Starbucks Japan เดินหน้าปรับกลยุทธ์ด้านราคาและสิ่งแวดล้อมครั้งใหม่ โดยเริ่มเก็บค่าถุงสำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อแบบ Takeaway ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พร้อมประกาศปรับราคาเครื่องดื่มและอาหารบางรายการ เพื่อรับมือกับต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น
มาตรการใหม่กำหนดให้ลูกค้าที่ต้องการถุงสำหรับใส่สินค้า ต้องชำระค่าถุงใบละ 11 เยนต่อออเดอร์ โดยสามารถรับถุงได้ตามจำนวนสินค้าที่ซื้อในแต่ละครั้ง นโยบายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และกระตุ้นให้ผู้บริโภคพกถุงใช้ซ้ำ แม้ก่อนหน้านี้ Starbucks Japan จะใช้ถุงกระดาษที่ผ่านมาตรฐาน FSC ด้านความยั่งยืนมาตั้งแต่ปี 2009 แล้วก็ตาม
ด้านราคา Starbucks Japan ระบุว่าได้ดำเนินการปรับราคาเพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยยังคงโครงสร้างราคาตามทำเลที่เริ่มใช้ในปี 2025 ซึ่งแบ่งสาขาออกเป็นกลุ่ม Location A และ Location B ตามระดับความหนาแน่นของพื้นที่ เช่น สนามบิน ทางด่วน และใจกลางเมืองใหญ่ โดยราคาสาขากลุ่ม A สูงกว่าสาขาปกติเฉลี่ยร้อยละ 6 และกลุ่ม B สูงกว่าร้อยละ 4
สรุปข่าว
Starbucks Japan เดินหน้าปรับกลยุทธ์ด้านราคาและสิ่งแวดล้อมครั้งใหม่ โดยเริ่มเก็บค่าถุงสำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อแบบ Takeaway ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พร้อมประกาศปรับราคาเครื่องดื่มและอาหารบางรายการ เพื่อรับมือกับต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น
มาตรการใหม่กำหนดให้ลูกค้าที่ต้องการถุงสำหรับใส่สินค้า ต้องชำระค่าถุงใบละ 11 เยนต่อออเดอร์ โดยสามารถรับถุงได้ตามจำนวนสินค้าที่ซื้อในแต่ละครั้ง นโยบายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และกระตุ้นให้ผู้บริโภคพกถุงใช้ซ้ำ แม้ก่อนหน้านี้ Starbucks Japan จะใช้ถุงกระดาษที่ผ่านมาตรฐาน FSC ด้านความยั่งยืนมาตั้งแต่ปี 2009 แล้วก็ตาม
ด้านราคา Starbucks Japan ระบุว่าได้ดำเนินการปรับราคาเพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยยังคงโครงสร้างราคาตามทำเลที่เริ่มใช้ในปี 2025 ซึ่งแบ่งสาขาออกเป็นกลุ่ม Location A และ Location B ตามระดับความหนาแน่นของพื้นที่ เช่น สนามบิน ทางด่วน และใจกลางเมืองใหญ่ โดยราคาสาขากลุ่ม A สูงกว่าสาขาปกติเฉลี่ยร้อยละ 6 และกลุ่ม B สูงกว่าร้อยละ 4
ภายใต้การปรับครั้งล่าสุด Starbucks Japan เตรียมย้ายสาขาบางแห่งในเขต 23 เขตของกรุงโตเกียวเข้าสู่กลุ่ม Location A ที่มีราคาสูงขึ้น ขณะที่สาขากลุ่มราคาปกติจะมีการปรับขึ้นราคาเครื่องดื่มเมนูหลักบางรายการเพิ่มขึ้น 5–30 เยนต่อแก้ว รวมถึงบริการเติมกาแฟ "One More Coffee" ที่ปรับขึ้นอีก 20 เยน และเมนูอาหารบางรายการที่ปรับขึ้นในช่วง 5–30 เยนเช่นกัน
แม้การปรับราคาจะอยู่ในระดับจำกัด แต่ก็เกิดขึ้นในช่วงที่ผู้บริโภคญี่ปุ่นกำลังเผชิญภาวะค่าครองชีพเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ค่าจ้างยังเติบโตช้า ทำให้การใช้จ่ายด้านไลฟ์สไตล์และเครื่องดื่มอาจถูกพิจารณามากขึ้น
ขณะเดียวกัน การกำหนดราคาที่แตกต่างตามทำเลยังถือเป็นแนวทางที่ไม่แพร่หลายในตลาดญี่ปุ่น แม้จะเริ่มเห็นจากบางแบรนด์ เช่น McDonald’s Japan มาก่อน โดยนักวิเคราะห์มองว่ากลยุทธ์ดังกล่าวอาจช่วยเพิ่มรายได้ต่อหัวในสาขาทำเลทอง แม้ต้องแลกกับความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ราคา
อย่างไรก็ตาม ด้วยความนิยมที่ยังสูงในทำเลศักยภาพ Starbucks Japan มีแนวโน้มยังสามารถรักษาจำนวนลูกค้าได้ แม้จะมีการปรับราคาและเพิ่มค่าใช้จ่ายบางส่วน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างรายได้ การเติบโต และความยั่งยืนในระยะยาวของธุรกิจ
ที่มาข้อมูล : https://japantoday.com/category/business/starbucks-japan-to-raise-prices-and-charge-for-takeout-bags
ที่มารูปภาพ : -
