“แบงก์ทั่วโลก” ประชุม รับความเสี่ยงเงินเฟ้อรอบใหม่///ย่อโลกค่ำ 16 มีค.

Share on Line Share on Facebook Share on X
 “แบงก์ทั่วโลก” ประชุม รับความเสี่ยงเงินเฟ้อรอบใหม่///ย่อโลกค่ำ 16 มีค.

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางชั้นนำของโลกกำลังเตรียมประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความกังวลว่าสงครามในอิหร่านอาจจุดชนวนแรงกดดันเงินเฟ้อรอบใหม่ ซึ่งอาจทำให้แผนการลดดอกเบี้ยต้องถูกเลื่อนออกไป และในบางประเทศอาจถึงขั้นต้องพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง

การประชุมรอบนี้มีธนาคารกลางรวม 21 แห่งทั่วโลก ที่กำลังจะกำหนดนโยบายการเงิน ซึ่งดูแลเศรษฐกิจรวมกันราว สองในสามของเศรษฐกิจโลก นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า หากสงครามยืดเยื้อและทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงต่อเนื่อง อาจก่อให้เกิดแรงกดดันเงินเฟ้อแบบเดียวกับที่โลกเผชิญหลังสงครามรัสเซีย–ยูเครนในปี 2565 ซึ่งทำให้เงินเฟ้อในหลายประเทศพุ่งขึ้นเป็นตัวเลขสองหลัก



สรุปข่าว

“ธนาคารกลางทั่วโลก” เตรียมประชุมสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงอาจจุดชนวนแรงกดดันเงินเฟ้อรอบใหม่

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางชั้นนำของโลกกำลังเตรียมประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความกังวลว่าสงครามในอิหร่านอาจจุดชนวนแรงกดดันเงินเฟ้อรอบใหม่ ซึ่งอาจทำให้แผนการลดดอกเบี้ยต้องถูกเลื่อนออกไป และในบางประเทศอาจถึงขั้นต้องพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง

การประชุมรอบนี้มีธนาคารกลางรวม 21 แห่งทั่วโลก ที่กำลังจะกำหนดนโยบายการเงิน ซึ่งดูแลเศรษฐกิจรวมกันราว สองในสามของเศรษฐกิจโลก นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า หากสงครามยืดเยื้อและทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงต่อเนื่อง อาจก่อให้เกิดแรงกดดันเงินเฟ้อแบบเดียวกับที่โลกเผชิญหลังสงครามรัสเซีย–ยูเครนในปี 2565 ซึ่งทำให้เงินเฟ้อในหลายประเทศพุ่งขึ้นเป็นตัวเลขสองหลัก



Tom Orlik หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Bloomberg Economics กล่าวว่า “ธนาคารกลางสามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยได้ แต่ไม่สามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้” โดยคาดว่าผู้กำหนดนโยบายจะเลือกคงดอกเบี้ยและส่งสัญญาณเฝ้าระวังเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด พร้อมหวังว่าสงครามจะยุติก่อนจะกลายเป็นปัญหาเงินเฟ้อรอบใหม่

ในสหรัฐฯ แม้แรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงานเพิ่มขึ้น แต่ตลาดยังคงคาดว่าเฟดอาจเริ่มลดดอกเบี้ยในปีนี้ เนื่องจากตลาดแรงงานเริ่มมีสัญญาณชะลอตัว ขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ยังเรียกร้องให้เฟดลดดอกเบี้ยเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

ส่วนในยุโรป ภาพรวมแตกต่างออกไป โดยธนาคารกลางยุโรปให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมากขึ้น ทำให้ความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยลดลงอย่างมาก และตลาดบางส่วนเริ่มคาดการณ์ว่าอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย


ขณะที่ญี่ปุ่น ซึ่งเงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางมานานหลายปี อาจพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม เนื่องจากประเทศพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางอย่างมาก และราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจกระทบเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาด การเติบโตทางเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อทั่วโลก พร้อมเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด

ที่มาข้อมูล : สำนักข่าวบลูมเบิร์ก

ที่มารูปภาพ : TNN