ขอเปิดทาง "KPOP" ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เยือน "จีน" ครั้งแรกรอบ 6 ปี ฟื้นสัมพันธ์ พร้อมเซลฟี่ "สีจิ้น ผิง"

Share on Line Share on Facebook Share on X

ขอเปิดทาง "KPOP" ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เยือนจีนอย่างเป็นทางการ ครั้งแรกรอบ 6 ปี ฟื้นสัมพันธ์ พร้อมเซลฟี่ "สีจิ้น ผิง"


ภาพประวัติศาสตร์ เมื่ออี แจ-มย็อง ประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ได้ขอเซลฟี่กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ระหว่างการเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันจันทร์ที่ 6 มกราคม 2569  และเป็นการถ่ายภาพที่ไม่ธรรมดา เป็นเซลฟี่ระดับตำนานของจริง โดยเฉพาะมือถือหรือสมาร์ตโฟนที่ใช้ถ่ายเครื่องดังกล่าวนั้น เป็นโทรศัพท์แบรนด์จีน Xiaomi รุ่นที่สี จิ้นผิงเคยมอบให้อี แจ-มยองเป็นของขวัญในการพบกันก่อนหน้านี้ 


โดยประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ได้โพสต์ภาพดังกล่าวเผยแพร่ลงบนแพลตฟอร์ม X ในเวลาต่อมา ซึ่งถูกจับตามองว่านี่คือสัญลักษณ์ของท่าทีที่ประนีประนอมและเป็นกันเองมากขึ้นระหว่างสองชาติ ที่ในอดีตนั้นเคยมีความตึงเครียด โดยเฉพาะในยุคสมัยของอดีตประธานาธิบดียุนซอกยอล ผู้นำของเกาหลีใต้คนก่อนหน้านี้ 


การเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการของผู้นำเกาหลีใต้ในครั้งนี้นับครั้งแรกในรอบ 6 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2019 เป้าหมาย คือ เป็นการเดินหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติ เพื่อเข้าสู่ยุคใหม่ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ขณะที่จีนเองก็อยู่ระหว่างการถูกจับตากับความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่น หลังจากความตึงเครียดเพราะคำพูดของผู้นำญี่ปุ่นเรื่องอ่อนไหวเกี่ยวกับไต้หวันและแนวคิดจีนเดียว หรือวันไชน่า  


ไม่ต่างจากความสัมพันธ์ระหว่างจีนและเกาหลีใต้ก่อนหน้านี้ เคยอยู่ในจุดที่ตกต่ำอย่างหนักในยุคของอดีตประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ซึ่งที่มีการเลือกเดินนโยบายใกล้ชิดสหรัฐฯ และญี่ปุ่นอย่างชัดเจน ส่งผลให้จีนลดระดับความร่วมมือในหลายมิติ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม


แต่สำหรับหนนี้ คือ ศักราชใหม่ ยุคใหม่  ประธานาธิบดี อี แจ-มย็อง เดินทางมาปักกิ่งพร้อมคณะรัฐมนตรีและผู้นำภาคธุรกิจรายใหญ่ของเกาหลีใต้ อาทิ ซัมซุง, SK, ฮุนได และ LG สะท้อนว่าการเยือนครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเมืองระหว่างรัฐ แต่เป็นความพยายามเชื่อมโยงการทูตเข้ากับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยเป้าหมายหลักคือการฟื้นฟูความสัมพันธ์ “ในทุกมิติ” ตั้งแต่ความมั่นคง การค้า เทคโนโลยี ไปจนถึงวัฒนธรรมและซอฟต์พาวเวอร์


บรรยากาศการหารือระหว่างอี แจ-มยอง กับสี จิ้นผิง ถูกอธิบายโดยเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายว่าเป็นไปอย่าง “เปิดกว้างและสร้างสรรค์” สี จิ้นผิงเน้นย้ำว่าความถี่ของการพบปะระหว่างผู้นำในช่วงหลังสะท้อนถึงความสำคัญของความสัมพันธ์จีน–เกาหลีใต้ พร้อมชี้ว่าทั้งสองประเทศเป็นเพื่อนบ้านที่มีผลประโยชน์ร่วมกันจำนวนมาก และควรยกระดับการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น


ผู้นำจีนยังกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงนัยทางประวัติศาสตร์ว่า จีนและเกาหลีใต้มีอดีตร่วมกันในการต่อต้านลัทธิทหารนิยมญี่ปุ่น และเรียกร้องให้เกาหลีใต้ “ยืนอยู่บนฝั่งที่ถูกต้องของประวัติศาสตร์” คำกล่าวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างจีนและญี่ปุ่น หลังนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ แห่งญี่ปุ่น แสดงท่าทีว่าอาจพิจารณาส่งกองกำลังป้องกันตนเองเข้าช่วยไต้หวัน หากเกิดความขัดแย้งทางทหารกับจีน


