รายงานจากสภาทองคำโลก (World Gold Council : WCG ) ระบุว่า ทองคำได้สร้างปรากฏการณ์อันน่าทึ่งในปี 2568 ด้วยการทำสถิติสูงสุดใหม่กว่า 50 ครั้ง และสร้างผลตอบแทนรายปีเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 60 นับเป็นผลตอบแทนรายปีที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่ปี 2514
สำหรับแนวโน้มในปี 2569 ตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าสถานการณ์จะยังคงดำเนินไปในทิศทางเดิม แต่ความแตกต่างด้านเศรษฐกิจมหภาคและความผันผวนทางภูมิเศรษฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินอยู่ ทำให้ไม่อาจมองข้ามความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์รุนแรงเกินคาด
นายเซาไก ฟาน หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) และหัวหน้าฝ่ายธนาคารกลางระดับโลก ของสภาทองคำโลก ได้วิเคราะห์ 3 สถานการณ์สำหรับทองคำในปี 2569 ที่อาจเกิดขึ้นนอกเหนือจากที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยครอบคลุมผลกระทบทั้งในเชิงบวกปานกลาง เชิงบวกสูง และเชิงลบ
1. สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคชะลอตัวเล็กน้อย ในสถานการณ์นี้ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ แสดงสัญญาณการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ผ่อนคลายลง
สรุปข่าว
รายงานจากสภาทองคำโลก (World Gold Council : WCG ) ระบุว่า ทองคำได้สร้างปรากฏการณ์อันน่าทึ่งในปี 2568 ด้วยการทำสถิติสูงสุดใหม่กว่า 50 ครั้ง และสร้างผลตอบแทนรายปีเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 60 นับเป็นผลตอบแทนรายปีที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่ปี 2514
สำหรับแนวโน้มในปี 2569 ตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าสถานการณ์จะยังคงดำเนินไปในทิศทางเดิม แต่ความแตกต่างด้านเศรษฐกิจมหภาคและความผันผวนทางภูมิเศรษฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินอยู่ ทำให้ไม่อาจมองข้ามความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์รุนแรงเกินคาด
นายเซาไก ฟาน หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) และหัวหน้าฝ่ายธนาคารกลางระดับโลก ของสภาทองคำโลก ได้วิเคราะห์ 3 สถานการณ์สำหรับทองคำในปี 2569 ที่อาจเกิดขึ้นนอกเหนือจากที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยครอบคลุมผลกระทบทั้งในเชิงบวกปานกลาง เชิงบวกสูง และเชิงลบ
1. สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคชะลอตัวเล็กน้อย ในสถานการณ์นี้ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ แสดงสัญญาณการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ผ่อนคลายลง
ผลกระทบต่อทองคำในสถานการณ์นี้จะเป็นบวกในระดับปานกลาง จากการวิเคราะห์ของ WGC ชี้ว่าในสภาวะเช่นนี้ ราคาทองคำอาจปรับตัวเพิ่มขึ้นระหว่างร้อยละ 5 ถึงร้อยละ 15 จากระดับปัจจุบัน ขึ้นอยู่กับขนาดของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและความรุนแรงของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ
2. วังวนวิกฤต หรือ Doom Loop ในสถานการณ์ที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะรับผลกระทบเชิงลบมากที่สุด แต่ในทางกลับกันกลับเอื้อต่อราคาทองคำมากที่สุด โดยสะท้อนถึงความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจโลกอาจเข้าสู่ภาวะชะลอตัวที่รุนแรงขึ้น ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์อาจทวีความรุนแรง และอาจเกิดขึ้นพร้อมกับความตึงเครียดด้านการค้า ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการลงทุน และหากการเติบโตของสหรัฐฯ อ่อนแอลงและอัตราเงินเฟ้อต่ำกว่าเป้าหมาย อาจนำไปสู่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรง ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง และอัตราผลตอบแทนระยะยาวปรับตัวลดลงอย่างมาก
ปัจจัยเหล่านี้ที่ก่อให้เกิด ‘วังวนวิกฤต’ จะสร้างแรงหนุนที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษสำหรับทองคำ เนื่องจากนักลงทุนแสวงหาความปลอดภัยในสถานการณ์นี้ ราคาทองคำอาจปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีโอกาสเพิ่มขึ้นระหว่างร้อยละ 15 ถึงร้อยละ 30 ภายในปี 2569
3. การกลับมาของภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว สถานการณ์นี้ถือเป็นภาพที่ส่งผลเชิงลบต่อราคาทองคำมากที่สุด โดยในสภาวะเช่นนี้ นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลทรัมป์ประสบความสำเร็จและสามารถสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งเกินความคาดหมาย ส่งผลให้เฟดต้องคงอัตราดอกเบี้ยหรือแม้กระทั่งปรับขึ้นในปี 2569 สถานการณ์เช่นนี้จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อราคาทองคำ ทำให้เกิดการปรับตัวลดลงระหว่างร้อยละ 5 ถึงร้อยละ 20 จากระดับปัจจุบัน
ดังนั้น ในโลกที่ความผันผวนและเหตุการณ์ไม่คาดคิดกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นเรื่อย ๆ ศักยภาพของทองคำในการกระจายความเสี่ยงและปกป้องการลงทุนในภาวะขาลงยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งเช่นเดิม

