ร้านอาหารโคม่า! ลุ้น "คนละครึ่งพลัส" พลิกฟื้นวิกฤต

Share on Line Share on Facebook Share on X

ธุรกิจร้านอาหารเริ่มต้นปี 2569 กลับมาซบเซาอีกครั้ง คุณ ฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย มองว่า ปัจจัยหลักเกิดจากปัญหาทางเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีนัก ภาคอสังหาริมทรัพย์ทรุด และลุกลามไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งหมด ขณะที่โรงงานผลิตก็ลดลง ตลอดจนผลกระทบจากภาษีการค้า ทำให้ผู้บริโภคใช้จ่ายเงินน้อยลง เนื่องจากรายได้ไม่เพิ่มขึ้น

จากการสำรวจผู้ประกอบการร้านอาหาร พบว่า ความถี่ในการออกไปกินข้าวนอกบ้านของผู้บริโภคลดลง และใช้จ่ายน้อยลงด้วย จากปกติจะใช้เงินประมาณ 500 บาทต่อการกินข้าวนอกบ้านหนึ่งครั้ง ก็ลดลงเหลือ 300 บาทต่อครั้ง

ปัจจัยเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง และกระทบต่อผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดไซซ์ S (เอส) ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ในระบบภาษีและเสียภาษีอย่างถูกต้อง แต่ได้รับผลกระทบหนักสุด เนื่องจากเจอแรงบีบจากการแข่งขันจากผู้ประกอบการรายย่อย แต่ไม่สามารถลดราคาลงไปสู้ได้เนื่องจากมีภาระต้นทุน 

สรุปข่าว

สถานการณ์ร้านอาหารในปีนี้จากมุมมองของผู้ประกอบการซบเซาต่อเนื่อง สมาคมภัตตาคารไทย เชื่อว่ามาตรการ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 จากว่าที่รัฐบาลชุดใหม่ จะกลับมาอีกครั้ง แต่คาดหวังการขยายกรอบให้ผู้ประกอบการไซซ์ S ที่อยู่ในระบบภาษี เข้าร่วมโครงการได้ หลังเจอแรงบีบทุกด้านรวมถึงการแข่งขันของร้านอาหารรายย่อยและรายใหญ่

ธุรกิจร้านอาหารเริ่มต้นปี 2569 กลับมาซบเซาอีกครั้ง คุณ ฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย มองว่า ปัจจัยหลักเกิดจากปัญหาทางเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีนัก ภาคอสังหาริมทรัพย์ทรุด และลุกลามไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งหมด ขณะที่โรงงานผลิตก็ลดลง ตลอดจนผลกระทบจากภาษีการค้า ทำให้ผู้บริโภคใช้จ่ายเงินน้อยลง เนื่องจากรายได้ไม่เพิ่มขึ้น

จากการสำรวจผู้ประกอบการร้านอาหาร พบว่า ความถี่ในการออกไปกินข้าวนอกบ้านของผู้บริโภคลดลง และใช้จ่ายน้อยลงด้วย จากปกติจะใช้เงินประมาณ 500 บาทต่อการกินข้าวนอกบ้านหนึ่งครั้ง ก็ลดลงเหลือ 300 บาทต่อครั้ง

ปัจจัยเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง และกระทบต่อผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดไซซ์ S (เอส) ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ในระบบภาษีและเสียภาษีอย่างถูกต้อง แต่ได้รับผลกระทบหนักสุด เนื่องจากเจอแรงบีบจากการแข่งขันจากผู้ประกอบการรายย่อย แต่ไม่สามารถลดราคาลงไปสู้ได้เนื่องจากมีภาระต้นทุน 

ขณะเดียวกันก็ได้รับผลกระทบจากรายใหญ่ที่มีการแข่งขันสูง โดยมีการแข่งกันออกโปรโมชัน แต่กลุ่มไซซ์ เอส ซึ่งมีทุนน้อยกว่า ไม่สามารถออกโปรโมชันแข่งได้

คุณ ฐนิวรรณ กล่าวถึงกรณีพรรคภูมิใจไทย ชนะการเลือกตั้ง โดยคาดว่า จะมีการนำโครงการ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 กลับมาอีกครั้ง จากเดิมที่หากไม่มีการยุบสภา จะมีโครงการต่อเนื่องมาถึงต้นปีนี้ และจะช่วยกระตุ้นได้ดีกว่านี้ แต่เมื่อมีการยุบสภา จึงทำให้ขาดช่วงไป อย่างไรก็ดี โครงการคนละครึ่งพลัส เป็นมาตรการที่ผู้ประกอบการรอคอย และคาดหวังว่าจะเข้ามาพยุงธุรกิจ รวมถึงร้านอาหาร

สำหรับ โครงการคนละครึ่งพลัส เฟสแรก ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีมูลค่าการใช้จ่ายรวมทุกประเภทร้านค้าอยู่ที่ 84,185.7 ล้านบาท และมีประชาชนใช้สิทธิครบวงเงิน จำนวน 9,211,118 ราย  โดยเป็นการใช้สิทธิผ่านร้านค้าทั่วไปรวม 81,151.3 ล้านบาท และผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (เดลิเวอรี) รวม 3,034.4 ล้านบาท ส่วนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ มีจำนวนทั้งสิ้น 999,350 ราย

นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวอีกว่า คนละครึ่งพลัส ช่วยกระตุ้นตลาดได้จริง แต่สำหรับ เฟสที่สอง เสนอให้พิจารณาเพิ่มเติมถึงผู้ประกอบการที่จะสามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยขยายฐานไปยังกลุ่มที่เสียภาษีด้วย หรือกำหนดรายได้เพิ่มขึ้น จากโครงการเดิมกำหนดรายได้ของผู้ประกอบการ ไว้ที่ 1 ล้าน 8 แสน บาทต่อปี เพิ่มเป็น 3 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเหล่านี้ ที่มีสายป่านน้อยกว่ารายใหญ่ แต่กำลังได้รับผลกระทบหนัก

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ : -

sticky-bar-top