ยิ่งแบนยิ่งดัง! "Claude" ยอดโหลดแซง "ChatGPT"

Share on Line Share on Facebook Share on X

ความขัดแย้งระหว่างบริษัทพัฒนา AI อย่าง Anthropic กับกระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือเพนตากอน กำลังสะเทือนวงการเทคโนโลยีและความมั่นคง เมื่อบริษัทประกาศยืนหยัดในหลักจริยธรรม ไม่ยอมให้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของตนถูกนำไปใช้กับอาวุธอัตโนมัติหรือระบบเฝ้าระวังมวลชนภายในประเทศ

ท่าทีดังกล่าวส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งให้หน่วยงานรัฐยุติการใช้งานแชตบอต Claude ของ Anthropic พร้อมระบุว่าเป็นความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน และให้เพนตากอนมีเวลา 6 เดือนในการยุติการใช้งานระบบที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม การยืนหยัดของบริษัทกลับสร้างกระแสสนับสนุนจากผู้ใช้งานจำนวนมาก ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาด Sensor Tower ระบุว่า แอป Claude มียอดดาวน์โหลดในสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนแซงหน้า ChatGPT เป็นครั้งแรกในสัปดาห์นี้

ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านทหารและสิทธิมนุษยชนบางส่วนชื่นชมการตัดสินใจของ Anthropic แต่ก็สะท้อนความกังวลว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรม AI อาจโฆษณาศักยภาพของเทคโนโลยีเกินจริง จนทำให้รัฐบาลพยายามนำ AI ไปใช้ในภารกิจที่มีความเสี่ยงสูง

สรุปข่าว

ความขัดแย้งระหว่างบริษัทพัฒนา AI อย่าง Anthropic กับกระทรวงกลาโหมสหรัฐ กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการเทคโนโลยี เมื่อบริษัทปฏิเสธให้ใช้ AI ในอาวุธอัตโนมัติ จุดกระแสถกเถียงถึงจริยธรรมและความพร้อมของ AI ในสนามรบ ขณะที่ผู้บริโภคจำนวนมากกลับหันไปสนับสนุนแชตบอต Claude จนยอดดาวน์โหลดแซง ChatGPT ในสหรัฐ

ความขัดแย้งระหว่างบริษัทพัฒนา AI อย่าง Anthropic กับกระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือเพนตากอน กำลังสะเทือนวงการเทคโนโลยีและความมั่นคง เมื่อบริษัทประกาศยืนหยัดในหลักจริยธรรม ไม่ยอมให้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของตนถูกนำไปใช้กับอาวุธอัตโนมัติหรือระบบเฝ้าระวังมวลชนภายในประเทศ

ท่าทีดังกล่าวส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งให้หน่วยงานรัฐยุติการใช้งานแชตบอต Claude ของ Anthropic พร้อมระบุว่าเป็นความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน และให้เพนตากอนมีเวลา 6 เดือนในการยุติการใช้งานระบบที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม การยืนหยัดของบริษัทกลับสร้างกระแสสนับสนุนจากผู้ใช้งานจำนวนมาก ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาด Sensor Tower ระบุว่า แอป Claude มียอดดาวน์โหลดในสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนแซงหน้า ChatGPT เป็นครั้งแรกในสัปดาห์นี้

ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านทหารและสิทธิมนุษยชนบางส่วนชื่นชมการตัดสินใจของ Anthropic แต่ก็สะท้อนความกังวลว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรม AI อาจโฆษณาศักยภาพของเทคโนโลยีเกินจริง จนทำให้รัฐบาลพยายามนำ AI ไปใช้ในภารกิจที่มีความเสี่ยงสูง

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากนำ AI ที่ยังมีข้อจำกัดไปใช้ควบคุมอาวุธหรือวางแผนโจมตี อาจก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งต่อพลเรือนและทหารเอง จึงจำเป็นต้องมีมนุษย์คอยตรวจสอบและกำกับการใช้งานอย่างใกล้ชิด

ด้าน Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic ย้ำว่า ระบบ AI ระดับแนวหน้าของโลกในปัจจุบันยังไม่สามารถเชื่อถือได้เพียงพอสำหรับการควบคุมอาวุธอัตโนมัติ และบริษัทจะไม่จัดหาเทคโนโลยีที่อาจสร้างความเสี่ยงต่อทหารหรือประชาชน

ขณะเดียวกัน การตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐยังเปิดทางให้ OpenAI เข้ามามีบทบาทแทน หลังมีการทำข้อตกลงกับเพนตากอนเพื่อใช้ ChatGPT ในระบบที่มีความละเอียดอ่อน ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากผู้ใช้งานบางส่วน