"เอกนิติ"ปลื้ม"มูดี้ส์"ยังมั่นใจเศรษฐกิจไทย

Share on Line Share on Facebook Share on X
"เอกนิติ"ปลื้ม"มูดี้ส์"ยังมั่นใจเศรษฐกิจไทย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2569 บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก Moody’s ได้ประกาศปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) จากระดับเชิงลบ (Negative Outlook) ขึ้นมาสู่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) 

และประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ (Sovereign Credit Rating) ไว้ที่ระดับ Baa1 โดยการปรับมุมมองเชิงบวกในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงสมดุลความเสี่ยง  ต่อเศรษฐกิจไทยที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงความเชื่อมั่นของสถาบันระดับโลกที่มีต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Moody’s ตัดสินใจปรับมุมมองในครั้งนี้ มาจากเสถียรภาพของรัฐบาลที่ช่วยลดทอนความไม่แน่นอนทางการเมือง ซึ่งเคยเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจไทยในอดีต 


สรุปข่าว

"เอกนิติ" เผยข่าวดี Moody's ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือเศรษฐกิจไทยจากเชิงลบสู่ "มีเสถียรภาพ" สะท้อนความเชื่อมั่นการเมืองนิ่ง-นโยบายปฏิรูปชัดเจน รัฐบาลย้ำ! เดินหน้ามาตรการคลังมุ่งเป้า

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2569 บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก Moody’s ได้ประกาศปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) จากระดับเชิงลบ (Negative Outlook) ขึ้นมาสู่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) 

และประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ (Sovereign Credit Rating) ไว้ที่ระดับ Baa1 โดยการปรับมุมมองเชิงบวกในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงสมดุลความเสี่ยง  ต่อเศรษฐกิจไทยที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงความเชื่อมั่นของสถาบันระดับโลกที่มีต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Moody’s ตัดสินใจปรับมุมมองในครั้งนี้ มาจากเสถียรภาพของรัฐบาลที่ช่วยลดทอนความไม่แน่นอนทางการเมือง ซึ่งเคยเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจไทยในอดีต 


โดยเสถียรภาพดังกล่าวเข้ามาสนับสนุนความต่อเนื่องของนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ เพื่อสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ๆ อย่างชัดเจน

ในมิติของปัจจัยภายนอก ความเสี่ยงต่างๆ ได้เริ่มคลี่คลายลง โดยเฉพาะความกังวลต่อนโยบายการจัดเก็บภาษีศุลกากรต่างตอบแทน (Reciprocal Tariff) ที่ลดระดับลงภายหลังกระบวนการเจรจา ส่งผลให้อัตราภาษีศุลกากรต่อสินค้าไทยกลับมาอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ และใกล้เคียงกับประเทศในภูมิภาค

นอกจากนี้ ฐานะการเงินต่างประเทศของไทยยังคงแข็งแกร่ง และเป็นเกราะป้องกันชั้นดี โดยข้อมูล ณ เดือนมี.ค.2569 ประเทศไทยมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศสูงกว่า 23.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพียงพอต่อการรองรับการนำเข้าสินค้า และบริการได้มากถึง 7 เดือน


ทั้งนี้ ผลการประเมินดังกล่าวสะท้อนว่าพื้นฐานเศรษฐกิจ และเสถียรภาพของไทยยังคงแข็งแกร่ง และทิศทางนโยบายที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่นั้นมาถูกทาง โดยเฉพาะการใช้นโยบายการคลังแบบมุ่งเป้า เพื่อดูแลประชาชน และบรรเทาผลกระทบในระยะสั้น ควบคู่ไปกับการเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว

โดยหัวใจสำคัญที่บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือจะให้ความสำคัญในระยะข้างหน้า คือ การเดินหน้านโยบายอย่างต่อเนื่อง 

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN