นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในงานครบรอบ 46 ปี ฐานเศรษฐกิจถึงแนวทางการรับมือกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการค้าโลก โดยเฉพาะนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ว่า รัฐบาลได้มีการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับอัตราภาษีที่อาจปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 15 ตามมาตรา 122 ซึ่งคาดว่าจะมีผลเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมความพร้อมด้วยการเปิด “ศูนย์รับคำปรึกษา” เพื่อให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการที่อาจได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกันยังเดินหน้าเจรจากับสหรัฐฯ ในฐานะคู่ค้าหลักอย่างต่อเนื่อง โดยมีการหารือรอบล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าและปกป้องสิทธิประโยชน์ของประเทศ
สรุปข่าว
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในงานครบรอบ 46 ปี ฐานเศรษฐกิจถึงแนวทางการรับมือกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการค้าโลก โดยเฉพาะนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ว่า รัฐบาลได้มีการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับอัตราภาษีที่อาจปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 15 ตามมาตรา 122 ซึ่งคาดว่าจะมีผลเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมความพร้อมด้วยการเปิด “ศูนย์รับคำปรึกษา” เพื่อให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการที่อาจได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกันยังเดินหน้าเจรจากับสหรัฐฯ ในฐานะคู่ค้าหลักอย่างต่อเนื่อง โดยมีการหารือรอบล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าและปกป้องสิทธิประโยชน์ของประเทศ
โดยสิ่งที่เราประเมินอยู่ปัจจุบันนี้ คือความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นกับเรื่องของนโยบายภาษีของสหรัฐ ทั้งภาครัฐเองและผู้ประกอบการเอง ก็ต้องเตรียมตัวและก็ระมัดระวังในเรื่องนี้และก็ติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนในการเจรจายังต้องดำเนินต่อเนื่อง เพราะว่าสหรัฐฯ เป็นผู้ค้าหลักของเรา
สำหรับความคืบหน้าด้านข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) นางศุภจี ระบุว่าปัจจุบันการเจรจาการค้ายังต้องทำอย่างต่อเนื่อง โดยจะเร่งดำเนินการในเรื่องของ FTA กับ ศรีลังกา และ สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ที่ลงนามไปก่อนหน้านี้ อยู่ระหว่างขั้นตอนเตรียมนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาเพื่ออนุมัติและประกาศใช้
ส่วนเป้าหมายในปีนี้ กระทรวงฯ ตั้งเป้าปิดดีลการเจรจา FTA กับ เกาหลีใต้ และสหภาพยุโรป (EU) รวมถึงความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับ แคนาดา ให้สำเร็จภายในปีนี้ โดยแคนาดานั้นมีความสำคัญเพราะได้แสดงความต้องการเปิดเสรีการค้ากับอาเซียนเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีแผนทบทวน FTA ฉบับเดิมเพื่อบรรจุประเด็นสมัยใหม่อย่าง การค้าดิจิทัล (Digital Trade) และเร่งส่งเสริมให้ภาคเอกชนใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA ให้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีมีการใช้สิทธิ
นางศุภจี กล่าวว่า ตลาดอินเดีย เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง แม้ไทยจะเกินดุลการค้ากับอินเดียอย่างมาก ส่งออก 14,000 ล้านดอลลาร์ นำเข้า 4,000 ล้านดอลลาร์ แต่ยังมีอุปสรรคสำคัญคือมาตรฐาน BIS (Bureau of Indian Standards) ซึ่งไทยต้องเจรจาเพื่อลดข้อจำกัดทางเทคนิคเหล่านี้