นักวิเคราะห์มองว่าท่าทีของสี จิ้นผิงสะท้อนความพยายามของปักกิ่งในการดึงโซลให้รักษาระยะห่างจากโตเกียว และลดการประสานเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของดุลอำนาจในเอเชียตะวันออก อย่างไรก็ตาม อี แจ-มยอง ตระหนักดีว่าการฟื้นสัมพันธ์กับจีนไม่อาจแลกกับการบั่นทอนพันธมิตรด้านความมั่นคงกับวอชิงตันได้ เขาจึงต้องเดินบน “เส้นลวดทางการทูต” อย่างระมัดระวัง โดยมีกำหนดเยือนญี่ปุ่นเพื่อพบกับนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิในช่วงปลายเดือนเดียวกัน





สรุปข่าว

ครั้งแรกในรอบ 6 ปี ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางการต้อนรับที่อบอุ่น ถึงขั้นว่ามีภาพเซลฟี่ระดับโลก คู่กับสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน เป็นภาพที่ตอกย้ำความชื่นมื่น และท่าทีที่ผ่อนคลายของทั้งสองชาติ และความหวังกระชับมิตร สู่ยุคใหม่ ทั้งเศรษฐกิจ และความมั่นคง โดยเฉพาะการขอให้จีนเปิดทางใหักับคอนเทนต์ KPOP สู่ตลาดจีนเต็มที่อีกครั้ง

ขอเปิดทาง "KPOP" ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เยือนจีนอย่างเป็นทางการ ครั้งแรกรอบ 6 ปี ฟื้นสัมพันธ์ พร้อมเซลฟี่ "สีจิ้น ผิง"


ภาพประวัติศาสตร์ เมื่ออี แจ-มย็อง ประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ได้ขอเซลฟี่กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ระหว่างการเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันจันทร์ที่ 6 มกราคม 2569  และเป็นการถ่ายภาพที่ไม่ธรรมดา เป็นเซลฟี่ระดับตำนานของจริง โดยเฉพาะมือถือหรือสมาร์ตโฟนที่ใช้ถ่ายเครื่องดังกล่าวนั้น เป็นโทรศัพท์แบรนด์จีน Xiaomi รุ่นที่สี จิ้นผิงเคยมอบให้อี แจ-มยองเป็นของขวัญในการพบกันก่อนหน้านี้ 


โดยประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ได้โพสต์ภาพดังกล่าวเผยแพร่ลงบนแพลตฟอร์ม X ในเวลาต่อมา ซึ่งถูกจับตามองว่านี่คือสัญลักษณ์ของท่าทีที่ประนีประนอมและเป็นกันเองมากขึ้นระหว่างสองชาติ ที่ในอดีตนั้นเคยมีความตึงเครียด โดยเฉพาะในยุคสมัยของอดีตประธานาธิบดียุนซอกยอล ผู้นำของเกาหลีใต้คนก่อนหน้านี้ 


การเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการของผู้นำเกาหลีใต้ในครั้งนี้นับครั้งแรกในรอบ 6 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2019 เป้าหมาย คือ เป็นการเดินหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติ เพื่อเข้าสู่ยุคใหม่ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ขณะที่จีนเองก็อยู่ระหว่างการถูกจับตากับความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่น หลังจากความตึงเครียดเพราะคำพูดของผู้นำญี่ปุ่นเรื่องอ่อนไหวเกี่ยวกับไต้หวันและแนวคิดจีนเดียว หรือวันไชน่า  


ไม่ต่างจากความสัมพันธ์ระหว่างจีนและเกาหลีใต้ก่อนหน้านี้ เคยอยู่ในจุดที่ตกต่ำอย่างหนักในยุคของอดีตประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ซึ่งที่มีการเลือกเดินนโยบายใกล้ชิดสหรัฐฯ และญี่ปุ่นอย่างชัดเจน ส่งผลให้จีนลดระดับความร่วมมือในหลายมิติ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม


แต่สำหรับหนนี้ คือ ศักราชใหม่ ยุคใหม่  ประธานาธิบดี อี แจ-มย็อง เดินทางมาปักกิ่งพร้อมคณะรัฐมนตรีและผู้นำภาคธุรกิจรายใหญ่ของเกาหลีใต้ อาทิ ซัมซุง, SK, ฮุนได และ LG สะท้อนว่าการเยือนครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเมืองระหว่างรัฐ แต่เป็นความพยายามเชื่อมโยงการทูตเข้ากับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยเป้าหมายหลักคือการฟื้นฟูความสัมพันธ์ “ในทุกมิติ” ตั้งแต่ความมั่นคง การค้า เทคโนโลยี ไปจนถึงวัฒนธรรมและซอฟต์พาวเวอร์


บรรยากาศการหารือระหว่างอี แจ-มยอง กับสี จิ้นผิง ถูกอธิบายโดยเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายว่าเป็นไปอย่าง “เปิดกว้างและสร้างสรรค์” สี จิ้นผิงเน้นย้ำว่าความถี่ของการพบปะระหว่างผู้นำในช่วงหลังสะท้อนถึงความสำคัญของความสัมพันธ์จีน–เกาหลีใต้ พร้อมชี้ว่าทั้งสองประเทศเป็นเพื่อนบ้านที่มีผลประโยชน์ร่วมกันจำนวนมาก และควรยกระดับการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น


