"กัมพูชาวิกฤต" ขาดก๊าซหุงต้ม รายใหญ่หยุดขาย 1 เม.ย.

Share on Line Share on Facebook Share on X

กัมพูชากำลังเผชิญภาวะขาดแคลนก๊าซหุงต้ม หรือ LPG หลังซัพพลายจากต่างประเทศหยุดชะงักจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้รัฐบาลต้องออกมาตรการเร่งด่วน ทั้งการขอความร่วมมือประชาชนลดการใช้ก๊าซ และหันไปใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าแทน

สถานการณ์ยิ่งตึงตัวขึ้น หลังบริษัท Sokimex (โซกิเม็กซ์) หนึ่งในผู้จัดหาพลังงานรายใหญ่ของประเทศ ประกาศเตรียมหยุดจ่าย LPG ชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน หากยังไม่สามารถหาแหล่งนำเข้าใหม่ได้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเหมืองแร่และพลังงานของกัมพูชายืนยันว่า ขณะนี้เชื้อเพลิงประเภทอื่น เช่น น้ำมันเครื่องบิน เบนซิน และดีเซล ยังมีเพียงพอ แม้ต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวดมากขึ้น แต่ยอมรับว่า LPG เป็นพลังงานที่มีข้อจำกัดมากที่สุด

LPG ถือเป็นพลังงานสำคัญในหลายภาคส่วน ทั้งอุตสาหกรรม ร้านอาหารขนาดใหญ่ รวมถึงการขนส่ง เช่น รถแท็กซี่และรถตุ๊กตุ๊ก ทำให้รัฐบาลต้องจัดลำดับความสำคัญในการใช้งาน พร้อมเร่งเจรจากับประเทศในอาเซียน เพื่อหาช่องทางนำเข้าเพิ่มเติม

สรุปข่าว

กัมพูชา กำลังเผชิญภาวะก๊าซหุงต้มตึงตัว หลังสงครามตะวันออกกลางกระทบการนำเข้า รัฐเร่งควบคุมการใช้ พร้อมหันพึ่งอาเซียนเป็นแหล่งนำเข้าใหม่ ขณะที่ราคาพุ่งกดดันทั้งผู้บริโภคและธุรกิจ

กัมพูชากำลังเผชิญภาวะขาดแคลนก๊าซหุงต้ม หรือ LPG หลังซัพพลายจากต่างประเทศหยุดชะงักจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้รัฐบาลต้องออกมาตรการเร่งด่วน ทั้งการขอความร่วมมือประชาชนลดการใช้ก๊าซ และหันไปใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าแทน

สถานการณ์ยิ่งตึงตัวขึ้น หลังบริษัท Sokimex (โซกิเม็กซ์) หนึ่งในผู้จัดหาพลังงานรายใหญ่ของประเทศ ประกาศเตรียมหยุดจ่าย LPG ชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน หากยังไม่สามารถหาแหล่งนำเข้าใหม่ได้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเหมืองแร่และพลังงานของกัมพูชายืนยันว่า ขณะนี้เชื้อเพลิงประเภทอื่น เช่น น้ำมันเครื่องบิน เบนซิน และดีเซล ยังมีเพียงพอ แม้ต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวดมากขึ้น แต่ยอมรับว่า LPG เป็นพลังงานที่มีข้อจำกัดมากที่สุด

LPG ถือเป็นพลังงานสำคัญในหลายภาคส่วน ทั้งอุตสาหกรรม ร้านอาหารขนาดใหญ่ รวมถึงการขนส่ง เช่น รถแท็กซี่และรถตุ๊กตุ๊ก ทำให้รัฐบาลต้องจัดลำดับความสำคัญในการใช้งาน พร้อมเร่งเจรจากับประเทศในอาเซียน เพื่อหาช่องทางนำเข้าเพิ่มเติม

แม้จะมีผู้ประกอบการนำเข้า LPG อยู่ 7 ราย และบางส่วนยังสามารถนำเข้าได้ในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน แต่ภาครัฐยอมรับว่าสถานการณ์ยังไม่แน่นอน และต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน รัฐบาลพยายามสกัดพฤติกรรมกักตุนสินค้า โดยยืนยันว่าประเทศยังมีแหล่งซัพพลายอื่นรองรับ และขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก

ผลกระทบเริ่มสะท้อนชัดในระดับผู้บริโภค โดยคนขับรถตุ๊กตุ๊กในเมืองสีหนุวิลล์ระบุว่า ราคาก๊าซพุ่งจากระดับปกติราว 1,500–1,600 เรียลต่อลิตร ขึ้นมาเกิน 3,000 เรียล ทำให้ต้องประหยัดการใช้งานมากขึ้น ขณะที่ร้านอาหารเองก็เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มสูง

ด้านกระทรวงพาณิชย์กัมพูชาระบุว่า ราคาน้ำมันในประเทศยังคงปรับเพิ่มตามตลาดโลก ล่าสุด เบนซินอยู่ที่ 5,400 เรียลต่อลิตร และดีเซล 6,700 เรียลต่อลิตร

อย่างไรก็ตาม เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน รัฐบาลได้ปรับลดภาษีน้ำมันหลายรายการเหลือศูนย์ และลดภาษีมูลค่าเพิ่มบางส่วน เพื่อพยุงราคาพลังงานในประเทศ

วิกฤตครั้งนี้สะท้อนความเปราะบางของระบบพลังงานในภูมิภาค ที่ยังพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก และยิ่งตอกย้ำว่าความมั่นคงด้านพลังงานกำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจอาเซียนในระยะยาว