แบงก์ชาติจีนซื้อ “ทองคำ” ติดต่อกัน 15 เดือน

Share on Line Share on Facebook Share on X

ข้อมูลจากธนาคารกลางจีน (PBOC) ระบุว่า เมื่อเดือนมกราคมได้เพิ่มการซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 ส่งผลให้ปริมาณทองคำสำรองของจีนเพิ่มขึ้นเป็น 74.19 ล้านออนซ์ นับถึงสิ้นเดือนมกราคม เพิ่มขึ้นจาก 74.15 ล้านออนซ์ ในเดือนธันวาคม

สำหรับมูลค่าทองคำสำรองของจีนเพิ่มขึ้นเป็น 3.695 แสนล้านดอลลาร์ นับถึงสิ้นเดือนมกราคม เทียบกับ 3.194 แสนล้านดอลลาร์ ในเดือนก่อนหน้า 

ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2567 ธนาคารกลางจีนเคยหยุดพักซื้อทองคำที่ดำเนินมาต่อเนื่อง 18 เดือน ก่อนจะกลับมาซื้อตุนอีกครั้งในอีก 6 เดือนต่อมา


สรุปข่าว

ธนาคารกลางจีนตุนซื้อ “ทองคำ” ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 15 แม้ราคาขยับขึ้นสูงก่อนหน้านี้

ข้อมูลจากธนาคารกลางจีน (PBOC) ระบุว่า เมื่อเดือนมกราคมได้เพิ่มการซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 ส่งผลให้ปริมาณทองคำสำรองของจีนเพิ่มขึ้นเป็น 74.19 ล้านออนซ์ นับถึงสิ้นเดือนมกราคม เพิ่มขึ้นจาก 74.15 ล้านออนซ์ ในเดือนธันวาคม

สำหรับมูลค่าทองคำสำรองของจีนเพิ่มขึ้นเป็น 3.695 แสนล้านดอลลาร์ นับถึงสิ้นเดือนมกราคม เทียบกับ 3.194 แสนล้านดอลลาร์ ในเดือนก่อนหน้า 

ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2567 ธนาคารกลางจีนเคยหยุดพักซื้อทองคำที่ดำเนินมาต่อเนื่อง 18 เดือน ก่อนจะกลับมาซื้อตุนอีกครั้งในอีก 6 เดือนต่อมา


ทองคำ ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยสำหรับป้องกันความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจมาอย่างยาวนาน ได้ขยับราคาขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากการเก็งกำไรในเดือนมกราคม ทำให้ราคาทะยานแตะ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 

แต่การปรับขึ้นของราคาทองคำก็พลิกกลับอย่างรวดเร็ว หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เสนอชื่อ “เควิน วอร์ช” ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลาง (เฟด) คนใหม่ ส่งผลให้ราคาทองปรับฐานลงมาอยู่ที่ 4,403 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อต้นสัปดาห์ ก่อนจะเคลื่อนไหวอยู่แถว 4,960 ดอลลาร์


ด้านข้อมูลจากสมาคมทองคำของจีน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ระบุว่า การบริโภคทองคำโดยรวมของจีนในปี 2568 ลดลงเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยลดลงราวร้อยละ 3.75 อยู่ที่ประมาณ 950 ตัน

ขณะที่การซื้อทองคำแท่งและเหรียญทอง ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย กลับเพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 35.14 ในปีที่แล้ว และคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการบริโภคทองคำทั้งหมดของจีน

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

sticky-bar-top