ผู้นำจีนยังกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงนัยทางประวัติศาสตร์ว่า จีนและเกาหลีใต้มีอดีตร่วมกันในการต่อต้านลัทธิทหารนิยมญี่ปุ่น และเรียกร้องให้เกาหลีใต้ “ยืนอยู่บนฝั่งที่ถูกต้องของประวัติศาสตร์” คำกล่าวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างจีนและญี่ปุ่น หลังนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ แห่งญี่ปุ่น แสดงท่าทีว่าอาจพิจารณาส่งกองกำลังป้องกันตนเองเข้าช่วยไต้หวัน หากเกิดความขัดแย้งทางทหารกับจีน


นักวิเคราะห์มองว่าท่าทีของสี จิ้นผิงสะท้อนความพยายามของปักกิ่งในการดึงโซลให้รักษาระยะห่างจากโตเกียว และลดการประสานเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของดุลอำนาจในเอเชียตะวันออก อย่างไรก็ตาม อี แจ-มยอง ตระหนักดีว่าการฟื้นสัมพันธ์กับจีนไม่อาจแลกกับการบั่นทอนพันธมิตรด้านความมั่นคงกับวอชิงตันได้ เขาจึงต้องเดินบน “เส้นลวดทางการทูต” อย่างระมัดระวัง โดยมีกำหนดเยือนญี่ปุ่นเพื่อพบกับนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิในช่วงปลายเดือนเดียวกัน





"จีน" ตลาดใหญ่อุตสาหกรรมบันเทิง "เกาหลีใต้" หวังทางการเปิดทางอีกครั้ง หลังถูกจำกัดมาหลายปี

 

มาเยือนจีนครั้งแรกรอบหกปี  อี แจ-มยอง ไม่ได้มาแค่เพื่อเซลฟี่ แต่สิ่งสำคัญ คือ ความมั่นคง และการส่งเสริมการค้า โดยเฉพาะเรื่องของ  “ซอฟต์พาวเวอร์”  K-Pop ที่หวังว่าจีนในฐานะตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก จะผ่อนคลายข้อจำกัดต่างๆลง  


อี แจ-มยอง ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ “ซอฟต์พาวเวอร์” โดยเฉพาะการผลักดันให้จีนผ่อนคลายมาตรการจำกัดความบันเทิงเกาหลีที่ดำเนินมาอย่างไม่เป็นทางการนานกว่าทศวรรษ มาตรการดังกล่าวทำให้ K-Pop ซีรีส์ และภาพยนตร์เกาหลีแทบหายไปจากตลาดจีน ทั้งที่จีนเป็นหนึ่งในตลาดผู้บริโภควัฒนธรรมขนาดใหญ่ที่สุดของโลก


และในการมาเยือนครั้งนี้ ได้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นบวก เพราะผู้นำทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะ “ขยายการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมอย่างเป็นลำดับขั้นตอน” แม้ยังไม่ใช่การยกเลิกข้อจำกัดโดยสิ้นเชิง แต่ถือเป็นสัญญาณบวกต่ออุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลี ซึ่งคาดหวังว่าคอนเทนต์เกาหลีจะค่อย ๆ กลับเข้าสู่แพลตฟอร์มจีน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แฟชั่น และความงาม


ทั้งนี้ในเชิงเศรษฐกิจ จีนยังคงเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ มูลค่าการค้าทวิภาคีในช่วงก่อนความตึงเครียดพุ่งสูงกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี การชะลอตัวของความสัมพันธ์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ ตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภค การเยือนครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นความพยายาม “รีเซ็ต” ช่องทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ภาคธุรกิจกลับมาดำเนินงานได้อย่างราบรื่นในตลาดจีน


ขณะเดียวกันผลจากการเยือนครั้งนี้ทั้งสองประเทศลงนามบันทึกความเข้าใจรวม 14 ฉบับ ครอบคลุมประเด็นตั้งแต่สิ่งแวดล้อม พลังงานสะอาด เทคโนโลยีขั้นสูง การค้า ไปจนถึงการจัดตั้งกลไกการเจรจาการค้าระดับรัฐมนตรี ซึ่งมีกำหนดจัดประชุมครั้งแรกภายในครึ่งแรกของปีนี้ จีนยังตกลงช่วยอำนวยความสะดวกให้บริษัทเกาหลีใต้เข้าถึงแร่ธาตุสำคัญ ซึ่งเป็นวัตถุดิบจำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมแบตเตอรี่และชิปขั้นสูง


ทั้งนี้นับตั้งแต่ประธานาธิบดีอีเข้ารับตำแหน่งผู้นำเกาหลีใต้เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 เขาได้ส่งสัญญาณใช้นโยบายต่างประเทศที่สมดุลมากขึ้น ระหว่างการรักษาความเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ และการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับจีน แม้ข้อจำกัดด้านยุทธศาสตร์จะยังคงอยู่ก็ตาม

ที่มาข้อมูล : Reuters Xinhua BBC Bloomberg

ที่มารูปภาพ : Reuters

sticky-bar-top