พณ.เผยส่งออก ม.ค.69 ขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) แถลงการส่งออกของไทยในเดือนมกราคม 2569 มีมูลค่า 31,573.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (980,744 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19 ที่ร้อยละ 24.4 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 20.9 การส่งออกของไทยขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับอานิสงส์จากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี AI และการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก ขณะที่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ และส่วนประกอบ ยังคงขยายตัวในระดับสูง 

สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตที่มั่นคงของภูมิภาค ในส่วนของสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป อาทิ ทุเรียน มังคุด ข้าวหอมมะลิ และกุ้งแช่แข็ง เริ่มกลับมาขยายตัวได้ดีในเดือนนี้ โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเทศกาล ซึ่งช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเผชิญความท้าทายจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์


สรุปข่าว

ส่งออก ม.ค.69 ขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี บวก 24.4% ทำมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากอานิสงส์สินค้าขยายตัวหลายรายการ ทั้งอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ ขณะที่ สภาพัฒน์ประมารการมูลค่าการส่งออกสินค้าในปี 2569 จะขยายตัวได้ร้อยละ 2.0

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) แถลงการส่งออกของไทยในเดือนมกราคม 2569 มีมูลค่า 31,573.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (980,744 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19 ที่ร้อยละ 24.4 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 20.9 การส่งออกของไทยขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับอานิสงส์จากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี AI และการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก ขณะที่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ และส่วนประกอบ ยังคงขยายตัวในระดับสูง 

สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตที่มั่นคงของภูมิภาค ในส่วนของสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป อาทิ ทุเรียน มังคุด ข้าวหอมมะลิ และกุ้งแช่แข็ง เริ่มกลับมาขยายตัวได้ดีในเดือนนี้ โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเทศกาล ซึ่งช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเผชิญความท้าทายจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์


ด้านนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวถึงกรณีนายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราภาษีศุลกากรกับสินค้านำเข้าจากทุกประเทศทั่วโลกครั้งใหม่ เป็นร้อยละ 15 โดยมีผลบังคับทันทีเป็นเวลา 150 วันว่า ยังเร็วไปที่จะประเมินผลกระทบต่อการส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ และการส่งออกโดยรวม  แต่เบื้องต้นถือเป็นข้อดีเพราะทุกประเทศเสียภาษีเท่าเทียมกัน ส่วนการส่งออกของไทยจะเป็นไปตามที่คาดการณ์หรือไม่จะขึ้นอยู่กับความสามารถแข่งขันของผู้ประกอบการ และหน่วยงานภาครัฐในการเจาะตลาด หรือหาตลาดใหม่ๆ ให้สามารถส่งออกได้เพิ่มขึ้น  

อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไปว่า สหรัฐฯจะนำมาตรการภาษีหรือเครื่องมืออื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่ โดยเฉพาะการเก็บภาษีนำเข้าเฉพาะรายสินค้า หากมีการนำมาใช้ก็ต้องประเมินผลกระทบการส่งออกไทยไปสหรัฐฯเป็นรายสินค้า 

ทั้งนี้ สภาพัฒน์ประมารการมูลค่าการส่งออกสินค้าในปี 2569 จะขยายตัวได้ร้อยละ 2.0

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN