"ตุ๊กตาม้าร้องไห้" ภาพสะท้อนความกังวลผู้บริโภคจีน

Share on Line Share on Facebook Share on X

cnbc รายงานว่า ขณะที่ผู้บริโภคสหรัฐกังวลเรื่องค่าครองชีพและเงินเฟ้อ ผู้บริโภคจีนกลับเผชิญความกังวลอีกด้านหนึ่ง นั่นคือภาวะเงินฝืด เศรษฐกิจชะลอตัว และความไม่แน่นอนในอนาคต ซึ่งเริ่มสะท้อนออกมาผ่านพฤติกรรมการบริโภคและวัฒนธรรมร่วมสมัย

ภาพหนึ่งที่สะดุดตาเกิดขึ้นในร้านขายของเล่นย่านปักกิ่ง ตุ๊กตาม้าหน้าบึ้งที่ถูกเรียกขานในโลกออนไลน์ว่า "ม้าร้องไห้" กลับขายดีจนขาดตลาดในช่วงปีนักษัตรม้า รายงานของสื่อทางการระบุว่า ตุ๊กตาดังกล่าวเกิดจากความผิดพลาดในสายการผลิต เมื่อคนงานเย็บรอยยิ้มกลับด้าน กลายเป็นสีหน้าหม่นเศร้าโดยไม่ตั้งใจ แต่กลับตรงกับความรู้สึกของผู้คนจำนวนมากในสังคมจีนยุคปัจจุบัน

ความนิยมของตุ๊กตาม้าร้องไห้ไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว หากแต่สะท้อนบรรยากาศทางสังคมที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยมองว่าสินค้าชิ้นนี้เป็นตัวแทนของอารมณ์ที่ไม่สามารถแสดงออกได้ตรงไปตรงมาในชีวิตประจำวัน

สรุปข่าว

ท่ามกลางเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวและแรงกดดันจากภาวะเงินฝืด สินค้าและบริการที่สะท้อนความเหงา ความเครียด และความไม่มั่นคงในชีวิต กลับได้รับความนิยมอย่างคาดไม่ถึง เช่น ตุ๊กตาม้าหน้าหม่นไป กลายเป็นสัญญาณอารมณ์ของผู้บริโภคยุคใหม่

cnbc รายงานว่า ขณะที่ผู้บริโภคสหรัฐกังวลเรื่องค่าครองชีพและเงินเฟ้อ ผู้บริโภคจีนกลับเผชิญความกังวลอีกด้านหนึ่ง นั่นคือภาวะเงินฝืด เศรษฐกิจชะลอตัว และความไม่แน่นอนในอนาคต ซึ่งเริ่มสะท้อนออกมาผ่านพฤติกรรมการบริโภคและวัฒนธรรมร่วมสมัย

ภาพหนึ่งที่สะดุดตาเกิดขึ้นในร้านขายของเล่นย่านปักกิ่ง ตุ๊กตาม้าหน้าบึ้งที่ถูกเรียกขานในโลกออนไลน์ว่า "ม้าร้องไห้" กลับขายดีจนขาดตลาดในช่วงปีนักษัตรม้า รายงานของสื่อทางการระบุว่า ตุ๊กตาดังกล่าวเกิดจากความผิดพลาดในสายการผลิต เมื่อคนงานเย็บรอยยิ้มกลับด้าน กลายเป็นสีหน้าหม่นเศร้าโดยไม่ตั้งใจ แต่กลับตรงกับความรู้สึกของผู้คนจำนวนมากในสังคมจีนยุคปัจจุบัน

ความนิยมของตุ๊กตาม้าร้องไห้ไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว หากแต่สะท้อนบรรยากาศทางสังคมที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยมองว่าสินค้าชิ้นนี้เป็นตัวแทนของอารมณ์ที่ไม่สามารถแสดงออกได้ตรงไปตรงมาในชีวิตประจำวัน

อีกหนึ่งตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงอารมณ์หม่นของสังคมจีน คือแอปพลิเคชันชื่อ Are You Dead? หรือชื่อภาษาจีนว่า "Sileme" ซึ่งพัฒนาโดยสตาร์ทอัปในกรุงปักกิ่ง แอปฯดังกล่าวพุ่งขึ้นเป็นอันดับต้น ๆ บน App Store ของ Apple ในจีนช่วงต้นเดือนมกราคม ด้วยแนวคิดเรียบง่ายแต่สะเทือนใจ นั่นคือช่วยให้ผู้ที่อาศัยอยู่ลำพังมั่นใจว่า หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน จะมีคนรับรู้

ระบบของแอปกำหนดให้ผู้ใช้งานต้องกดยืนยันสถานะทุกวัน หากไม่มีการตอบสนองภายใน 48 ชั่วโมง ระบบจะส่งอีเมลแจ้งเตือนไปยังบุคคลที่ผู้ใช้ระบุไว้ ค่าใช้บริการอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ความนิยมดังกล่าวอยู่ได้ไม่นาน เมื่อชื่อและแนวคิดของแอปถูกวิพากษ์จากสื่อรัฐว่าไม่เหมาะสม ผู้พัฒนาเปลี่ยนชื่อแอปเป็น Demumu แต่ท้ายที่สุดแอปก็ถูกถอดออกจาก App Store ในจีน ตามคำสั่งของหน่วยงานกำกับดูแลไซเบอร์ ด้วยเหตุผลด้านความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี

กรณีนี้สะท้อนความอ่อนไหวของทางการจีนต่อเนื้อหาที่ตอกย้ำภาพความสิ้นหวังหรือมุมมองเชิงลบในสังคม แม้ความต้องการของผู้ใช้งานจะมีอยู่จริงก็ตาม

เบื้องหลังปรากฏการณ์เหล่านี้คือโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จีนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย ขณะที่คนหนุ่มสาวจำนวนมากย้ายเข้าเมืองเพื่อทำงาน ใช้ชีวิตลำพัง ไม่มีพี่น้อง และชะลอการสร้างครอบครัว อัตราการแต่งงานในปี 2024 ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 45 ปี และปัจจุบัน ครัวเรือนแบบอยู่คนเดียวคิดเป็นประมาณ 1 ใน 6 ของทั้งหมด

ภาพชีวิตแบบโสดยังสะท้อนผ่านธุรกิจบริการ เช่น พื้นที่นั่งรับประทานอาหารคนเดียวในร้าน McDonald's ที่แยกเป็นคูหาส่วนตัว ซึ่งแม้ไม่ใช่แนวคิดใหม่ แต่กลับถูกแชร์ต่ออย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดียในฐานะสัญลักษณ์ของวิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่

เมื่อมองในภาพรวม ตั้งแต่ตุ๊กตาม้าร้องไห้ แอปแจ้งเตือนความเป็นความตาย ไปจนถึงพื้นที่กินข้าวคนเดียว ล้วนสะท้อนความรู้สึกโดดเดี่ยว ความอึดอัด และความไม่มั่นใจที่กำลังก่อตัวในสังคมจีน ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอและความคาดหวังต่ออนาคตที่ไม่ชัดเจน สินค้าและบริการเหล่านี้จึงไม่ได้เป็นเพียงกระแส แต่กลายเป็นกระจกสะท้อนอารมณ์ของผู้บริโภคจีนในยุคแห่งความไม่แน่นอน 

ที่มาข้อมูล : https://www.cnbc.com/2026/02/02/china-gloom-are-you-dead-crying-horse.html

ที่มารูปภาพ : -

แท็กบทความ

sticky-bar-top