"ทรัมป์" เผย "สหรัฐ" ยิงเรืออิหร่าน ฮอร์มุซตึงเครียดพุ่ง

Share on Line Share on Facebook Share on X

สถานการณ์พลังงานโลกตึงเครียดขึ้นอีกขั้น หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยว่ากองทัพเรือสหรัฐได้เข้ายึดเรือบรรทุกสินค้าของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ หลังใช้กำลังยิงสกัดเครื่องยนต์เพื่อหยุดการเคลื่อนที่

รายงานระบุว่า เรือติดขีปนาวุธนำวิถี USS Spruance ของสหรัฐ ได้สกัดเรือสินค้าชื่อ Touska ในอ่าวโอมาน โดยกองทัพเรือสหรัฐได้ส่งสัญญาณเตือนให้หยุดเรือหลายครั้ง แต่ลูกเรืออิหร่านไม่ปฏิบัติตาม ทำให้ต้องใช้กำลังยิงเพื่อหยุดเรือ ก่อนเข้าควบคุมสถานการณ์

กองบัญชาการกลางของสหรัฐ หรือ CENTCOM ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเรืออิหร่านปฏิเสธคำเตือนนานกว่า 6 ชั่วโมง โดยยืนยันว่าการปฏิบัติการของสหรัฐเป็นไปอย่างมีแบบแผน มืออาชีพ และได้สัดส่วน

การยึดเรือครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการยกระดับมาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐต่ออิหร่าน โดยก่อนหน้านี้ สหรัฐได้สั่งให้เรือพาณิชย์อย่างน้อย 25 ลำเปลี่ยนเส้นทางหรือกลับเข้าท่าเรืออิหร่าน

สรุปข่าว

สหรัฐยกระดับปฏิบัติการ ยึดเรืออิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ จุดยุทธศาสตร์พลังงานโลก ขณะอิหร่านตอบโต้ปิดเส้นทาง ส่งผลให้ต้นทุนธุรกิจและราคาน้ำมันทั่วโลกเผชิญความเสี่ยงรอบใหม่

สถานการณ์พลังงานโลกตึงเครียดขึ้นอีกขั้น หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยว่ากองทัพเรือสหรัฐได้เข้ายึดเรือบรรทุกสินค้าของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ หลังใช้กำลังยิงสกัดเครื่องยนต์เพื่อหยุดการเคลื่อนที่

รายงานระบุว่า เรือติดขีปนาวุธนำวิถี USS Spruance ของสหรัฐ ได้สกัดเรือสินค้าชื่อ Touska ในอ่าวโอมาน โดยกองทัพเรือสหรัฐได้ส่งสัญญาณเตือนให้หยุดเรือหลายครั้ง แต่ลูกเรืออิหร่านไม่ปฏิบัติตาม ทำให้ต้องใช้กำลังยิงเพื่อหยุดเรือ ก่อนเข้าควบคุมสถานการณ์

กองบัญชาการกลางของสหรัฐ หรือ CENTCOM ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเรืออิหร่านปฏิเสธคำเตือนนานกว่า 6 ชั่วโมง โดยยืนยันว่าการปฏิบัติการของสหรัฐเป็นไปอย่างมีแบบแผน มืออาชีพ และได้สัดส่วน

การยึดเรือครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการยกระดับมาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐต่ออิหร่าน โดยก่อนหน้านี้ สหรัฐได้สั่งให้เรือพาณิชย์อย่างน้อย 25 ลำเปลี่ยนเส้นทางหรือกลับเข้าท่าเรืออิหร่าน

สถานการณ์ยิ่งตึงเครียด หลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพื่อตอบโต้การปิดล้อมท่าเรือจากสหรัฐ โดยย้ำว่าจะควบคุมการสัญจรในเส้นทางดังกล่าวจนกว่าสงครามจะยุติ

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก เนื่องจากรองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราวร้อยละ 20 ของปริมาณทั้งหมด การปิดเส้นทางดังกล่าวจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อซัพพลายพลังงานโลก และทำให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มผันผวนรุนแรง

สำหรับภาคธุรกิจ ผลกระทบเริ่มขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่พึ่งพาพลังงานเป็นต้นทุนหลัก ทั้งสายการบิน โลจิสติกส์ และการขนส่ง ซึ่งมีแนวโน้มต้องเผชิญต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น และอาจสะท้อนผ่านราคาสินค้าและบริการในระยะถัดไป

นอกจากนี้ ความเสี่ยงด้านการขนส่งทางทะเลยังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายงานว่ามีลูกเรือมากกว่า 20,000 คนติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย สะท้อนความไม่แน่นอนในระบบโลจิสติกส์โลก ซึ่งอาจกระทบห่วงโซ่อุปทานในหลายอุตสาหกรรม

ในเชิงกลยุทธ์ องค์กรขนาดใหญ่เริ่มเร่งปรับตัว ทั้งการกระจายแหล่งพลังงาน การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และการลงทุนในพลังงานทางเลือก เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของน้ำมัน

ภาพรวมของเหตุการณ์นี้สะท้อนว่า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังแปรเปลี่ยนเป็นความเสี่ยงต้นทุน สำหรับภาคธุรกิจทั่วโลก และทำให้พลังงานกลับมาเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจในระยะนี้

ที่มาข้อมูล : https://www.npr.org/2026/04/19/nx-s1-5790378/iran-us-hormuz-closed-impossible

ที่มารูปภาพ : -