"Uber" เผชิญคดีล่วงละเมิดทางเพศ กระทบน่าเชื่อถือ-ปลอดภัย

Share on Line Share on Facebook Share on X

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า Uber เตรียมเผชิญการพิจารณาคดีครั้งสำคัญในเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา หลังหญิงชาวโอคลาโฮมา ฟ้องร้องกล่าวหาว่าถูกคนขับซึ่งรับงานผ่านแอปของบริษัทล่วงละเมิดทางเพศระหว่างเดินทางเมื่อปีที่ผ่านมา โดยเหตุฟ้องร้องเกิดขึ้นเพียงหนึ่งเดือนหลังจากเหตุการณ์ที่เธอกล่าวอ้าง

คดีดังกล่าวถูกมองว่าเป็นบททดสอบแรกต่อความพยายามของ Uber ในการปฏิเสธความรับผิดชอบต่อการกระทำในลักษณะอาชญากรรมของคนขับจำนวนมากที่ใช้แพลตฟอร์มเป็นช่องทางหารายได้ ขณะที่ในปัจจุบัน Uber กำลังเผชิญการฟ้องร้องที่เกี่ยวข้องกว่า 3,000 คดีที่ถูกรวมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลกลางสหรัฐ

การตัดสินในคดีนี้ถือเป็นคดีนำร่อง ซึ่งผลลัพธ์อาจถูกนำไปใช้เป็นตัวตั้งต้นในการประเมินมูลค่าความเสียหายหรือแนวทางการยุติข้อพิพาทแบบรวมกลุ่ม และอาจมีผลต่อฐานะทางการเงินของ Uber รวมถึงความเชื่อมั่นจากหน่วยงานกำกับดูแลและนักลงทุนที่ติดตามความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

สรุปข่าว

Uber ถูกฟ้องร้องในศาลรัฐแอริโซนาในคดีล่วงละเมิดทางเพศโดยคนขับที่รับงานผ่านแพลตฟอร์ม การพิจารณาครั้งนี้ถือเป็นคดีนำร่องที่อาจกำหนดทิศทางการฟ้องร้องอีกหลายพันกรณีทั่วสหรัฐ และสร้างแรงกดดันต่อความน่าเชื่อถือด้านความปลอดภัยของบริษัท

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า Uber เตรียมเผชิญการพิจารณาคดีครั้งสำคัญในเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา หลังหญิงชาวโอคลาโฮมา ฟ้องร้องกล่าวหาว่าถูกคนขับซึ่งรับงานผ่านแอปของบริษัทล่วงละเมิดทางเพศระหว่างเดินทางเมื่อปีที่ผ่านมา โดยเหตุฟ้องร้องเกิดขึ้นเพียงหนึ่งเดือนหลังจากเหตุการณ์ที่เธอกล่าวอ้าง

คดีดังกล่าวถูกมองว่าเป็นบททดสอบแรกต่อความพยายามของ Uber ในการปฏิเสธความรับผิดชอบต่อการกระทำในลักษณะอาชญากรรมของคนขับจำนวนมากที่ใช้แพลตฟอร์มเป็นช่องทางหารายได้ ขณะที่ในปัจจุบัน Uber กำลังเผชิญการฟ้องร้องที่เกี่ยวข้องกว่า 3,000 คดีที่ถูกรวมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลกลางสหรัฐ

การตัดสินในคดีนี้ถือเป็นคดีนำร่อง ซึ่งผลลัพธ์อาจถูกนำไปใช้เป็นตัวตั้งต้นในการประเมินมูลค่าความเสียหายหรือแนวทางการยุติข้อพิพาทแบบรวมกลุ่ม และอาจมีผลต่อฐานะทางการเงินของ Uber รวมถึงความเชื่อมั่นจากหน่วยงานกำกับดูแลและนักลงทุนที่ติดตามความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

Uber ยืนยันว่าบริษัทไม่ควรถูกถือว่ารับผิดชอบต่อการกระทำผิดกฎหมายของคนขับ โดยระบุว่าคนขับเป็นผู้รับจ้างอิสระ ไม่ใช่พนักงาน และบริษัทได้ใช้มาตรการตรวจสอบประวัติและช่องทางเปิดเผยข้อมูลเหตุการณ์ความปลอดภัยอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม คดีความยังคงท้าทายต่อข้อถกเถียงที่ยืดเยื้อเรื่องสถานะคนขับและหน้าที่รับผิดชอบของแพลตฟอร์ม

นอกจากคดีในศาลกลางแล้ว Uber ยังเผชิญการฟ้องร้องมากกว่า 500 คดีในศาลรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมีเพียงหนึ่งคดีที่ผ่านกระบวนการพิจารณา ซึ่งผลตัดสินชี้ว่าแม้บริษัทมีความบกพร่องด้านมาตรการป้องกัน แต่ไม่ได้เป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้โดยสาร

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Uber ถูกวิจารณ์เรื่องการตรวจสอบคนขับที่หละหลวมและวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตมากกว่าความปลอดภัยของผู้โดยสาร ทำให้บริษัทต้องเร่งลงทุนในโครงการความปลอดภัย ทั้งรายงานข้อมูลเหตุการณ์ในสหรัฐ การตรวจสอบเส้นทาง การบันทึกเสียงและภาพในรถ และความร่วมมือกับองค์กรช่วยเหลือเหยื่อ

คู่แข่งโดยตรงอย่าง Lyft ก็เผชิญคดีในลักษณะเดียวกัน แต่ยังไม่มีการรวมการฟ้องร้องเป็นคดีใหญ่ในศาลกลาง

Uber พยายามยื่นคำร้องเลื่อนการพิจารณาคดี โดยกล่าวหาว่าฝ่ายทนายโจทก์ใช้แคมเปญโฆษณาบิดเบือนข้อมูลเพื่อชี้นำคณะลูกขุน แต่ผู้พิพากษาศาลกลางสหรัฐปฏิเสธคำร้อง ทำให้กระบวนการไต่สวนคดียังคงเดินหน้า ซึ่งผลลัพธ์จะถูกจับตาอย่างเป็นพิเศษในสัปดาห์นี้ 

sticky-bar-top