถขนทรายได้ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง

เจ้าหน้าที่กล่าวเพิ่มเติมว่า มีการหารือกันถึงทางเลือกในการเคลื่อนย้ายตัวเรือยักษ์ลำนี้ด้วย ซึ่งมีความยาว 400 เมตรและกว้าง 59 เมตร ด้วยการขุดทรายในพื้นที่รอบเรือออก แต่การที่จะทำให้เรือขนาดใหญ่ลำนี้กลับมาลอยเหนือน้ำได้อีกครั้ง ถือว่าเป็นงานหิน ในทางเทคนิคแล้วถือว่ายุ่งยากและซับซ้อนมาก และต้องใช้เวลานานหลายวัน
และในแต่ละวันที่ผ่านไป หมายถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องสูญเสียไปเป็นจำนวนมหาศาลสำหรับบริษัทและประเทศต่าง ๆ ที่ธุรกิจการค้าของพวกเขาต้องหยุดชะงักจากปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ ปริมาณการค้าโลกประมาณ 12 เปอร์เซ็นต์ ต้องผ่านคลองสุเอซ และโดยปกติแล้ว คลองสุเอซจะรับผิดชอบการขนส่งสินค้ามูลค่าประมาณ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน
มีเรือสินค้ามากกว่า 18,800 ลำ ระวางขับน้ำสุทธิ 1,170 ตัน แล่นผ่านคลองสุเอซระหว่างปี 2020 เท่ากับเฉลี่ย 51.5 ลำต่อวัน ขณะนี้ มีเรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าสำคัญอย่างน้อย 160 ลำ รอแล่นผ่านคลองสุเอซ ซึ่งเรือบางลำได้ตัดสินใจหันหัวเรือเปลี่ยนเส้นทางไปรอบแหลมฮอร์นแทน เพื่อหลีกเลี่ยงคลองสุเอซ แต่ก็ต้องเสียเวลากับการเดินทางที่ไกลขึ้นไปอีก 3,800 ไมล์ หรือ 12 วัน จากข้อมูลของ สภาหอการค้าขนส่งทางเรือ (International Chamber of Shipping) หรือ ICS

กาย แพลทเท่น เลขาธิการของ ICS กล่าวว่า ไม่เพียงแต่สินค้าบนเรือ Ever Given เท่านั้นล่าช้าอย่างมากในการเดินทาง แต่ยังมีเรืออื่น ๆ อีกหลายร้อยลำได้รับผลกระทบไปด้วย ไม่ต้องสงสัยความเสียหายเกิดขึ้นกับห่วงโซ่อุปาทานโลกอย่างแน่นอน
บรรดาผู้เชี่ยวชาญ กังวลว่า หากเรือ Ever Given ของบริษัทเดินเรือญี่ปุ่นโชเออิ คิเซน ซึ่งเป็นเจ้าของเรือ ไม่ได้รับการปลดปล่อยโดยเร็ว การจราจรคลองสุเอชใช้การไม่ได้ อาจส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมัน, การขนส่งทางเรือและการขนส่งสินค้าทางทะเลต่าง ๆ ซึ่งจะนำไปสู่ราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นทุกวัน การค้าส่วนใหญ่ระหว่างเอเชียและยุโรป ยังต้องพึ่งพาคลองสุเอซ และสินค้าสำคัญต่าง ๆ รวมทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญ และพีพีอี (PPE) ขนส่งผ่านเรือเหล่านี้ ซึ่งขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลอียิปต์ดำเนินการแก้ปัญหาเพื่อให้เปิดคลองสุเอซโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คลองสุเอช ซึ่งเปิดให้บริการในปี 1869 ถูกปิด คลองสำคัญแห่งนี้เคยปิดมาแล้วระหว่างปี 1956 ถึง 1957 เนื่องจากเกิดวิกฤตคลองสุเอซ หรือสงครามอาหรับ-อิสราเอล ครั้งที่ 2 และปิดตัวอีกครั้งในปี 1967 เมื่ออิสราเอลยึดคาบสมุทรไซไน และไม่เปิดให้บริการจนถึงปี 1975 แต่การปิดคลองครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบใหญ่กว่า เสียหายมากกว่าการปิดสองครั้งหลังสุด เพราะระดับการค้าระหว่างยุโรปและเอเชียสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา


- ถอดรหัส "กลิ่นมัมมี่" ปริศนาพันปี เปิดหน้าต่างสู่โลกอียิปต์โบราณ
- "ไทย-อียิปต์ "เปิดประตูส่งออกสู่ตะวันออกกลางและ"แอฟริกา"
- เรือ 2 ลำชนกันไฟลุกท่วมที่อังกฤษ
- ไฟลุกท่วม! เรือสินค้าชนเรือบรรทุกน้ำมันนอกชายฝั่งอังกฤษ เจ็บหลายสิบ
- อียิปต์พบสุสานฟาโรห์แห่งใหม่ในรอบมากกว่า 100 ปี สร้างความฮือฮาให้วงการโบราณคดี
- อียิปต์เสนอแผน "อนาคตกาซา" แข่งทรัมป์ ชาติอาหรับเห็นด้วย
- ครม. เห็นชอบ MOU ศก.ไทย-อียิปต์
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand
