
สรุปข่าว
วันนี้ ( 27 มี.ค. 64 )นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำประเทศไทย ธนาคารโลก หรือ เวิลด์แบงก์ เปิดเผยว่า ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยล่าสุดได้ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยปี 2564 อยู่ที่ 3.4% ลดลงจากเดิมคาดไว้โตได้ 4%
โดยคาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้เต็มศักยภาพเหมือนช่วงก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 ในปี 2565 ในอัตราการเติบโตที่ 4.7% ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการเรื่องวัคซีนที่มีแผนกระจายฉีดให้ประชาชน 50-60% ของประเทศภายในปีนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคการท่องเที่ยวได้
เวิลด์แบงก์มองว่า แม้จะมีการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางกลับเข้ามาทันที เพราะคนยังกังวลเรื่องการติดเชื้อ ที่มีผลต่อการตัดสินใจไม่เดินทาง ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะกลับเข้ามาเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจปีนี้ และเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยเบื้องต้นเวิลด์แบงก์ประเมินว่าปี 2564 จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยประมาณ 4-5 ล้านคน เทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 มีประมาณ 40 ล้านคน
นอกจากนี้หลังจากเกิดโควิด-19 ยังพบว่า ความเหลื่อมล้ำและความยากจนในไทยเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ล้านคน ดังนั้นระบบสวัสดิการของรัฐต้องให้ความช่วยเหลือที่เชื่อมโยงและครอบคลุมทั่วถึง พร้อมติดตามประเมินผลให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน เช่น กลุ่มแรงงานที่ตกงาน ควรได้รับการฝึกอบรมทักษะด้านเทคโนโลยีและดิจิตอล ช่วยเพิ่มโอกาสหางานต่อไปได้
สำหรับมาตรการช่วยเหลือธุรกิจผ่านมาตรการซอฟต์โลนและโกดังพักหนี้ มองว่ายังเป็นนโยบายที่สำคัญต่อภาคธุรกิจทั้งรายเล็กและรายใหญ่ที่ยังมีความสามารถ แต่ขาดสภาพคล่องให้ฟื้นตัว ช่วยประคับประคองเศรษฐกิจได้ระดับหนึ่ง แต่การเบิกจ่ายงบประมาณซอฟต์โลนที่ค่อนข้างน้อยยังเป็นอุปสรรคต่อโครงการ งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยอยู่ที่ 6% ของจีดีพี ซึ่งถือว่าค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับประเทศอื่น สะท้อนว่าไทยมีพื้นที่ทางการคลังให้ความช่วยเหลือสูง เห็นได้จากระดับหนี้สาธารณะก็ยังไม่สูงเกินไป แต่ความเสี่ยงหลักอยู่ที่การใช้ที่อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมายมากกว่า
เวิลด์แบงก์มีข้อเสนอแนะให้รัฐมองหาโอกาสในการขยายฐานภาษีในแต่ละกลุ่มให้เหมาะสมมากขึ้น เช่น ภาษีที่ดินและภาษีมรดกที่ยังเก็บได้ค่อนข้างต่ำ จากปัจจุบันไทยมีระดับการเก็บภาษีต่อจีดีพีลดลงจากก่อนเกิดโควิด-19 อยู่ที่ 17% ให้สอดคล้องกับเป้าหมายลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
- ไทยยังน่าลงทุน? ต่างชาติเทเงิน 5.7 หมื่นล้านใน 4 เดือนแรกปี 2568
- "โควิด19"แพร่ระบาดพ้นจุดสุงสุด แนวโน้มเริ่มลดลง
- รัฐต้องใช้ PPP ปลดล็อกเพดานหนี้ แก้จีนเทา-สวมสิทธิ ก่อนเศรษฐกิจสะดุด
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- โควิด-19 ระบาดหลายภูมิภาค! "สายพันธุ์ NB.1.8.1" แพร่กระจายเร็ว อย่าชะล่าใจ
- สถานการณ์โควิดป่วยสะสมพุ่ง 2.5 แสนราย สายพันธุ์ NB.1.8.1 ระบาดแรง
- ธุรกิจเลิกกิจการเฉียด 4,000 ราย จัดตั้งใหม่เกิน 30,000 ราย ช่วง 4 เดือนแรก ปี 2568
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand
