"จีน" เดือด โวยสหรัฐฯ คุกคาม "เวเนซุเอลา" หลังประกาศยึดน้ำมันตามใจชอบ ชี้ผลประโยชน์จีนต้องได้รับการคุ้มครอง

Share on Line Share on Facebook Share on X
"จีน" เดือด โวยสหรัฐฯ คุกคาม "เวเนซุเอลา" หลังประกาศยึดน้ำมันตามใจชอบ ชี้ผลประโยชน์จีนต้องได้รับการคุ้มครอง

"จีน" ประณาม "สหรัฐฯ" ยึดน้ำมัน "เวเนซุเอลา" ตามใจชอบ คุกคามอธิปไตย ชี้ผลประโยชน์จีนและชาติต่างๆ ต้องได้รับการคุ้มครอง


เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้แถลงประณามสหรัฐฯ จากกรณีที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กดดันให้รัฐบาลรักษาการเวเนซุเอลา ส่งมอบน้ำมันให้กับสหรัฐฯ มากถึง 30-50 ล้านบาร์เรล หรือคิดเป็นมูลค่าที่อาจจะสูงถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยย้ำว่าที่ผ่านมาสหรัฐฯ มีการดำเนินมาตรการคว่ำบาตรการค้าน้ำมันของเวเนซุเอลาตามใจชอบมายาวนาน 


รวมไปถึงล่าสุดก่อนหน้านี้ก็มีการใช้กำลังทหารโจมตีเวเนซุเอลา และการใช้หลักการ "อเมริกาต้องมาก่อน" ในการเข้ามาจัดการทรัพยการน้ำมันของเวเนซุเอลา จีนขอเรียกการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการคุกคาม ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ละเมิดอธิปไตยของเวเนซุเอลา บ่อนทำลายสิทธิของประชาชนชาวเวเนซุเอลา และยังมีผลต่อเสถียรภาพของห่วงโซ่การผลิตและอุปทานทั่วโลก 


จีนจึงขอประณามอย่างรุนแรง และขอเน้นย้ำอีกครั้งว่าความร่วมมือระหว่างจีนและเวเนซุเอลา รวมถึงชาติอื่นๆใดก็ตาม ที่เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐอธิปไตย จะต้องได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายระหว่างประเทศ


โดยก่อนหน้าที่ทางการจีนจะออกมาเคลื่อนไหวนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้มีโพสต์ผ่าน Truth Social เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 กล่าวอ้างว่า รัฐบาลรักษาการเวเนซุเอลาจะส่งมอบน้ำมันคุณภาพสูงที่ถูกคว่ำบาตรจำนวน 30-50 ล้านบาร์เรล ให้กับสหรัฐฯ เพื่อนำไปขายในราคาตลาดโลก และเงินทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การควบคุมของทรัมป์ ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยจะถูกนำไปใช้ประโยชน์เพื่อชาวเวเนซุเอลาและสหรัฐฯ



สรุปข่าว

โฆษกต่างประเทศของจีน ได้ออกมาประณามสหรัฐฯ กรณีคุกคามอธิปไตย และยึดน้ำมัน "เวเนซุเอลา" ตามใจชอบ ชี้ผลประโยชน์จีนและชาติต่างๆ ต้องได้รับการคุ้มครอง

"จีน" ประณาม "สหรัฐฯ" ยึดน้ำมัน "เวเนซุเอลา" ตามใจชอบ คุกคามอธิปไตย ชี้ผลประโยชน์จีนและชาติต่างๆ ต้องได้รับการคุ้มครอง


เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้แถลงประณามสหรัฐฯ จากกรณีที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กดดันให้รัฐบาลรักษาการเวเนซุเอลา ส่งมอบน้ำมันให้กับสหรัฐฯ มากถึง 30-50 ล้านบาร์เรล หรือคิดเป็นมูลค่าที่อาจจะสูงถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยย้ำว่าที่ผ่านมาสหรัฐฯ มีการดำเนินมาตรการคว่ำบาตรการค้าน้ำมันของเวเนซุเอลาตามใจชอบมายาวนาน 


รวมไปถึงล่าสุดก่อนหน้านี้ก็มีการใช้กำลังทหารโจมตีเวเนซุเอลา และการใช้หลักการ "อเมริกาต้องมาก่อน" ในการเข้ามาจัดการทรัพยการน้ำมันของเวเนซุเอลา จีนขอเรียกการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการคุกคาม ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ละเมิดอธิปไตยของเวเนซุเอลา บ่อนทำลายสิทธิของประชาชนชาวเวเนซุเอลา และยังมีผลต่อเสถียรภาพของห่วงโซ่การผลิตและอุปทานทั่วโลก 


จีนจึงขอประณามอย่างรุนแรง และขอเน้นย้ำอีกครั้งว่าความร่วมมือระหว่างจีนและเวเนซุเอลา รวมถึงชาติอื่นๆใดก็ตาม ที่เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐอธิปไตย จะต้องได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายระหว่างประเทศ


โดยก่อนหน้าที่ทางการจีนจะออกมาเคลื่อนไหวนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้มีโพสต์ผ่าน Truth Social เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 กล่าวอ้างว่า รัฐบาลรักษาการเวเนซุเอลาจะส่งมอบน้ำมันคุณภาพสูงที่ถูกคว่ำบาตรจำนวน 30-50 ล้านบาร์เรล ให้กับสหรัฐฯ เพื่อนำไปขายในราคาตลาดโลก และเงินทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การควบคุมของทรัมป์ ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยจะถูกนำไปใช้ประโยชน์เพื่อชาวเวเนซุเอลาและสหรัฐฯ



ย้อนกลับไปหลังจากสหรัฐฯ ได้เปิดปฎิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลา พร้อมกับบุกจับกุมประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร ทางการจีนก็มีท่าทีที่ต่อต้านและไม่ยอมรับมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ระบุว่าปักกิ่งไม่ยอมรับประเทศใด ๆ ที่ทำตัวเป็น "ผู้พิพากษาโลก" (world's judge) หลังจากที่สหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการ


หวัง อี้ เคยกล่าวว่า เราไม่เคยเชื่อว่าประเทศใด ๆ สามารถทำหน้าที่เป็นตำรวจโลกได้ และเราไม่ยอมรับว่าประเทศใด ๆ สามารถอ้างตัวว่าเป็นผู้พิพากษาโลกได้ โดยคำพูดดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประชุมที่ปักกิ่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2569  พร้อมอ้างถึง "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันในเวเนซุเอลา" โดยไม่ได้เอ่ยถึงสหรัฐฯ โดยตรง


รวมไปถึงนักการทูตระดับสูงของจีนกล่าวเสริมในถ้อยแถลงครั้งแรก ระบุว่า อธิปไตยและความมั่นคงของทุกประเทศควรได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ 


ทั้งนี้จีนเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และได้ให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่เวเนซุเอลามาโดยตลอด นับตั้งแต่สหรัฐฯ และพันธมิตรเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรในปี 2017 โดยข้อมูลจากกรมศุลกากรชี้ให้เห็นว่า สินค้าเกือบครึ่งหนึ่งที่จีนซื้อจากเวเนซุเอลาคือน้ำมันดิบ ขณะที่ข้อมูลจากสถาบันวิจัย American Enterprise Institute ซึ่งติดตามการลงทุนของบริษัทจีนในต่างประเทศ ระบุว่า บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของรัฐบาลจีนได้ลงทุนในเวเนซุเอลาประมาณ 4,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2018

ที่มาข้อมูล : Reuters Bloomberg

ที่มารูปภาพ : TNN

sticky-bar-top