
สรุปข่าว
วันนี้ ( 19 ต.ค. 64 )จากกรณีผู้ใช่บริการของธนาคารจำนวนมากถูกตัดเงินอย่างผิดปกติ ผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต ซึ่งสาเหตุสำคัญเกิดจากการที่มิจฉาชีพสุ่มข้อมูลบัตรและนำไปสวมรอยทำธุรกรรมผ่านร้านค้าออนไลน์ต่างประเทศ ที่ไม่มีการใช้ One Time Password (OTP) ซึ่งการใช้งานส่วนใหญ่มีจำนวนเงินต่อรายการต่ำ เช่น 1 ดอลลาร์ สรอ. และมีการใช้เป็นจำนวนหลาย ๆ ครั้ง
ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ สมาคมธนาคารไทยร่วมกันกำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อป้องกันและแก้ปัญหา ดังนี้
มาตรการการเยียวยาผู้ที่ถูกดูดเงินจากบัตรเดบิต-เครดิต
- กรณีที่ตรวจสอบพบว่าลูกค้าได้รับผลกระทบจากการทุจริตตามข้างต้น กรณีบัตรเดบิต ลูกค้าจะได้รับการคืนเงินภายใน 5 วันทำการ ส่วนกรณีบัตรเครดิต ธนาคารจะยกเลิกรายการดังกล่าว ลูกค้าไม่ต้องชำระเงินตามยอดเรียกเก็บที่ผิดปกติ และจะไม่มีการคิดดอกเบี้ย
มาตรการการการป้องกันลูกค้าถูกดูดเงินจากบัญชี
1. ยกระดับความเข้มข้นในการตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติ ให้ครอบคลุมทั้งธุรกรรมที่มีจำนวนเงินต่ำและที่มีความถี่สูง หากพบธุรกรรมที่ผิดปกติ ธนาคารจะระงับการใช้บัตรทันทีและแจ้งลูกค้าในทุกช่องทาง รวมทั้งติดตามเฝ้าระวังรายการธุรกรรมจากต่างประเทศเป็นพิเศษ
2. เพิ่มการแจ้งเตือนลูกค้าในการทำธุรกรรมทุกรายการ ตั้งแต่รายการแรกผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น ระบบ Mobile banking อีเมล หรือ SMS
3. ธปท. และสมาคมธนาคารไทยจะเร่งหารือกับผู้ให้บริการเครือข่ายบัตร เช่น Visa Mastercard เพื่อกำหนดให้มีการใช้การยืนยันตัวตนเพิ่มเติม เช่น OTP กับบัตรเดบิตสำหรับร้านค้าออนไลน์
**ทั้งนี้กรณีลูกค้าพบความผิดปกติของธุรกรรมด้วยตนเอง สามารถติดต่อคอลเซ็นเตอร์หรือสาขาของธนาคารผู้ออกบัตร เพื่อแจ้งตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของธุรกรรมในทันที โดยธนาคารจะดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด**
ข้อแนะนำการทำธุรกรรมทางออนไลน์อย่างปลอดภัย
สำหรับประชาชนทั่วไป ควรตรวจสอบการทำธุรกรรมของตนเองอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งระมัดระวังการผูกบัตรเดบิตในการทำธุรกรรม โดยเฉพาะกับแพลตฟอร์มที่มีความเสี่ยง เช่น เกมออนไลน์ แพลตฟอร์มที่ไม่มีการยืนยันตัวตนก่อนเข้าใช้งาน หรือไม่มี OTP ทั้งนี้ สำหรับบางธนาคาร ลูกค้ายังสามารถเปิด/ปิดการใช้งานของบัตร หรือเปลี่ยนแปลงวงเงินการใช้บัตร หรืออายัดบัตรได้ด้วยตัวเองผ่านแอพพลิเคชั่นของธนาคาร นอกเหนือจากการติดต่อกับธนาคาร

สุดท้ายนี้ ธปท. และ สมาคมธนาคารไทย ระบุว่าได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า โดยธนาคารมีระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและมีการตรวจสอบการทำธุรกรรมที่ผิดปกติอย่างต่อเนื่อง ในระยะต่อไป ธปท. และสถาบันการเงินจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการยกระดับมาตรการและประสิทธิภาพการตรวจจับและตอบสนองต่อรายการผิดปกติ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากการเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว

ข้อมูลจาก :ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ สมาคมธนาคารไทย
ภาพจาก : ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ สมาคมธนาคารไทย
- "ธนาคารแห่งประเทศไทย"ชี้งบ 1.57 แสนล้าน ช่วย"เศรษฐกิจ"ปรับตัวได้
- "ธปท."แจ้ง"ครม."ตีกรอบใช้งบ 1.57 แสนล้าน
- ติดอะไร? ระวังชีวิตพัง มิจฉาชีพจับจุดจิตวิทยาเหยื่อแม่นยิ่งกว่า AI
- แบงก์ชาติยกระดับปรับปรุงเกณฑ์เปิดบัญชีใหม่ "สกัดบัญชีม้า"
- โฆษณาปลอมเกลื่อน หนึ่งในรายได้ FB-IG หรือกำไรจะสำคัญกว่าความปลอดภัยผู้ใช้งาน
- ธปท.เผยสินเชื่อแบงก์หดตัว 3 ไตรมาสติด
- การเลือกผู้ว่า "แบงก์ชาติ" คนใหม่ สำคัญกับคนไทยแค่ไหน นอกจากเงินเฟ้อ-ดอกเบี้ยบ้าน
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand
